การทำงานของทีมงาน Tuvagroup.com


       อาจมีคุณผู้อ่านบางท่าน มีประสบการณ์ที่เคยใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แล้วมีความคิดว่า "ไม่เห็นจะยากเลย" ก็แค่เลือกสินค้า แล้วก็กดปุ่ม Check out แล้วก็กดปุ่ม Pay ก็เสร็จแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินจ้างให้ทีมงาน Tuvagroup.com ซื้อให้เลย เปลืองเงิน 100 บาท ( ค่าบริการ ) เปล่าๆ 

       แล้วคุณผู้อ่านไม่สงสัยหรือครับว่า ที่ Webmaster พูดบ่อยๆว่าต้องเสียเงินซื้อประสบการณ์ เป็นหลักแสนบาท น่ะ มันจะไปหมดตรงไหนได้  ถ้ามันง่ายอย่างที่คุณคิดน่ะครับ

       ที่คุณผู้อ่านบอกว่า "ไม่เห็นจะยากเลย" นั่นก็เพราะว่า คุณ "ยังไม่เจอ" กับตัวเองไงครับ / ซึ่งมันก็ไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าคุณจะรอดตลอดไป

       ทุกวันนี้นั้น คนที่ใช้บัตรเครดิตของตัวเอง ซื้อของจากต่างประเทศ แล้วเจอปัญหา ต่างก็เขียนเมลล์มาขอคำปรึกษากับทีมงาน Tuvagroup.com ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แทบทุกวัน / บางวัน คนที่ปรึกษาปัญหาเข้ามา มีมากกว่าลูกค้าที่จะฝากซื้อสินค้า เสียอีก ( ซึ่งปัจจุบันนี้ ทาง Webmaster ไม่อนุญาตให้ทีมงานให้คำปรึกษานะครับ เป็นคำสั่งห้ามเด็ดขาด )

       การใช้บริการฝากซื้อสินค้า เหมือนกับ การซื้อประกันรถยนต์ - Webmaster ของเวบ ได้แชร์ประสบการณ์การตัดสินคดีจราจรในช่วง 20 ปีของการทำงานที่โรงพักไว้ว่า มันขึ้นกับอัตราเสี่ยงของการขับรถของเรา ,ถ้าเราขับบ่อย ,ถ้าถนนที่เราขับ มีรถจอแจ มันก็ถือว่ามีอัตราเสี่ยงสูงกว่าการขับในหมู่บ้าน ในกรณีที่มีอัตราเสี่ยงสูงนี้ ควรซื้อประกันรถยนต์ไว้จะดีกว่า / เพราะมันไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่า ถ้าวันนี้รถของตัวเองยังไม่ชน แล้ววันหน้าในอนาคต ก็จะไม่มีการชน / และเชื่อเถอะว่า เมื่อเกิดการชนขึ้นจริงๆ รถที่ไม่มีประกันจะหมดตัวเรื่องค่าซ่อม และยังอาจมีผลกระทบข้างเคียง เช่นความเครียดจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว ไหนจะต้องเสียเวลาทำมาหากิน ต้องเดินทางไปโรงพักเพื่อให้ปากคำ ไหนจะต้องเดินทางไปศาล ฯลฯ


       การใช้บริการฝากซื้อสินค้า ต่างกับ การซื้อประกันรถยนต์ - ประกันรถยนต์ต้องใช้เงินปีละ "สองหมื่น" ซึ่งบางที รายได้ต่อเดือนของเราอาจจะทำให้เราต้องคิดหนัก  แต่ ในการรับฝากซื้อสินค้านั้น ทีมงานคิดแค่ครั้งละ 100 บาท กี่รายการก็ได้ ดังนั้น ถ้าคุณฝากซื้อสินค้า 5 รายการ ( ในคราวเดียว ) คุณก็เสียค่าใช้จ่ายแค่ "รายการละ 20 บาท" / ลองคิดดูว่า มูลค่าสินค้าจากต่างประเทศราคาเท่าไร หลักพัน ,หลักหมื่น ถ้าเสียเงินเพิ่มอีกสัก 20 บาทนี้ มันยอมกันไม่ได้เชียวหรือ?

