แนะนำวิธีเลือกบริษัทส่งของ


       ที่ผ่านมาในอดีต  ทีมงานได้เขียนบทความสื่อสารให้ลูกค้าหลายท่านได้เข้าใจว่า การเลือกการส่งด้วย China Post Air Mail ทุกกรณี ( ไม่ว่าจะส่งฟรี หรือส่งแบบถูก ) แม้ว่าจะได้ Tracking number มาก็ตาม แต่มันเป็น Tracking number แบบอนาถา  คือมีไว้ป้องกันการ "ฟ้องร้อง" เท่านั้น ( คือหมายความว่า เวลาของหาย แล้วลูกค้าฟ้องร้องให้ส่งของชิ้นใหม่ให้  ทางคนขายก็จะอ้างเลข Tracking number ขึ้นมาเป็นหลักฐานว่า เขาได้ส่งของให้เราแล้ว / ส่วนการที่ของหาย มันเป็นความผิดของบริษัท China Post Air Mail ของจีน ดังนั้น เราต้องจ้างทนายหลักแสนบาท เพื่อไปฟ้องร้องกับ China Post Air Mail เอาเอง )

       ทีมงานเขียนบทความเตือนลูกค้าหลายครั้งแล้ว แต่ลูกค้าหลายคนก็ยังยินดีที่จะเสี่ยงเลือกการส่งของ China Post Air Mail อยู่ เพราะมันถูกกว่าการส่งแบบอื่นๆ

       อย่างนี้ คุณต้องเจอ แจ๊คพ็อทด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง ถึงจะเข้าใจความหวังดีของทีมงาน ( ที่พยายามเตือนคุณ )

       ในเวบหน้านี้ ทีมงานอนุมานเอาว่า คุณผู้อ่านเจอแจ็คพ็อทเข้าให้แล้ว นั่นก็คือการที่ ไม่สามารถใช้ Tracking number ของบริษัท China Post Air Mail ไปทำอะไรได้เลย  คือเช็คข้อมูลไม่ขึ้น ( คือมันจะขึ้นว่า Error / หรือไม่ก็ขึ้นแค่ว่า สินค้าจัดส่งจากจีน ไปสู่ไทย แล้วก็จบแค่นั้น ไม่มีรายละเอียดอื่นเลย )


       และในเมื่อคุณเจอแจ็คพ็อทแบบนี้  "ครั้งต่อไป" คุณควรจะเลือกการส่งแบบไหนดี?  ข้างล่างนี้คือข้อแนะนำครับ




3000pcs a lot Rare Blue Climbing Rose Seeds, Very Beautiful Ornamental Climbing Flower Seed
http://www.aliexpress.com/item/3000pcs-a-lot-Rare-Blue-Climbing-Rose-Seeds-Very-Beautiful-Ornamental-Climbing-Flower-Seed/2036487171.html

       ( ภาพบน ) สมมติว่าข้างบนนี้ คือหน้าเวบที่เราต้องการจะสั่งซื้อสินค้านะครับ





       ( ภาพบน ) ให้คลิ๊กไปที่ "สามเหลี่ยมเล็กๆกลับหัว" ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้





       ( ภาพบน ) จะเกิดเมนูตัวเลือกวิธีการส่งแบบต่างๆขึ้นมา  ปรากฏอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่อยู่กลางจอคอมพิวเตอร์ ( เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้





       ( ภาพบน ) ให้คุณผู้อ่านดูตรงที่มี วงรีสีเขียว ล้อมรอบอยู่ในภาพข้างบนนี้ จะเห็นได้ว่ามันคือ "Scoll bar" ( แถบตัวเลื่อนขึ้นลง ) ซึ่งก็หมายความว่า มันยังมีตัวเลือกอื่นๆอีก โดยเราสามารถดูตัวเลือกอื่นๆได้ด้วยการเลื่อน Scoll bar ลงไป ( แต่ตอนนี้อย่าพึ่งเลื่อนครับ ให้ดูตามขั้นตอนที่ทีมงาน Tuvagroup.com แนะนำไปก่อน )





       ( ภาพบน ) ที่ทีมงานจะพูดต่อไปข้างล่างนี้ ก็จะเป็นการพูดถึงตัวเลือกค่าส่งต่างๆที่อยู่ในบริเวณที่มี เส้นประสีม่วง ล้อมรอบอยู่ในภาพข้างบนนี้นะครับ / ก็คือหมายความว่า ให้คุณผู้อ่านสนใจเฉพาะส่วนที่อยู่ข้างใน เส้นประสีม่วง นี้นั่นเองครับ



( ภาพบน ) ภาพเฉพาะส่วนที่อยู่ใน เส้นประสีม่วง ในภาพก่อนหน้านี้




       ( ภาพบน ) ให้เลื่อน Scoll bar ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) ลงมาด้านล่าง เพื่อ "ขยาย" เมนูให้ใหญ่ขึ้น จะได้ดูตัวเลือกวิธีส่งแบบอื่นๆได้




