การฝึกก็เปรียบเหมือนการเดินทางในอุโมงค์

อุโมงค์สั้นๆที่มองเห็นปลายทางได้ชัดเจน

       ขึ้นชื่อว่าอุโมงค์แล้ว มันก็มีทั้งทางเข้า และทางออก ซึ่งเมื่อคุณดูที่ภาพข้างบนนี้ เมื่อมองทางด้านทางเข้า คุณก็จะเห็นส่วนที่เป็นทางออกอย่างชัดเจน  และถ้าคุณจะต้องเตรียมสเบียงเพื่อใช้ในการเดินทางผ่านอุโมงค์นี้ คุณก็คงพอที่จะประมาณได้ว่าควรจะเตรียมสเบียงไว้ใช้ในการเดินทางเพื่อผ่านอุโมงค์นี้ มากน้อยขนาดไหน  เพราะเรารู้แน่แล้วว่าอุโมงค์นี้มีความยาวเท่าไร และมีทางออกแน่ๆ ( ก็เห็นด้วยตานี่นา )  แต่ถ้าเป็นภาพข้างล่างนี้ล่ะ



อุโมงค์ปริศนา เพราะเรามองไม่เห็นอีกด้านเลย
ถ้ามีทางรถไฟ มันก็ยังพอเดาได้ว่าต้องมีทางออก แต่อันนี้ไม่มี


ระหว่างทางในอุโมงค์ จะมีอะไรหล่นใส่กะบาลหรือเปล่า?
แล้วถ้าจะหล่น เราควรระมัดระวังตรงไหนเป็นพิเศษ?


ปลายทางอาจจะมีทางออกสองทางก็ได้ แล้วเราจะเลือกออกทางไหน?


เพราะทางเลือกด้านหนึ่งอาจจะตันก็ได้


       การเพาะกาย เปรียบเสมือนอุโมงค์ปริศนา ที่ไม่รู้ว่า ถ้าจะเดินทางไปถึงทางออก ต้องเตรียมสเบียงอะไรไปบ้าง มากน้อยเท่าไร เพราะเราไม่รู้ว่ามันไกลเท่าไร  อีกทั้งเรายังต้องเดินทางตามลำพังอีกด้วย เพราะในวงการนี้ ( วงการเพาะกาย ) เสือ สิงห์ กระทิง แรด มันเยอะ เราไม่รู้ว่าคนที่เราจะไปปรึกษานั้น จะหลอกขายอาหารเสริม ขายของเราหรือเปล่า? ดังนั้น การเดินทางคนเดียวจึงน่าจะปลอดภัยที่สุด / ปัญหาของการเดินทางในอุโมงค์ที่ไม่รู้ว่ามันจะยาวไกลเท่าไร นั้น ก็คือ