       และก็เหมือนที่ Webmaster บอกไว้ว่าการซื้อประกันรถยนต์ มันขึ้นกับอัตราเสี่ยงในการชน คือถ้ามีอัตราเสี่ยงมากก็ควรซื้อประกัน / การซื้่อสินค้าจากต่างประเทศ นั้น มีอัตราเสี่ยงสูงทุกรายการเลยครับ ( ไม่อย่างนั้น Webmaster จะหมดเงินเป็นหลักแสนได้อย่างไร? )

       จากประสบการณ์การซื้อสินค้าต่างประเทศให้คุณลูกค้ามาจะสิบปีนั้น เวบที่ปลอดภัยที่สุด ( คือมีอัตราเสี่ยงน้อยสุด ) ก็คือ เวบอีเบย์ ครับ

       แต่ในวันนี้ ทีมงานจะเอาตัวอย่าง เคสการซื้อของที่อีเบย์ มาให้คุณผู้อ่านดูกันครับ เพื่อให้คุณผู้อ่านได้ดูกันว่า ไอ้ที่ว่าอัตราเสี่ยงน้อยที่สุดในโลก ( หมายถึงการซื้อของที่เวบอีเบย์ ) น่ะ เวลาสั่งซื้อแล้วต้องเจออะไรบ้าง?

       และก็เป็นหลักในการทำเวบอยู่แล้วครับว่า
 ภาพสินค้า ,ภาพเมลล์การโต้ตอบทุกภาพ ทุกอย่าง ล้วนเอามาจากของจริงทั้งสิ้นครับ ไม่ได้สมมติขึ้นมาลอยๆ แต่อย่างใด / เรามาดูกันเลยครับ 




http://www.ebay.com/itm/261979259672

       ( ภาพบน ) คุณลูกค้าต้องการซื้อสินค้าจากอีเบย์ ตามที่เห็นในภาพข้างบนนี้ / ซึ่งจากการที่ทีมงาน Tuvagroup.com ได้ตรวจสอบทางกายภาพ ( หมายถึงดูลักษณะการวางขายสินค้า ) ก็เห็นว่ามีสภาพทั่วไปเป็นดังนี้คือ

       ใช้ "ภาษาอังกฤษ" ในการติดต่อสื่อสาร - ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าคนขายใช้ภาษาอื่นล่ะก็ มันจะลำบากในการคุยด้วยกรณีที่มีปัญหา


       ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) คนขายชื่อ phillips55 มีประสบการณ์การขายมา 88 ชิ้น ( ใน 88 ชิ้นนี้ อาจจะเป็นการขายในประเทศเขาทั้งหมดเลยก็ได้ คืออาจไม่เคยมีประสบการณ์ขายให้ลูกค้าต่างประเทศ ( เช่น ลูกค้าเป็นคนไทย ) เลยก็ได้ )


       ( ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) สินค้าไม่ส่งไทย


       หลังจากตรวจสอบแล้ว ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ดำเนินการตามประสบการณ์ที่มี เพื่อจัดให้คุณลูกค้าท่านนี้ได้สั่งซื้อสินค้าชิ้นนี้ได้ / โดยทีมงานไม่ขอบอกว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะถ้าบอกไป อีกหน่อย คนรู้ ก็จะซื้อของได้ด้วยตัวเองหมด คงไม่มีใครมาใช้บริการฝากซื้อสินค้ากับทีมงาน Tuvagroup.com จริงไหมครับ?