 

       ( ภาพบน ) ข้างบนนี้คือตัวเลือกทั่วไปนะครับ / คือถ้าคุณยังไม่เคยเจอแจ็คพ็อท ( คือ ได้เลข Tracking number แบบอนาถา ) คุณก็คงจะเลือก อันบนสุด ซึ่งก็คือการส่งฟรี ด้วย China Post Air Mail อยู่แล้ว  เพราะมันถูกที่สุด

       แต่สมมติว่า คุณโดนแจ็คพ็อทไปแล้วด้วยตัวเอง ( คือโดนการส่งแบบ ส่งฟรีด้วย China Post Air Mail เล่นงาน ด้วยการที่ "ของหาย" "เช็คสถานะสินค้าไม่ได้" ฯลฯ )   คราวนี้ ก็มาดูกันว่า "ครั้งต่อไป" คุณควรจะเลือกการส่งแบบไหนดี


( หมายเหตุ - อ่านเรื่องเคสที่โดน "แจ็คพ็อต" คือเลือกการส่งฟรี แล้วคนขายส่งให้เราถึง 3 ครั้ง ของก็หายทุกครั้ง / อ่านเคสนี้ได้ที่  http://www.tuvagroup.com/ercs-001002H-581113-0900.html  )




 

       ( ภาพบน ) เพื่อให้ง่ายต่อการอธิบาย ทีมงานขออนุญาตเรียงลำดับตัวอักษรหน้าการส่งรูปแบบต่างๆนะครับ โดยเรียงตัวอักษรเป็นแนวดิ่ง ตามแนวที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้

       เรามาเริ่มวิเคราะห์ตั้งแต่อันแรก แล้วไล่ลงไปเลยนะครับ




 

       ( ภาพบน ) เริ่มจาก Chaina Post Airmail แบบ Free Shipping ก่อน ( ที่ต้องเน้นว่าเป็นแบบ Free Shipping ก็เพราะว่า ใน Chaina Post Airmail มันจะมีการส่งแบบอื่นด้วยน่ะครับ / อันนี้ก็เลยต้องเน้นว่าเป็น Chaina Post Airmail แบบ Free Shipping )

       ซึ่งเราสามารถตัดข้อนี้ไปได้เลย เพราะว่าการส่งฟรีด้วย Chaina Post Air Mail เราไม่สามารถเช็คสถานะสินค้าได้  คือแม้ว่าคุณจะได้เลข Tracking number จาก Chaina Post Air Mail มาก็จริง แต่มันก็เป็น Tracking number แบบอนาถา ซึ่งใช้การไม่ได้ และไม่เป็นผลดีกับเราฐานะลูกค้าแต่อย่างใด ( คือ Tracking number แบบอนาถา จะมีผลดีต่อคนขายเพียงฝ่ายเดียว คือมีไว้ ป้องกันการฟ้องร้องโดยลูกค้าอย่างเรา นั่นเอง  - อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tracking number แบบอนาถา ได้ที่ลิงค์  http://www.tuvagroup.com/ercs-001001D-561218-1214.html  )

      
สรุปว่า เราตัดตัวเลือก A. คือตัดตัวเลือก Chaina Post Air Mail แบบ Free Shipping ไปได้เลย ( โดยทีมงานจะทำเครื่องหมาย กากบาทสีแดง ไว้ เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงว่า "ไม่ควร" เลือกใช้บริการอันนี้นะครับ ซึ่งคุณผู้อ่านจะได้เริ่มเห็นเครื่องหมาย กากบาทสีแดง ตั้งแต่ในภาพข้างล่างนี้เป็นต้นไป )




 

       ( ภาพบน ) มาดูตัวเลือกต่อไป คือการส่งแบบ คนขายส่งเอง โดยไม่พึ่งบริษัทขนส่งที่ดังๆ ( Seller's Shipping Method ) ตรงที่มี วงรีสีม่วง ล้อมรอบอยู่ในภาพข้างบนนี้

       ตอนแรกๆ ทีมงานก็เห็นว่าตัวเลือกนี้น่าสนใจดี เพราะเป็นการส่งฟรีด้วย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการใช้ Chaina Post Air Mail แบบ Free Shipping ในข้อ A.ด้วย / เพราะถ้าเลือกการส่งแบบ Chaina Post Air Mail แบบ Free Shipping ในข้อ A. ยังไง ของมันก็หายแน่ๆ ก็เลยพยายามหลีกเลี่ยง ด้วยการ ทดลองเสี่ยง การส่งแบบในข้อ B. นี้ดู ( คือลองเลือกการส่งแบบ Seller's Shipping Method ในข้อ B.ดูว่าจะเป็นยังไง ของจะหายเหมือนการส่งแบบ Chaina Post Air Mail แบบ Free Shipping ในข้อ A. ไหม? ) ผลก็คือ

