- หน้า 2 -


       ในเวบหน้าแรก ทีมงานชี้ให้เห็นว่า ถ้าคุณลูกค้าใช้บริการของทีมงาน Tuvagroup.com ในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศให้  คุณลูกค้าก็ทำเพียง 4 ขั้นตอนคือ  ส่งลิงค์สินค้าที่ต้องการมา จากนั้นก็ส่งเงินตามที่ทีมงานคำนวณไปให้ มาให้ทีมงาน รอรับเงินทอน ( ตอนสเตทเม้นท์ออก ) รอรับสินค้าได้เลย

       แต่ในกรณีที่ว่า คุณต้องการประหยัดค่าบริการ 100 บาท ด้วยการใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการสั่งซื้อ  ทีมงานก็เลยพาคุณมาดูว่า คุณจะต้องเจออะไรบ้าง

       คือหมายความว่า คุณก็จะต้องเจอเหตุการณ์ "ของจริง" แบบที่ทีมงานได้อธิบายไปแล้วในเวบหน้าที่ 1 ซึ่งก็ยังอธิบายไม่จบ จนต้องมาต่อในเวบหน้าที่ 2 ( ที่คุณกำลังนั่งอ่านอยู่นี้ )


       ในเวบหน้า 1 เราได้รับ "ใบอินวอยซ์" ครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558 และเราได้โอนเงินไปให้คนขายเรียบร้อยแล้ว  และหลังจากนั้น เราก็เจอเหตุการณ์ว่า

      
คนขายไม่ใช้ภาษาอังกฤษกับเรา - ซึ่งถ้า คุณใช้บัตรเครดิตของคุณเองในการสั่งซื้อ คุณก็ต้องแก้ปัญหานี้เอาเอง


       คนขายดื้อ - ดื้อยังไง?

            ตัวเองพึ่งขายของได้แค่ 88 ชิ้น ( ดูได้จากที่ชื่อของเขา   / ซึ่งเลขหน้าดาวสีน้ำเงิน ก็คือ "จำนวนการทำธุรกรรม" ของคนขายคนนี้ ซึ่งพึ่งทำธุรกรรมได้แค่ 88 ครั้งเท่านั้น ) "บังอาจ" มาเถียงทีมงาน Tuvagroup.com ซึ่งใช้ชื่ือดังนี้ ( คือทีมงานได้ทำธุรกรรมแบบ "ซื้ออย่างเดียว" มาถึง 1,128 รายการแล้ว )  คือมีประสบการณ์สูงกว่าคนขายมาก / ในกรณีนี้ ถ้าคุณลูกค้าใช้บัตรเครดิตของตัวเองสั่งซื้อให้ตัวเอง  คุณก็อาจจะมีเลขธุรกรรมที่น้อยกว่านี้ ซึ่งก็จะเป็นผลให้ไอ้เจ้าคนขายคนนี้ มันยิ่งไม่ยอมคุณเข้าไปใหญ่ 


            ตัวคนขาย ดันไปเถียงบริษัท PayPal ว่า ตัวเองไม่ได้ผิดพลาดในเรื่องการไม่ยืนยันอีเมลล์  ทั้งๆที่บริษัท PayPal เขาต้องรู้ดีกว่าใครๆอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นเจ้าของบริษัท / คนขายดันไปเถียงว่าตัวเองได้ยืนยันอีเมลล์ไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว "แต่ความจริง" ไอ้อีเมลล์ที่ตัวเองไปยืนยันนั้น เป็น "คนละอีเมลล์กัน" กับที่เอาไปพ่วงไว้กับบัญชี PayPal ( ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ คุณผู้อ่านจะได้เห็นในเวบหน้านี้แหละครับ )