( ภาพบน ) เมลล์ที่แจ้งลูกค้าทราบว่าได้โอนเงินให้คนขายแล้ว

       ( ภาพบน ) ในที่สุดก็สรุปได้ว่า คนขายยินยอมส่งสินค้ามาไทย และคิดค่าส่ง 32 ยูโร ( โดยทีมงานไม่ขอบอกว่าต้องเจรจากับคนขายยังไงนะครับ )  / จากนั้น ทีมงาน Tuvagroup.com ก็แจ้งให้คุณลูกค้าทราบ เพื่อให้คุณลูกค้าโอนเงินมาให้ / และเมื่อคุณลูกค้าโอนเงินมาให้ทีมงานแล้ว ทีมงานก็โอนเงินไปให้คนขาย ซึ่งปรากฏตามเมลล์ที่เห็นในภาพข้างบนนี้ 

       ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) บอกไว้ว่า ได้โอนเงินไปให้คนขายเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558


       ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) บอกไว้ว่า ยอดเงินที่โอนไปให้คนขายคือ 82 ยูโร



( ภาพบน ) เมลล์การทอนเงินให้คุณลูกค้า

       ( ภาพบน ) หลังจากโอนเงินไปให้คนขายแล้ว ต่อมา เมื่อสเตทเม้นท์บัตรเครดิตออก ทางทีมงานก็คำนวณเงินทอน และทอนเงินให้กับคุณลูกค้าไป ตามที่เห็นในเมลล์ข้างบนนี้ 



 

       ( ภาพบน ) เมื่อคุณผู้อ่านใช้บริการฝากซื้อสินค้ากับทีมงาน Tuvagroup.com ขั้นตอนของคุณผู้อ่านก็จะมีขั้นตอนง่ายๆ แค่ส่งลิงค์สินค้าที่ต้องการให้ซื้อมาให้ทีมงาน Tuvagroup.com / โอนเงินมาให้ทีมงาน / รับเงินทอนจากทีมงาน แล้วก็รอรับสินค้า

       ด้วยการที่คุณลูกค้าเห็นว่าขั้นตอนมันง่ายๆแค่นี้ ลูกค้าบางคนก็เลยคิดไปว่า "ไม่คุ้มกับค่าบริการเลย" เพราะถ้ามันง่ายแบบนี้ เราก็ซื้อเองโดยใช้บัตรเครดิตของตัวเองก็ได้

       การที่คุณลูกค้าบางท่านคิดเช่นนี้ ( คิดว่า ไม่คุ้มกับค่าบริการเลย ) ก็เพราะว่าในมุมมองของคุณลูกค้า ( ท่านนี้ ) รับทราบเพียง 4 ขั้นตอนเท่านั้น
( คือรับทราบแค่ว่าต้องส่งลิงค์สินค้าที่ต้องการให้ซื้อมาให้ทีมงาน Tuvagroup.com / โอนเงินมาให้ทีมงาน / รับเงินทอนจากทีมงาน และก็รอรับสินค้า )



 
bluecollarbuddy.com

       ( ภาพบนมันก็เหมือนกับว่า เวลาที่เราไปสั่งเป็ดปักกิ่ง ( สมมติ ) ที่ร้านทาน  สิ่งที่เราต้องทำก็แค่สั่งบ๋อยว่าจะทานเป็ดปักกิ่ง ,รอจนอาหารมาแล้วก็ทาน ,ทานเสร็จก็จ่ายเงิน ขั้นตอนก็จะมีง่ายๆแค่นี้

       จนบางทีเราก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า เราน่าจะลองฝึกทำเป็ดปักกิ่งเองที่บ้าน จะได้ไม่เปลือง / ที่เราคิดเช่นนั้นก็เพราะว่า เรามองว่าบ๋อยที่มาเสริฟ มันหน้าตาผ่องใส ,ไม่มีเหงื่อไหลไคลย้อย ,เสื้อผ้าไม่ยับ  แสดงว่า ไอ้เจ้าเป็ดปักกิ่งที่เราสั่งไป มันคงทำไม่ยาก ,ไม่เสียแรงเท่าไร



 
calcutta.pablobartholomew.com

       ( ภาพบน ) ที่คุณคิดไปเองว่า "เป็ดปักกิ่งไม่น่าจะทำยาก" นั่นก็เพราะว่าคุณยังไม่เห็นสภาพในครัวไงครับ / ถ้าคุณเห็นสภาพในครัว คุณจะเห็นความโกลาหล ,การต้องเตรียมน้ำราดด้วยการเคี่ยวหลายชั่วโมง ,การเตรียมแป้ง ,การเตรียมเต้าเจี้ยวหวาน ,การปรุงเป็ด ฯลฯ / พูดได้ว่า ถ้าคุณเห็นสภาพในครัวของร้านที่ทำเป็ดปักกิ่งให้คุณกิน  คุณก็จะต้องคิดเลยว่า "ตู สั่งซื้อเอาน่ะดีแล้ว ไม่อยากทำเองแล้ว"