       มันคือการ "ส่งทางเรือ" ซึ่งได้ของช้ามาก กินเวลาเข้าไป 2 เดือน เลยทีเดียว ( อันนี้สำหรับรายการที่ได้รับสินค้านะครับ / ส่วนรายการที่ไม่ได้รับสินค้า ซึ่งก็คือ "ของหาย" นั้น ให้ดูข้างล่างนี้ )


       ส่วนในรายการที่ "ของหาย" มันก็ตามของไม่ได้ เพราะมัน ไม่มีเลข Tracking number ให้


       ก็คือ หมายความว่า ตอนที่เราเลือกการส่ง Chaina Post Air Mail แบบ Free Shipping ในข้อ A. นั้น เราได้ Tracking number แต่ Tracking number นั้นใช้การไม่ได้  "แต่" ในการส่งแบบ Seller's Shipping Method ในข้อ B.นี้ เรา "ไม่ได้ Tracking number เลย" / สรุปก็คือ ข้อ A. กับข้อ B. มีผลเท่ากัน คือของหายเหมือนกัน

       และในกรณีที่ได้รับของ  กว่าจะได้รับก็ช้ามาก คือกินเวลาเข้าไป 2 เดือนนั่นเลย!

       สรุปว่า ทีมงาน "ไม่แนะนำ" ให้เลือกการส่งแบบ Seller's Shipping Method ในข้อ B. นี้ด้วยครับ




 

       ( ภาพบน ) มาดูตัวเลือกต่อไป คือข้อ C. ซึ่งก็คือตัวเลือกการส่งแบบถูก ( คือไม่เกิน 6 เหรียญ ) ด้วยบริษัท China Post Air Mail

       ซึ่งคุณจะสังเกตุได้ว่าตัวเลือกในข้อ C.นี้ จะมาจากบริษัทขนส่งเดียวกันกับข้อ A. คือเป็นบริษัท China Post Air Mail  เหมือนกัน  แต่จะต่างกันที่ราคาค่าส่ง / ซึ่งก็คือในข้อ A. เขาคิดราคาค่าส่งแบบฟรี ( คือ 0 เหรียญ ) ส่วนในข้อ C.นี้ คิดราคาค่าส่งแบบถูก คือเพียงแค่ 1.92 เหรียญเท่านั้น

       ตัวเลือกในข้อนี้ ( หมายถึงข้อ C. นี้ ) ทีมงานได้เคยทดลองสั่งซื้อมาแล้วในอดีต และก็ปรากฏว่าได้ผลเหมือนการส่งแบบ Fress Shipping ในข้อ A.ทุกประการเลย / นั่นก็คือได้เลข Tracking number ที่ใช้การไม่ได้ 

       ซึ่งคุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมบริษัท China Post Air Mail  ถึงได้ทำตัวเลือกการส่งออกมาสองแบบ และราคาก็ไม่ต่างกันมาก ( คือแบบค่าส่ง 0 เหรียญ กับแบบค่าส่ง 1.92 เหรียญ )

       คำตอบก็คือ มันคือ "กลยุทธ์หลุมพราง" นั่นเอง

       คือหมายความว่า เรื่องบริการสุดห่วยของการส่งแบบ Free Shipping จาก China Post Air Mail ได้ถูกแพร่หลายไปในโลกโซเชียลมีเดีย จนคนทั่วไปไม่กล้าที่จะใช้บริการกับ China Post Air Mail กันแล้วทั่วโลก

       พอเรื่องนี้เข้าหูบริษัท China Post Air Mail ( คือทางบริษัทรู้ว่า คนทั่วไปไม่กล้าใช้บริการ Free Shipping ของ China Post Air Mail กันแล้ว ) ทางบริษัทเขาก็เลยคิดค้นกลยุทธ์ขุดหลุมพรางเอาไว้ดักจับลูกค้า ด้วยการเพิ่มตัวเลือกใหม่ คือเพิ่มบริการค่าส่งแบบถูกขึ้นมา ( เช่น 1.92 เหรียญ

       มันก็เลยดูเหมือนบริษัท China Post Air Mail มีตัวเลือกค่าส่งสองตัวคือ


       ตัวเลือกที่ 1 - คิดค่าส่งฟรี ( Free Shipping ) แบบที่เห็นในข้อ A.