       เมื่อคุณมีวัยวุฒิ หรือคุณวุฒิ "น้อยกว่า" ผม Webmaster - สิ่งที่คุณจะต้องมีแน่ๆ ก็คือไฟที่แรงมากๆ และสิ่งที่จะตามมาก็คือ คุณชั่งอาหารก่อนประกอบอาหาร ( ด้วยตนเอง ) ทุกมื้อ / หาข้อมูลเพาะกาย "มากเกินไป" คือ จมในข้อมูลไปเลย คนนั้น พูดอย่างนี้ อีกคนพูดขัดกับคำพูดของอีกคน สุดท้าย มึน / ผมแนะนำอะไรไป คุณก็ไม่มีความพยายามที่จะตีความ  เอาแต่ถามเข้ามาอีก จนผม Webmaster เลยไม่กล้าแนะนำอะไรดีๆให้ เพราะกลัวต้องมานั่งตีความคำพูดของตัวเอง คือแปลไทยเป็นไทยให้คุณอีก / Webmaster แนะนำว่าให้ทานอาหารเสริมแค่นี้พอ แต่ความที่ได้รับข้อมูลจากหลายด้านมากเกินไป เลยหมดเงินไปกับอาหารเสริมตัวอื่นอีก ตัวเองยังหารายได้ไม่ได้เอง แต่ยังจะดื้อดึงซื้ออาหารเสริมแพงๆมาใช้  สิ่งที่คุณกำลังทำทั้งหมดมานี้ ผมเรียกว่า คุณเตรียมสเบียงให้ตัวเองมากเกินไป คุณแบกของ ( คือสเบียง ) ไว้บนหลังมากเกินไป  สร้างภาระให้ตัวเองมากเกินไป  ซึ่งถ้าบังเอิญ อุโมงค์ที่คุณจะเดินผ่านนี้ มันยาวมาก ( เพราะคุณไม่มีที่ปรึกษา เลยไม่รู้ว่ามันจะยาวเท่าไร ) เมื่อคุณเดินไปครึ่งทางของอุโมงค์  คุณก็จะเดินทางต่อไปไม่ไหว ครั้นจะเดินกลับทางเดิม  ก็ไม่แน่ใจว่าขณะนี้ตนเอง อาจจะอยู่ใกล้ทางออกแล้วก็ได้ ก็เลยไม่กล้าเดินย้อนกลับ   สุดท้าย คุณก็ต้องนอนตายพร้อมกับสเบียงที่หล่นมาทับคุณนั่นแหละ 


       เมื่อคุณมีวัยวุฒิ หรือคุณวุฒิ "มากกว่า" ผม Webmaster - ถ้าคุณเป็นผู้พิพากษา ,ดารา ,ข้าราชการระดับสูง ,รุ่นพี่นักเรียนเตรียมทหาร ,รุ่นพี่นักเรียนนายร้อย  สิ่งที่คุณต้องมีแน่ๆ ก็คือ "อัตตา" คุณต้องคิดว่า ด้วยวัยวุฒิ และคุณวุฒิที่สูงกว่าผมนั้น นั่นย่อมแปลว่า "ทุกเรื่อง" คุณจะต้องมีความคิดที่ดีกว่าผม  สิ่งที่ตามมาก็คือ คุณจะ "คิดเอาเอง" ว่า ใช้เตียงยกน้ำหนักแบบนอนราบเท่านั้นก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เตียงปรับหัวได้ตามที่ Webmaster แนะนำ / ฝึกแบบไม่ใช้อาหารเสริมก็ได้ ไม่ได้ไปประกวดที่ไหน / การวิ่ง เป็นการออกกำลังที่จำเป็นที่สุด จะเพาะกายแค่เป็นการออกกำลังเสริมเท่านั้น / การอดอาหารเช้า จะทำให้ลดไขมันได้  ทั้งหมดนี้ มันเป็นแค่ความเชื่อของคุณ เหมือนกับเวลาที่คุณเดินไปทางทิศตะวันตก โดยที่ไม่มีเข็มทิศ ( เพราะชอบคิดเอาเอง ) แล้วคุณก็เชื่อว่าคุณกำลังเดินไปทางทิศตะวันออก อย่างนี้ คุณจะเห็นได้ว่า แม้ว่าคุณจะเชื่ออย่างจริงจังว่าคุณกำลังเดินไปทางทิศตะวันออก แต่ข้อเท็จจริง ก็คือคุณกำลังเดินทางไปทางทิศตะวันตก

       สิ่งที่คุณกำลังทำทั้งหมดนี้ ผมเรียกว่า คุณเตรียมเสบียงไว้ให้ตัวเอง น้อยกินไป คุณพกสเบียงติดตัวเข้าอุโมงค์น้อยเกินไป ( เพราะอัตตาสูง เลยเข้าใจว่าตัวเองคิดถูก เลยเตรียมสเบียงมาแค่นั้น )  ถ้าบังเอิญ อุโมงค์ที่คุณจะเดินทางผ่านนี้ มันยาวมาก เมื่อคุณเดินทางไป สเบียงที่อยู่บนหลังคุณก็จะหมด ครั้นจะเดินย้อนกลับทางเก่า ก็ไม่มีสเบียงเหลือประทังชีวิตให้เดินทางกลับได้แล้ว สุดท้าย คุณก็จะนอนตายแบบอดอาหารตายอยู่ในอุโมงค์นั่นเอง