       ก็เหมือนการซื้อสินค้าจากต่างประเทศนั่นแหละครับ ที่คุณเห็นว่าง่ายนั้น ก็เพราะคุณมองใน ฐานะผู้จ้าง ให้ทีมงาน Tuvagroup.com ซื้อของให้ ก็เลยดูเหมือนว่าอะไรมันก็ง่ายๆ ชิลล์ ชิลล์

       แต่ถ้าคุณลองเข้ามาดูว่า ไอ้เคสการซื้อของที่คุณเห็นว่าง่าย เห็นว่าชิลล์ ชิลล์นั้น ทีมงาน Tuvagroup.com จะต้องเจอกั้บอะไรบ้าง คือลองมามองใน ฐานะคนที่ต้องลงมือซื้อ  คุณผู้อ่านก็จะเปลี่ยนความคิดเลยว่า มันไม่ได้ง่าย มันไม่ได้ ชิลล์ ชิลล์ แบบที่คิด จนคุณต้องคิดเลยว่า "ตู ฝากให้ทีมงาน Tuvagroup.com ซื้อให้น่ะดีแล้ว ไม่อยากซื้อเองแล้ว"

       และก็ขอย้ำนะครับว่า เคสที่เอามาให้ดูนี้ คือเคสการซื้อของจากเวบอีเบย์ ซึ่งเวบอีเบย์นี้ ถือว่า "เสถียร" คือมีความมั่นคงในด้านต่างๆ ( เช่นการโอนเงิน ,การติดตามสินค้า ฯลฯ ) มากที่สุดในโลกแล้ว มันยังมีปัญหาได้เลย ( ก็คือปัญหาที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้นั่นแหละครับ )



 

       ( ภาพบนหลังจากได้รับออร์เดอร์จากคุณลูกค้าแล้ว  ทีมงานเห็นว่าสินค้ามันไม่ส่งมาไทย ก็ต้องมีการเจรจาต่อรองกับคนขาย ว่าให้ส่งมาไทยก่อน

      
เมื่อคนขายตกลงว่าจะส่งมาไทยให้  เราก็จัดทำแบบฟอร์มการ "ขออินวอยซ์" จากคนขาย ดังที่เห็นในภาพข้างล่างนี้



 
( ภาพบน ) แบบฟอร์มการขออินวอยซ์ก่อน  

 
ขอแทรกนิดนึงครับ

       คุณผู้อ่านอาจนึกว่า ถ้าอยากได้ใบอินวอยซ์จากคนขาย ก็แค่เมลล์ไปขออินวอยซ์ ไม่เห็นจะยากเลย / ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนั้น

       ทางอีเบย์เขาไม่อนุญาตให้เราเขียนเมลล์คุยกันตรงๆได้ คือหมายความว่า เราไม่มีทางรู้ Account อีเมลล์ของคนขายคนนี้ได้เลยครับ  เพราะอีเบย์เขามองว่า ถ้าลูกค้า กับคนขาย รู้อีเมลล์ซึ่งกันและกันแล้ว ก็จะแอบซื้อสินค้ากันนอกอีเบย์ ( ถ้าซื้อขายกันในอีเบย์  ทางอีเบย์จะได้เงินค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายนั้น แต่ถ้าลูกค้ากับคนขาย รู้อีเมลล์กันแล้ว ก็จะแอบติดต่อซื้อขายกันเองนอกอีเบย์ และเมื่อเกิดการซื้อขายกันนอกอีเบย์ ทางอีเบย์ก็จะไม่ได้ค่าธรรมเนียม / ดังนั้น ทางอีเบย์จึงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น )