       ตัวเลือกที่ 2 - คิดค่าส่งแบบถูก แบบที่เห็นในข้อ C. ( คือคิดค่าส่งตั้งแต่ 0.01 เหรียญ ไปจนถึง 6 เหรียญ - เช่นคิด 1.92 เหรียญ อย่างที่เห็นในข้อ C.นี้ )


       กลยุทธ์นี้ใช้ได้ผลกับคนทั่วไป - โดยเฉพาะคนที่ยังไม่เคยใช้บริการกับ China Post Air Mail มาก่อนเลยในชีวิต / ที่ว่าใช้ได้ผลก็เพราะ เนื่องจากคนทั่วไป ยังไม่เคยใช้บริการแบบ Free Shipping ของ China Post Air Mail มาก่อน  คือแค่รู้จากโลกโซเชียลมีเดีย ว่า Free Shipping ของ China Post Air Mail นี้ไม่ดี ( คือรู้แค่ว่าไม่ดี แต่ก็ยังไม่เคยใช้บริการ Free Shipping ของ China Post Air Mail มาก่อน )

       คราวนี้ พอมีตัวเลือกการคิดค่าส่งแบบถูกขึ้นมา ( เช่น 1.92 เหรียญ ) คนทั่วไปก็จะเข้าใจว่า นี่ "ไม่ใช่" การส่งแบบ Free Shipping ที่เขาด่าๆกันอยู่ในโซเชียลมีเดีย นี่นา / ดังนั้น การส่งแบบถูก ( คือ 1.92 เหรียญ ) นี้ ก็คงจะทำให้เราได้รับการบริการที่ดีกว่าการส่งแบบ Free Shipping ( 0 เหรียญ ) อย่างแน่นอน ( คนทั่วไป คิดกันอย่างนี้ )

       ว่าแล้ว คนทั่วไปเหล่านี้ ก็ตกหลุมพรางที่บริษัทขุดดักไว้ / ที่ว่าตกหลุมพรางก็คือ หลงไปใช้บริการค่าส่งแบบถูกของ China Post Air Mail เข้าจนได้ ( คือซื้อบริการค่าส่งแบบ 1.92 เหรียญ ของ China Post Air Mail )

       ต่อมา หลังจากซื้อของแล้ว ก็ได้รับบริการห่วย ( คือใช้ประโยชน์อะไรจากเช็คเลข Tracking number ไม่ได้ เพราะเป็นเลข Tracking number อนาถา ) ลูกค้าคนนี้ ก็ยังคิดว่า ที่ได้รับบริการห่วย ก็เพราะเราเลือกค่าส่งแบบถูกเอง ก็ทำใจไป และยังคิดว่า ขนาดค่าส่งแบบ 1.92 เหรียญ ยังห่วยขนาดนี้ แล้วถ้าเป็น 0 เหรียญ แล้ว จะห่วยขนาดไหน? ( คือมุมมองของลูกค้าคนนี้ ยังเข้าใจว่าการบริการของค่าส่งแบบ 1.92 เหรียญ จะดีกว่าการบริการของค่าส่งแบบ 0 เหรียญ / เหตุผลก็เพราะลูกค้าคนนี้ ยังไม่เคยใช้บริการค่าส่งแบบ 0 เหรียญมาก่อน ก็เลยไม่มีตัวเปรียบเทียบ )


       แต่กลยุทธ์นี้ใช้ไม่ได้ผลกับทีมงาน Tuvagroup.com - เหตุผลก็เพราะว่า ทีมงานได้ทดลองซื้อให้กับคุณลูกค้า ด้วยการส่งของบริษัท China Post Air Mail ในราคา ค่าส่งทุกๆแบบ ไล่ตั้งแต่ 0 เหรียญ ( คือส่งฟรี ) แล้วก็ไป 0.1 เหรียญ ( มีจริงๆครับ ไม่ได้พูดเล่น ) ไล่ไปถึง 4.2 เหรียญ จนถึง 5.8 เหรียญ ( ขออนุญาตตีเป็น 6 เหรียญแล้วกันครับ จะได้เข้าใจได้ง่ายๆ )

       ปรากฏว่าการเลือกวิธีส่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ ของ China Post Air Mail ( คือไล่ตั้งแต่ 0 เหรียญ , 0.1 เหรียญ ไปจนถึง 6 เหรียญ ) ทีมงานก็ได้เลข Tracking number แบบอนาถา เหมือนกันหมดในทุกๆราคาค่าส่ง และเหมือนกับการเลือกค่าส่งแบบ Free Shipping ด้วย  นั่นก็คือการที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเลข Tracking number ได้ 

       ดังนั้น กลยุทธ์การขุดหลุมพราง จึงใช้ได้ผลกับคนทั่วไป ที่ไม่เคยใช้บริการการส่งหลายๆแบบ ( ทั้งแบบ Free Shipping และส่งแบบถูก ) เหตุผลก็เพราะคนส่วนใหญ่ ไม่มีตัวเปรียบเทียบกันระหว่างบริการของการส่งแต่ละราคา