       คำถามที่เกิดขึ้นคือ ใคร ที่จะบอกคุณได้ว่า คุณควรจะเตรียมสเบียงไว้มากน้อยขนาดไหน ถึงจะพอดีกับการเดินทางผ่านอุโมงค์ในครั้งนี้ ?


คนที่จะให้คำปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางในอุโมงค์นี้
ก็คือคนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของอุโมงค์ เพราะเขาอยู่ที่ทางออกของอุโมงค์แล้ว
ในขณะที่คุณพึ่งจะเริ่มเข้าอุโมงค์ตรงทางเข้าเท่านั้นเอง  

       คนที่น่าเชื่อถือที่สุดก็คือคนที่อยู่ปลายอุโมงค์  เพราะว่าเขาผ่านอุโมงค์นั้นมาแล้ว คุณสมบัติของคนที่อยู่ปลายอุโมงค์นี้ก็คือ

       1.เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องอุโมงค์นี้ - ถ้าเปรียบกับการเพาะกาย ก็คือเป็นผู้ที่ศึกษาหาความรู้ด้านเพาะกายเพิ่มเติม เดือนต่อเดือนมาโดยตลอด ไม่ใช่เชื่อจากความรู้ที่ตัวเองเคยสอบผ่าน และได้ปริญญาวิทยาศาสตร์การกีฬา เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว / ให้คำปรึกษา และค้นหาคำตอบแบบเปิด ( คือหมายความว่ากับบุคคลทั่วไป ) มาสิบปีบวก ( แปลว่าสิบปีขึ้นไป ) ไม่ใช่แค่ให้คำปรึกษากับลูกศิษย์ที่อยู่ในโรงยิม ซึ่งไม่น่าจะมีเกินร้อย / ไม่ได้หากินอยู่กับอาชีพเพาะกาย คือต้องขายอาหารเสริมเพาะกายเพื่อความอยู่รอด เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ซึ่งจะทำให้การสอน อาจจะอิงเกี่ยวกับแนะนำสินค้าที่ตัวเองขายอยู่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผมแล้ว ผมมีเงินเดือนเกือบห้าหมื่นจากอาชีพรับราชการอยู่แล้ว ไม่ต้องพึ่งพาการขายของในเวบเพาะกายเลยก็ได้  ดังนั้น มีอะไรผมก็สอนตรงๆ สามารถแนะนำอาหารเสริมให้คุณ แล้วคุณไปหาซื้อเอาเองจากที่อื่นก็ได้

       ผมเชี่ยวชาญ ผมจึงบอกได้ว่า นักเพาะกายตัวใหญ่ๆที่ประกวดนั้น เขาไม่ใช้สเตอรอยด์กัน  ในขณะที่คุณกลับไปเชื่อคนในโรงยิม ที่พยายามจะหลอกขายสเตอรอยด์ให้คุณว่า นักเพาะกายที่ประกวดทุกคน เขาใช้สเตอรอยด์กันหมด  ผมถามเพื่อนสมาชิกว่า คุณควรจะเชื่อผมที่เชี่ยวชาญเรื่องอุโมงค์นี้ หรือจะเชื่อคนอื่นที่พยายามหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยไม่มีอุดมการณ์อื่นใดๆทั้งสิ้น