       และเพราะมันต้องมีกรรมวิธีในการขออินวอยซ์จากคนขาย ไม่ใช่แค่เขียนเมลล์ไปหาคนขายตรงๆ ( เพราะอีเบย์ปิดบังอีเมลล์ของคนขาย ไม่ให้เรารู้ ) / มันก็เลยต้องใช้ประสบการณ์ในเรื่องวิธีการขออินวอยซ์ ซึ่งวิธีการขออินวอยซ์ ก็ต้องขอปิดเป็นความลับครับ ( เพราะก็อย่างที่ Webmaster บอก คือถ้าคนรู้ความลับกันแล้ว ก็จะพากันไปซื้อสินค้ากันเองหมด ไม่มีใครมาจ้างทีมงาน Tuvagroup.com ซื้อให้ )


 


 
( ภาพบน ) วันที่ 31 ก.ค.58 ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )
คนขายก็ส่งใบอินวอยซ์มาให้เรา





( ภาพบน ) ในวันเดียวกัน ( 31 ก.ค.58 ) ทีมงานก็โอนเงินไปให้คนขาย

       ( ภาพบน ) หลังจากได้รับใบอินวอยซ์แล้ว ทีมงานก็โอนเงินไปให้คนขาย เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) เป็นยอดเงิน 82 ยูโร ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้

       ต่อมา ก็ได้มีข้อความจากคนขายแจ้งมา ดังภาพข้างล่างนี้



( ภาพบน ) แปลข้อความไม่ออก  ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )

       ( ภาพบน ) เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )  ทางคนขาย ( คือนาย phiilps 55 ) ก็ได้เมลล์เข้ามา / แต่ดันไม่ใช้ภาษาอังกฤษ ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )

       ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องน่ากลัวเป็นอย่างมาก ( หมายถึงการที่คนขายไม่ใช้ภาษาอังกฤษ )





       ( ภาพบน ) ซึ่งตอนก่อนซื้อนั้น ทีมงานก็เห็นในหน้าเวบที่ประกาศขายสินค้า เขาก็ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหน้า ( เหมือนที่เห็นอยู่ในภาพข้างบนนี้ ) ถึงได้ "กล้า" สั่งซื้อให้ลูกค้า / เพราะถ้าหน้าเวบขายสินค้าเป็นภาษาอื่น ทีมงานก็ไม่กล้าสั่งซื้อให้ลูกค้าแล้วล่ะครับ เพราะกลัวว่า เวลามีปัญหาแล้วจะสื่อสารกับคนขายไม่รู้เรื่อง

       แต่ในเมื่อ "มันพลาดไปแล้ว" คือสั่งซื้อสินค้ารายการข้างบนนี้ไปแล้ว แล้วทีมงานพึ่งมารู้ตอนหลังว่าคนขายใช้ภาษาอิตาลี มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว / ตอนนี้ก็เลยได้แต่เดาว่า ข้อความที่ส่งมาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 นั้น ( ในรูปก่อนหน้ารูปข้างบนนี้ ) น่าจะเป็นข้อความที่บอกว่า ได้ส่งของให้แล้ว อะไรประมาณนั้น  ก็คงไม่สำคัญอะไร ไม่ต้องตอบกลับก็ได้




( ภาพบน ) วันที่ 13 สิงหาคม 2558 คนขายส่งข้อความมาอีก แต่ก็อ่านไม่ออกอีก

       ( ภาพบน )  เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )  ทางคนขาย ( คือนาย phiilps 55 ) ก็ได้เมลล์เข้ามาอีก และก็แปลไม่ออกอีก / แต่คราวนี้ ทีมงานไม่ชะล่าใจแล้ว  คือต้องหาทางแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ได้ ( ถ้าคุณลูกค้าใช้บริการกับทีมงาน ทีมงานจะจัดการเรื่องนี้ให้เองครับ ( เรื่องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ) / แต่ถ้าคุณลูกค้าใช้บัตรเครดิตของตัวเอง ซื้อของให้ตัวเอง ก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องภาษาอันนี้เอาเองนะครับ