       ในทางกลับกัน  เนื่องจากทีมงาน Tuvagroup.com ได้สั่งซื้อสินค้าให้ลูกค้ามามากมายหลายท่านแล้ว  และได้ทดลองเลือกการส่งด้วย China Post Air Mail ในหลายๆราคา คือตั้งแต่ 0 เหรียญ ( Free Shipping ) ,0.1 เหรียญ ไล่ไปจนถึง 6 เหรียญแล้ว ทีมงานจึงมีตัวเปรียบเทียบ

       และเมื่อทีมงานมีตัวเปรียบเทียบบริการในแต่ละราคาแล้ว ทีมงานถึงพูดได้ว่า ในการบริการของ China Post Air Mail ในหลายๆราคา คือตั้งแต่ Free Shipping ( คือ 0 เหรียญ ) ,0.1 เหรียญ ไล่ไปจนถึง 6 เหรียญ นั้น เราก็จะได้รับการบริการเท่ากัน คือได้เลข Tracking number แบบอนาถา ( ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ) นั่นเอง



 

       ( ภาพบน ) ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้ จึงสรุปว่า ตัวเลือกในข้อ C.นี้ ก็เป็นตัวเลือกที่ "ไม่น่าเลือก" อีกเช่นกันครับ / ทีมงานก็เลยต้องทำเครื่องหมาย กากบาทสีแดง คือต้องตัดทิ้งตัวเลือกนี้ทิ้งไปอีกอันหนึ่ง 




 

       ( ภาพบน ) ตัวเลือกต่อไป 2 ข้อ ก็คือตัวเลือกในข้อ D. ซึ่งก็คือ Hongkong Post Air Mail แบบค่าส่งถูก ( คือระหว่าง 0.1 เหรียญ ถึง 6 เหรียญ )  และตัวเลือกในข้อ E. ซึ่งก็คือ Singapore Post แบบค่าส่งถูก ( คือระหว่าง 0.1 เหรียญ ถึง 6 เหรียญ ) เราสามารถเอามาพิจารณารวมกันได้ว่า...


       การเลือกการส่งด้วย Hongkong Post Air Mail แบบค่าส่งถูก มีผลเท่ากับ การเลือกการส่งด้วย Singapore Post แบบค่าส่งถูก 


       การเลือกการส่งด้วย Singapore Post แบบค่าส่งถูก มีผลเท่ากับ การเลือกการส่งด้วย China Post Air Mail แบบค่าส่งถูก


       การเลือกการส่งด้วย China Post Air Mail แบบค่าส่งถูก มีผลเท่ากับ การเลือกการส่งด้วย China Post Air Mail แบบ Free Shipping ( ส่งฟรี )


       ซึ่งการส่งด้วย China Post Air Mail แบบ Free Shipping นั้น คุณจะได้เลข Tracking number แบบอนาถา


       นั่นก็หมายความว่า ในข้อ D. ซึ่งก็คือการส่งด้วย Hongkong Post Air Mail แบบค่าส่งถูก ( คือระหว่าง 0.1 เหรียญ ถึง 6 เหรียญ )  และตัวเลือกในข้อ E. ซึ่งก็คือ Singapore Post แบบค่าส่งถูก ( คือระหว่าง 0.1 เหรียญ ถึง 6 เหรียญ ) ก็จะทำให้คุณ ได้รับเลข Tracking number แบบอนาถา เหมือน การส่งด้วย China Post Air Mail แบบ Free Shipping นั่นเอง



 

       ( ภาพบน ) คุณผู้อ่านอาจคิดในใจว่า "โอเค.. ที่ทีมงานสรุปว่า China Post Air Mail แบบ Free Shipping และ China Post Air Mail แบบค่าส่งถูก นั้นห่วย คือได้เลข Tracking number แบบอนาถา มานั้น มันก็จริง เพราะเพื่อนผมก็เคยโดนมาแล้ว มันเป็นเรื่องดังระดับโลกเลยทีเดียว / "แต่" การที่ทีมงานไปดึงเอาบริษัท  Hongkong Post Air Mail กับบริษัท Singapore Post มาเทียบกับการส่งของ China Post Air Mail นี่ คิดเอาเองหรือเปล่า? พูดตามใจไปเองหรือเปล่า? มีหลักฐานหรือเปล่า?"

       คำตอบคือ.. มีหลักฐานสิครับ!  คือก่อนที่ทีมงานจะพูดอะไรนั้น ทีมงานต้องมีประสบการณ์ก่อน แล้วเก็บหลักฐาน ( ที่ได้จากประสบการณ์นั้น )  เอามาให้คุณผู้อ่านได้อ่าน ( ซึ่งคุณจะพบว่าสำหรับผู้ให้บริการรับฝากซื้อสินค้าเจ้าอื่น จะไม่มีการแสดงหลักฐานให้คุณผู้อ่านดู เหมือนที่ทีมงาน Tuvagroup.com แสดงให้คุณดูได้เลยครับ แค่พูดลอยๆขึ้นมา ) / และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก็ขอให้คุณผู้อ่าน ได้เข้าไปอ่านที่ลิงค์นี้ได้เลยครับผม  http://www.tuvagroup.com/Sxhp-A-01-A-581020-0948.html  