       2.แนะนำได้ว่าคุณควรจะเตรียมสเบียงไว้ขนาดไหน ไม่มากไม่น้อยเกิน - คุณเงินเดือนเก้าพัน แต่จะซื้ออาหารเสริมด้วยงบประมาณเดือนละ ห้าพัน มันหนักเกิน ( นี่คือแบกภาระมากเกินไป เหมือนกับแบกสเบียงมากเกินไป อย่างนี้ ต้องเอาสเบียงที่แบกไว้ ทิ้งไปบ้าง ) / คุณไม่ใช้อาหารเสริมเลย นี่ก็ถือว่าคุณเตรียมสเบียงไว้น้อยเกินไป อย่างนี้เดินทางไม่ถึงปลายอุโมงค์อีกด้านหนึ่งแน่  ก็หมายถึงว่าเล่นแล้วไม่ได้ผล ก็เลยยกเลิกการเล่นกลางคัน ( เปรียบได้กับเดินทางไม่ถึงปลายอุโมงค์อีกด้าน ซึ่งก็คือความสำเร็จในการเพาะกาย ) / คุณ "บ้า" ชั่งน้ำหนักอาหารมันทุกมื้อ ไหนจะต้องเอาใจใส่การฝึกด้วย ไหนจะต้องทำงานด้วย หรือต้องเรียนหนักด้วย สุดท้ายพอมีโอกาสได้หยุดสักครั้ง ก็ไม่อยากจะกลับมาเล่นเพาะกายแล้ว เพราะมันเหมือนยาขม ที่ไม่อยากกลับมากินอีกนั่นเอง ( ยาขมที่ว่านี้ก็คือ การที่คุณทำตัวมีภาระมากเกินไปทุกด้านสำหรับการเล่นกล้าม ) นี่แหละที่เรียกว่าขนสเบียงมากเกินไป สุดท้ายก็ไปไม่รอด ยกเลิกเอากลางคันดื้อๆ   ซึ่งทางที่ถูกคือ เอาใจใส่เรื่องการฝึกอย่างเดียวก็พอ ส่วนอาหาร ลองพยายามพึ่งพาแฟน หรือคุณแม่ให้จัดหาให้  อย่าแบกภาระเรื่องการหาอาหารเลย  และถ้าเรารู้ว่าเราพึ่งคนอื่นไม่ได้ เช่นพักอยู่ที่หอนักศึกษา คุณก็ควรจะปล่อยวางเรื่องการจัดหาอาหารให้ตัวเอง คือกินเท่าที่หาได้ก็พอ ไม่ต้องไปชั่งน้ำหนักอาหารก่อนกินให้ยุ่งยาก

       คนที่มีไฟแรงมากเกินไป มักจะอยู่ในวงการนี้ไม่นาน ก็จะเบื่อ ส่วนคนที่มีไฟน้อยเกินไป ก็จะอยู่ได้ไม่นานเหมือนกัน เพราะเล่นแล้วไม่สนุก ไม่ได้ผล ก็เลยเบื่อเหมือนกัน  ที่ถูกแล้ว ต้องไปแบบพอดีๆ แล้วมันจะไปได้นาน ไปได้เรื่อยๆครับ  ความสำเร็จของการเพาะกาย วัดกันที่ว่า ใครจะอยู่ในวงการนี้ได้นานกว่ากันเท่านั้น  ส่วนมากจะเป็นแค่ว่า "เคย" อยู่ในวงการเพาะกายเสียมากกว่า


       3.บอกคุณได้ว่ามีกับดักอะไรในอุโมงค์นั้นบ้าง - ก็อย่างที่บอกว่าเสือ สิงห์ กระทิง แรด มันเยอะ ในวงการนี้ คุณไม่รู้เลยว่าคนที่เข้ามาพูดอะไรกับคุณนั้น เขามีจุดประสงค์ดีหรือร้าย  เปรียบได้กับการเดินทางในอุโมงค์ว่า ถ้าไม่มีใครบอกคุณว่าให้ระมัดระวังกับดักตรงไหนในอุโมงค์นั้นเป็นพิเศษ คุณก็จะพลาดโดนหินหล่นใส่หัวตายคาอุโมงค์   และกับดักนั้นก็จะมีเพียงสามอย่างเท่านั้น คือ