       คนขายบอกว่า ที่เราโอนเงินไปให้เขาเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558 นั้น เขาไม่สามารถเบิกเงินออกมาได้

       เห็นไหมครับว่า เพราะมันใช้กันคนละภาษา เลยสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้น เราคงแก้ปัญหาได้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม
2558 ( ที่คนขายส่งเมลล์มาครั้งแรก แล้วเราอ่านไม่ออก )

       เอาเป็นว่าเราจะไม่พูดกันในเรื่องปัญหาเรื่องภาษากันอีก / มาดูปัญหาเรื่องเบิกเงินไม่ได้กันดีกว่า



 
( ภาพบน ) ทีมงานต้องเข้าไปตรวจสอบที่บัญชีของ PayPal

       ( ภาพบน ) ตรงนี้ ทีมงานก็ต้องใช้ "ประสบการณ์" ในการพิจารณาว่าจะไปตามเรื่องได้ที่ตรงไหน ( หมายถึงเรื่องที่คนขายพูดว่า เขาเบิกเงินไม่ได้ )

       ซึ่งเมื่อทีมงานเข้าไปตรวจสอบบัญชีของ PayPal แล้ว ก็พบว่ามันขึ้นข้อความ Unclaimed ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้  ซึ่งก็แปลว่าคนขายเบิกเงินไม่ได้จริงๆ ( สาเหตุที่เราต้องตรวจสอบก็เพราะว่า เผื่อคนขายเบิกเงินไปแล้ว แล้วมาโกหกเราว่ายังเบิกเงินไม่ได้ เพื่อจะได้เบิกเงินเรา "ซ้ำ" อีกรอบฟรีๆ - ดังนั้น เราต้องทันเกมส์คนขายด้วยครับ ไม่อย่างนั้นอาจโดนหลอก )

       ดังนั้น ทีมงานจึงต้องสอบถามไปที่ PayPal ว่าปัญหานี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร?



( ภาพบน ) เจ้าหน้าที่ของ PayPal ตอบกลับมา

       ( ภาพบน ) ทางเจ้าหน้าที่ PayPal แจ้งกลับมาว่า สาเหตุที่คนขายเบิกเงินไม่ได้นั้น เนื่องจากคนขายยังไม่ได้ลงทะเบียน และยืนยันที่อยู่อีเมลล์ให้กับทาง PayPal ( ตรงที่มี ขีดเส้นใต้สีแดง อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )


 
ขอแทรกนิดนึงครับ

       การที่เจ้าหน้าที่ PayPal เขาดูแลทีมงานเป็นอย่างดี ก็เพราะว่าทีมงานใช้บริการของ PayPal ในการซื้อของ เดือนนึงก็เกือบสองแสนบาท และใช้บริการยาวนานมาจะสิบปีแล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่ PayPal เขาจึงเกรงใจทีมงานเป็นพิเศษ / ซึ่งการที่ทีมงานใช้สิทธิตรงนี้ ( ที่ใช้บริการของ PayPal เดือนละเกือบสองแสนบาท และใช้มายาวนานจะสิบปีแล้ว ) ไปติดต่อธุระให้คุณลูกค้า  ก็เลยได้รับคำตอบเร็วและละเอียด

       ในทางกลับกัน ถ้าคุณผู้อ่านใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการสั่งซื้อ ( หมายถึงว่า ไม่ได้ใช้บริการกับทีมงาน Tuvagroup.com ) เดือนนึงซื้อของนิดๆหน่อยๆ ก็อาจไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทาง PayPal เท่ากับที่ทีมงานได้รับก็ได้นะครับ * * ( ที่พูดนี้ ทีมงานกำลังจะสื่อให้คุณผู้อ่าน ได้เห็นข้อดีของการใช้บริการกับทีมงาน Tuvagroup.com น่ะครับ / คือ ถ้าคุณผู้อ่านใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการซื้อของ ก็จะไม่ได้รับบริการพิเศษพวกนี้ )


 

       ย้อนกลับมาที่เรื่องของเราต่อครับ  ตอนนี้ ทีมงานก็ติดต่อไปทางคนขาย โดยบอกคนขายว่า สาเหตุที่คนขายไม่สามารถเบิกเงินได้นั้น ก็เพราะคนขายยังไม่ได้ลงทะเบียน และยืนยันที่อยู่อีเมลล์ให้กับทาง PayPal ( คือพูดไปตามข้อมูลที่เราได้มาจากเจ้าหน้าที่ PayPal )



( ภาพบน ) คนขายเถียง!