       ในลิงค์ที่ให้อ่านนี้ เป็นเรื่องของ Singapore Post นะครับ ซึ่งเรื่องของ Hongkong Post Air Mail ก็เหมือนกับ Singapore Post ทุกประการ จึงไม่จำเป็นต้องเอามาถ่ายทอดให้ดู

       และจากเหตุผลที่เล่ามานี้ ทีมงานจึงแนะนำให้คุณ ตัดตัวเลือก ในข้อ D. ซึ่งก็คือ Hongkong Post Air Mail แบบค่าส่งถูก ( คือระหว่าง 0.1 เหรียญ ถึง 6 เหรียญ )  และตัดตัวเลือกในข้อ E. ซึ่งก็คือ Singapore Post แบบค่าส่งถูก ( คือระหว่าง 0.1 เหรียญ ถึง 6 เหรียญ ) ไปพร้อมๆกันได้เลยครับ




 

       ( ภาพบน ) สำหรับตัวเลือกข้อต่อไป คือการส่งแบบ EMS ในข้อ F. นั้น  แม้ว่าค่าส่งจะแพง คือสูงถึง 39.33 เหรียญ แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี

       และก็เหมือนเดิมครับ ทีมงาน ไม่ได้คิดไปเอง  ก็คือว่าทีมงานมีประสบการณ์ในเรื่องการใช้บริการการส่งแบบ EMS มาแล้ว และได้เก็บหลักฐานเอามาให้คุณอ่านแล้ว อยู่ที่ลิงค์นี้ครับ  http://www.tuvagroup.com/ercs-001001F-571229-0110.html

       สรุปว่า เราก็ต้องตัดตัวเลือกการส่งแบบ EMS ในข้อ F. ไปอีกข้อ / เรามาดูในอันดับถัดไปกันครับ




 

       ( ภาพบน ) ถึงตรงนี้แล้ว ทีมงานก็อธิบายแบบเร็วๆนะครับ จะได้ไม่เยิ่นเย้อ / คำว่าอธิบายแบบไม่เยิ่นเย้อก็คือ ทีมงานขอสรุปในข้อ G. ,ข้อ H. และข้อ I. ไวัในครั้งเดียวกันเลย ดังนี้ครับ...

       วิธีส่งที่เป็นตัวเลือกในข้อ G. ,ข้อ H. และข้อ I. มีสิ่งที่ตรงกัน ก็คือ ลูกค้าได้รับสินค้าครบทุกราย ภายในไม่เกิน 1 เดือน และยังไม่เคยเจอปัญหาเรื่อง Tracking number ใช้การไม่ได้ เลยครับ

       ประสบการณ์ที่ดี ที่ทีมงานเจอจากบริษัทพวกนี้ก็คือว่าพนักงานของสามบริษัทนี้ ( คือ DHL ,FedEx IE ( หรือชื่อเต็มคือ FedEx International Economy ) ,UPS ) ตามเรื่องดีมากครับ คือสินค้าจากต่างประเทศใช้เวลา 5 วันเดินทางมาถึงไทย  แล้วก็ไปเข้าคิวรอตรวจที่ด่านศุลกากรอีกประมาณ 2 อาทิตย์ครึ่ง ( รวมเป็น 3 อาทิตย์นิดๆนับตั้งแต่วันสั่งซื้อ ) แล้วพอของออกจากด่านศุลกากรแล้ว เขาก็จะรีบดำเนินการส่งให้เลย / ถ้าหน้าฉลากไม่ชัด เขาก็จะโทรตาม เพื่อหาเจ้าของพัสดุให้เจอจนได้  ( ในขณะที่ถ้าเป็นการส่งของบริษัทอื่น ถ้าฉลากไม่ชัด เขาก็จะเอาไปเก็บไว้ ณ.ที่ทำการไปรษณีย์ เกือบสองเดือน โดยไม่โทรตามเจ้าของเลย เหมือนในเคสนี้ ลองอ่านดูนะครับ http://www.tuvagroup.com/ercs-001001U-580708-0904.html )

       จึงสรุปได้ว่าวิธีส่งที่เป็นตัวเลือกในข้อ G. ,ข้อ H. และข้อ I. เป็นสิ่งที่คุณควรเลือกครับ และทีมงานจะทำเครื่องหมาย "ถูก - สีเขียว" เอาไว้ที่หน้าหัวข้อนะครับ คุณจะได้ดูง่ายๆ ดังที่เห็นในภาพข้างล่างนี้นะครับ




 

       ( ภาพบน ) สำหรับที่เหลือ ( ที่มี วงรีม่วง ครอบอยู่ ในภาพข้างบนนี้ ) ก็ไม่มีคำแนะนำอะไรน่ะครับ จะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ / แต่ถ้าจะให้พูดถึง ก็คงจะพูดได้แบบนี้คือ

       ข้อ J. : ไม่มีข้อมูล เพราะยังไม่เคยมีลูกค้าเลือกใช้บริการของ TNT น่ะครับ  ก็เลยบอกไม่ได้เหมือนกันว่าดี หรือไม่ดีอย่างไร?