               3.1 ขายอาหารเสริมปลอม

               3.2 ขายอาหารเสริมปลอม

               3.3 ขายอาหารเสริมปลอม

       ครับ  ไม่ได้พิมพ์ผิด สิ่งที่คุณต้องระวังในวงการนี้ มีแค่สามข้อเท่านั้น และสามข้อนั้นก็เหมือนกันทุกประการ  ส่วนรูปแบบของมันก็จะแยกแยะกันออกไปมากมาย ยกตัวอย่างเช่น บางคนรู้ว่ามันเป็นอาหารเสริมปลอม ก็ยังเอามาขายอีก ,บางคนไม่รู้ว่าเป็นของปลอม ก็เลยเอามาขาย ,บางคนถึงกับเปิดเป็นรูปบริษัทเพื่อให้น่าเชื่อถือ แล้วโฆษณาอาหารเสริมปลอมจนน่าเชื่อถือ แล้วส่งลิ่วล้อ ไปขายอาหารเสริมปลอมอีกทีหนึ่ง ก็กำไรมันมหาศาล มันเลยคุ้มกับการเสี่ยงคุก เสี่ยงตาราง คิดดูเอาแล้วกัน ต้นทุนขวดละ 150 บาทแต่ขาย 4,500 บาท แล้วก็ทำการตลาด ลด แลก แจก แถม จัดอีเว้นท์ ฯลฯ  "ขนลุก" ได้กำไรไปขวดละสามพัน กำไรเดือนละหลายล้าน  แต่คนกิน "ตายผ่อนส่ง" / พอมีหน่วยราชการมาตรวจสอบ ก็จัดโกดังสินค้าเก็บสินค้าที่ถูกกฏหมายไว้ให้ตรวจสอบ  มีระบบบริหารจัดการที่ดีมากๆ เลยทีเดียว


       4.ถ้าทางออกอุโมงค์มีหลายทาง ผมบอกคุณได้ว่าทางออกไหนดีที่สุด - ก็อย่างเช่น คุณพบว่ามีระบบการฝึกให้เลือกสองทาง ทางหนึ่งคือการฝึกแบบทั่วไป กับทางเลือกที่สองคือการฝึกแบบ High intensity ซึ่งคุณก็เห็นว่ามันดีทั้งสองทาง แต่ว่าคุณสามารถเลือกได้ช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น เหมือนเลือกไม่ถูกว่าควรจะใช้อุโมงค์ช่องทางไหน / อันนี้ผมตอบคุณได้เลยว่าอย่าเลือกช่องทาง High intensity เพราะมันคือ ทางตัน! เพราะมันไม่มีการต่อยอดความรู้แล้ว เพราะผู้ให้กำเนิดสาขาวิชานี้ได้เสียชีวิตไปเป็นสิบปีแล้ว จึงไม่มีงานวิจัย ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆในสาขาการฝึกนี้อีกแล้ว ดังนั้น ไม่ควรเดินช่องทางนี้  แต่ให้เลือกไปอีกช่องทางหนึ่ง คุณจะพบกับทางออก เพราะการฝึกแบบของ Weider หรือคนอื่นๆนั้น เขามีงานวิจัยใหม่ๆออกมาทุกเดือน น่าสนใจบ้าง ไม่น่าสนใจบ้าง แต่ก็ยังมีการ Update น่ะครับ / เห็นไหมครับ คุณไม่ต้องไปเดินทางพลาดด้วยตัวเอง เพียงแค่คุณ "ฟัง" คนที่อยู่ปลายอุโมงค์เท่านั้น มันก็ทำให้คุณไม่หลงทาง และเดินทางได้อย่างเชื่อมั่นว่าอุโมงค์นี้มีทางออกแน่ๆ และจะต้องเตรียมสเบียงมากน้อยขนาดไหน ไม่มากไป ไม่น้อยไปน่ะครับ


- END -