       ( ภาพบน ) พอแจ้งไปทางคนขาย แทนที่คนขายจะรีบแก้ไข ดันเถียงกลับมาว่า เขาได้ Confirm คือลงทะเบียน และ ยืนยันที่อยู่อีเมลล์ให้กับทาง PayPal ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้ว ( ความจริง คนขายมัน Confirm ปีที่แล้วก็จริง แต่มัน Confirm คนละอีเมลล์กัน - แต่เดี๋ยวเราจะมาคุยเรื่องนี้กันในหน้าถัดไปครับ ตอนนี้อ่านไปเรื่อยๆก่อน )

       ทีมงานยังเขียนเมลล์เถียงกับคนขายอีกหลายฉบับ เพื่อจะ ชี้แจงคนขาย ให้ทราบว่า การที่เราเบิกเงินจาก PayPal ไม่ได้ และเจ้าหน้าที่ PayPal เป็นผู้ตรวจสอบให้เราเองว่า สาเหตุที่เบิกไม่ได้คืออะไร? แล้วเราดันไปเถียงประเด็นเรื่องนี้อีก ( คือไปเถียงเจ้าหน้าที่ PayPal อีก ) มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ  เพราะคนที่ตรวจสอบได้แม่นยำที่สุด ก็ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของ PayPal อยู่แล้ว

       แต่เหมือนคนขายจะไม่ยอมเสียหน้า เพราะถ้ายอมรับ ก็แสดงว่าการที่เบิกเงินช้าไป 14 วัน ( คือโอนไปตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.58 แล้วคนขายแจ้งมาว่าเบิกเงินไม่ได้ในวันที่ 13 ส.ค.58 ) เป็นความผิดของคนขาย

       คนขายบอกว่า ถ้าอย่างนั้น ให้ใช้การโอนเงินทางธนาคารเอาก็ได้ / แต่ทีมงาน Tuvagroup.com คิดว่า การโอนเงินทางธนาคาร จะทำให้เราเสียเปรียบ เพราะถ้าเกิดการโกงกันขึ้น มันฟ้องร้องลำบาก และต้องสู้คดีกัน 3 - 5 ปี  เพราะเป็นคดีระหว่างประเทศ / แต่ถ้าใช้การโอนเงินทาง PayPal แบบเดิม แล้วคนขายโกง เราสามารถฟ้องร้องให้ทางบริษัท PayPal จัดการได้ / ดังนั้น ควรจะใช้การโอนเงินทาง PayPal เหมือนเดิมดีกว่า

       ทีมงานก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้น ให้ส่งอินวอยซ์มาใหม่ แล้วทำตามที่คนขายเห็นว่าตัวเองทำถูกเลยก็แล้วกัน  จะได้ดูว่าใครผิดใครถูก

       ยังไม่จบง่ายๆครับ ต้องรบกวนให้คุณผู้อ่านเปิดไปอ่านหน้า 2 ต่อ  เพราะหน้านี้มีรูปเยอะแล้ว ถ้าเอารูปภาพทั้งหมด มาใส่ในหน้าเวบนี้หน้าเดียว มันจะมีปัญหากับการโหลดรูปน่ะครับ ก็เลยจำเป็นต้องเอาเนื้อเรื่องที่เหลือ ไปต่อที่หน้า 2 และหน้า 3  / คลิ๊กที่ "หน้าถัดไป" ข้างล่างนี้ เพื่อไปอ่านหน้า 2 ได้เลยครับ



หน้าถัดไป


1  >  2  >  3