       ข้อ K. : เป็นบริการของ FedEx เหมือนกับข้อ H. แต่แพงกว่ากัน 61.55 - 52.31 = 9.24 เหรียญ ( 304 บาท ) / ทีมงานก็เลยคิดว่า ใช้บริการของ FedEx IE ในข้อ H. ก็เพียงพอแล้ว จะได้ประหยัดเงิน 304 บาท


       ข้อ L. : เหตุผลคล้ายกับข้างบน คือ ในข้อ L. นี้ เป็นบริการของ UPS เหมือนกับข้อ I. แต่แพงกว่ากัน 67.93 - 57.46 = 10.47 เหรียญ ( 345 บาท ) / ทีมงานก็เลยคิดว่า ใช้บริการของ UPS ในข้อ I. ก็เพียงพอแล้ว จะได้ประหยัดเงิน 345 บาท




 

       ( ภาพบน ) สรุปว่า คำแนะนำของทีมงาน Tuvagroup.com ในเรื่องการเลือกวิธีส่งของนั้น ก็จะเหมือนที่เห็นอยู่ในรูปข้างบนนี้นั่นเองครับ  โดยเครื่องหมาย กากบาทสีแดง ก็คือการส่งที่ทีมงานไม่แนะนำ / เครื่องหมาย ถูก - สีเขียว ก็คือการส่งที่ทีมงานแนะนำให้เลือก / ส่วนเครื่องหมายคำถาม ( ? ) ก็คือทีมงานไม่มีคำแนะนำน่ะครับ


ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้?

       ลูกค้าหลายท่าน พึ่งจะได้อ่านข้อมูลในหน้านี้ ( ที่คุณอ่านมาทั้งหมดข้างบนนี้ ) ก็ตอนที่ โดนแจ็คพ็อท เรื่อง Tracking number แบบอนาถา ( ที่มาจากการส่งฟรี ) ไปแล้ว
 ก็เลยต่อว่าทีมงานว่า ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ คือควรบอกตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเลือกการส่งฟรีครั้งแรก  เขาจะได้ไม่ต้องเจอแจ็คพ็อท

       คำตอบก็คือว่า ก่อนหน้านี้ ทีมงานเคยเตือนแบบนี้ให้กับคุณลูกค้าที่จะซื้อครั้งแรกว่า อย่าเลือกการส่งด้วย China Post Air Mail เลย มันถูกก็จริง แต่ชอบมีปัญหากับระบบ Tracking number /  แต่ลูกค้าเหล่านั้น ตอบกลับมาว่า ทำไมถึงต้องเชียร์ให้เลือกค่าส่งแพงๆ  คุณไม่ใช่เป็นคนเสียเงินนะ ผมต่างหากที่เป็นคนเสียเงิน ยังไงผมก็จะเลือกการส่งแบบถูก

       ทีมงานเจอตอกกลับอย่างนี้ก็เลย เงิบ... /  เหมือนเราบอกเด็กว่าไฟมันร้อนนะ อย่าไปจับเลย  เด็กมันก็ไม่เชื่อ ทั้งดื้อ ทั้งร้องงอแง อยากจะจับไฟให้ได้  อย่างนี้เราก็ไม่ควรไปทะเลาะ ไม่ควรไปเอาชนะ  แล้วก็ปล่อยให้เขาลองจับไฟด้วยตัวเองสักครั้ง พอเด็กคนนั้นรู้แล้วว่ามันร้อน มันทำให้เจ็บแสบอย่างไร  ต่อไปเด็กก็ไม่กล้าจับไฟไปเอง 

       ด้วยเหตุนี้  ก่อนที่คุณผู้อ่านจะได้มาอ่านเนื้อความในเวบหน้านี้  ทีมงานก็มักจะปล่อยให้คุณผู้อ่านจับไฟด้วยตัวเองก่อนสักครั้ง ซึ่งก็คือการโดนแจ็คพ็อทเรื่องเลข Tracking number ด้วยตัวเองก่อน  / แล้วหลังจากนั้น ทีมงานถึงจะส่งลิงค์หน้านี้ให้คุณอ่านน่ะครับ / หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะเข้าใจเหตุผลในข้อนี้นะครับผม อย่าโกรธกันเลยที่แนะนำช้าไปหน่อย


ก่อนจะจากกัน มีของแถมให้นิดหน่อยครับ


 
offixedge.com

       ( ภาพบน ) ในคำอธิบายก่อนหน้านี้ทั้งหมด มันมีการส่งหลายแบบ ( ตั้งแต่ China Post ,Seller's method ,Singapore Post ,FedEx ฯลฯ ) แต่มันตกตัวหนึ่งที่สำคัญไป นั่นก็คือการส่งแบบ USPS ซึ่งชื่อเต็มคือ United States Postal Service ที่มีสัญญลักษณะหัวนกอินทรีย์ แบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้

       ที่ต้องเอาเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่า หากคุณผู้อ่านได้อ่านหน้าเวบนี้แล้ว และเห็นว่าการส่งทุกอย่าง ( ตั้งแต่ China Post ,Seller's method ,Singapore Post ,FedEx ฯลฯ ) "ล้วนแต่มีปัญหา" แต่ว่าทีมงานไม่ได้พูดถึงการส่งแบบ USPS เลย

       อย่ากระนั้นเลย ( คุณผู้อ่านคิดในใจ ) ในเมื่อการส่งทุกอย่างที่ทีมงานพูดมา ล้วนแต่มีปัญหา ดังนั้น การที่ทีมงานไม่พูดถึง USPS ก็อาจจะแปลว่า การส่งด้วย USPS ไม่มีปัญหาก็ได้  ดังนั้น เราก็ต้องเลือกการส่งแบบ USPS สิ ฮ่า.. ฮ่า.. ( คุณผู้อ่านคิดในใจ )

       แต่ความจริงแล้ว ที่ทีมงานไม่ได้พูดถึงการส่งแบบ USPS นั้น ก็เพราะว่าในการส่งทั้งหมดที่ทีมงานพูดมาข้างต้น ( ตั้งแต่ China Post ,Seller's method ,Singapore Post ,FedEx ฯลฯ )  มันเป็นตัวเลือกการส่งที่อยู่ในเวบ Aliexpress.com คือหมายความว่า ถ้าลูกค้าเลือกซื้อสินค้าในเวบ Aliexpress.com ก็จะมีตัวเลือกการส่งทั้งหมดแบบที่เห็น ( คือมีตั้งแต่ China Post ,Seller's method ,Singapore Post ,FedEx ฯลฯ ) ซึ่งในเวบ Aliexpress.com มันไม่มีตัวเลือกการส่งแบบ USPS ให้

       ดังนั้น การที่ทีมงานไม่ได้พูดถึงการส่งแบบ USPS นั้น ไม่ได้แปลว่าการส่งแบบ USPS นั้น จะไม่มีปัญหานะครับ แต่ที่ไม่ได้พูดถึง USPS ก็เพราะมันไม่อยู่ในตัวเลือกของเวบ Aliexpress.com ก็เท่านั้นเอง

       และจะว่าไปแล้ว การส่งด้วย USPS จะ อาการหนักกว่าเพื่อนเลย  / คือ เวบ China Post Air Mail ยังแค่เช็คเลข Tracking number ไม่ได้ แต่ยังไง ของก็ยังอาจเดินทางมาประเทศไทยได้ แม้ว่าจะเช็คเลข Tracking number ไม่ได้ก็ตาม  "แต่" USPS นี่ ของค้างที่สนามบินเมืองนอก ตั้ง 2 เดือนกว่าๆเลยทีเดียว

       และเพื่อไม่ให้คุณผู้อ่านคิดว่า ทีมงานคิดไปเอง  ดังนั้น ก็ขอให้คุณแวะเข้าไปดูหลักฐานของจริงที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ  http://www.tuvagroup.com/ercs-001001V-580711-1714.html


       ถ้าจะสรุปทั้งหมดในเวบนี้ ก็คงจะเป็นว่า ทีมงานแนะนำว่าควรใช้บริการของ DHL ,FedEx และ UPS ( ดูให้ดีนะครับ ทีมงานเขียนว่า UPS ไม่ใช่ USPS นะครับ ) จะดีที่สุดครับ

       ก็เอาเป็นว่า ทีมงานก็เพียงแค่ "แนะนำ" ว่าควรใช้บริการของ DHL ,FedEx และ UPS ก็แล้วกันนะครับ / ส่วนคุณผู้อ่าน อ่านเวบหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังอยากประหยัดค่าส่งด้วยการเลือกการส่งของ China Post Air Mail หรือเลือกการส่งฟรีแบบ Seller's Shipping Method ก็ไม่ว่ากันครับ คือ ไม่ว่าคุณจะเลือกการส่งแบบ China Post Air Mail ,หรือส่งฟรีแบบ Seller's Shipping Method  หรือ FedEx หรือ DHL ฯลฯ ทีมงานก็ได้รับค่าบริการเท่ากันอยู่ดี คือ 100 บาท ดังนั้น คุณผู้อ่านจะเลือกวิธีส่งแบบไหนก็ได้ครับ ไม่ได้บังคับในส่วนนี้ครับผม 



- END -