            ตอนนี้ ทีมงานกำลังพยายามอธิบายให้คุณผู้อ่านเห็นถึง "ความดื้อ" ของคนขายคนนี้  คือถ้ามันเชื่อบริษัท PayPal มันก็ต้องกลับไปตรวจสอบแล้วว่า "เอ.. ทำไมบริษัท PayPal ถึงพูดว่า ตัวเขาเบิกเงินไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ยืนยันอีเมลล์หว่า?" แล้วในที่สุด คนขายก็จะทราบสาเหตุไปเองว่า ตัวเองไม่ได้เอาอีเมลล์ ( ที่ตัวเองว่ายืนยันอีเมลล์แล้ว ) ไปพ่วงกับบัญชี PayPal แต่ดันเอาอีเมลล์อีกอันหนึ่ง ( ที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมลล์ ) ไปพ่วงกับบัญชี PayPal  - แต่เพราะความดื้อ หลับหู หลับตาเถียง มันก็เลยทำให้ต้องยุ่งยากต่อไป ( ยุ่งยากทั้งกับทีมงาน Tuvagroup.com และกับตัวคนขายเอง ที่ยังเบิกเงินไม่ได้สักที

       ถ้าคุณผู้อ่าน ใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการสั่งซื้อของให้ตัวเอง ( คือไม่ได้ใช้บริการกับทีมงาน Tuvagroup.com ) แล้วคุณต้องมาเจอกับ "คนขายดื้อ" แบบนี้ คุณก็ต้องหาวิธีแก้ไขเองนะครับ


       คุณต้องรู้วิธีติดต่อกับบริษัท PayPal - เหตุผลเพราะว่าตอนนี้ บริษัท PayPal ได้แยกออกจากบริษัท eBay แล้วตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2558  นั่นหมายความว่า เวลาที่มีปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายที่อีเบย์  คุณก็ต้องเอาปัญหานั้น มาปรึกษากับบริษัท PayPal ต่างหาก  เพราะบริษัท  PayPal กับ eBay มันแยกบริษัทกันแล้ว ไม่ได้ลิงค์กันเหมือนเมื่อก่อน / จะติดต่อยังไง? คลิ๊กปุ่มไหน? จะอ้างเลขธุรกรรมอย่างไร? ฯลฯ คุณต้องหาวิธีเอาเองถ้าคุณใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการสั่งซื้อนะครับ


       บริษัท PayPal เกรงใจทีมงาน Tuvagroup.com ถึงได้ตามเรื่องให้เร็ว และละเอียด / นั่นก็เพราะทีมงาน Tuvagroup.com เป็น ลูกค้ารายใหญ่ คือ ซื้อสินค้าผ่านทางบริษัท PayPal "เป็นล้านๆบาท" แล้ว พิสูจน์ได้จากเสตทเม้นท์ที่ลิงค์  http://www.tuvagroup.com/stateindex.html / ดังนั้น ถ้าคุณผู้อ่านใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศ ( ไม่ได้ใช้บริการฝากซื้อสินค้ากับ ทีมงาน Tuvagroup.com ) คุณก็ต้องไปสร้างบารมีตรงนี้เอาเองนะครับ


       เอาล่ะครับ ตอนนี้ ย้อนกลับเข้ามาสู่เหตุการณ์ที่ทีมงานจะได้เล่าให้ฟังต่อไป

       ในเวบหน้าที่แล้ว ( คือหน้า 1 )  คนขายได้ส่งอินวอยซ์ "ครั้งแรก" มาให้ทีมงาน Tuvagroup.com เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558 แล้วมันก็เกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมาย / ที่สำคัญที่สุดก็คือ "ความดื้อ" ของคนขายคนนี้ ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด

       วิธีจัดการกับคนขายดื้อแบบนี้ ก็คือให้เขาลองวิธีของเขาใหม่ แล้วถ้ายังเบิกเงินไม่ได้อีก ก็แสดงว่า ความผิดเกิดจากคนขายแน่ๆแล้ว ( คือ ต้องให้คนขายพิสูจน์ด้วยตัวเองก่อนว่าเขาผิดจริง )
/ ทีมงานจึงให้เขากลับไปทำอะไรให้ถูกต้อง ( ตามแบบที่เขาคิดว่าถูก )  แล้วค่อยส่งอินวอยซ์มาใหม่เป็นครั้งที่ 2




( ภาพบน ) อินวอยซ์ที่ถูกส่งมาเป็นครั้งที่ 2

       ( ภาพบน ) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) ทางคนขายก็ส่งอีนวอยซ์มาให้ทีมงานเป็นครั้งที่สอง

       ทีมงาน Tuvagroup.com ก็เลยติดต่อไปที่บริษัท PayPal เพื่อขอดึงเงินคืน ( เพื่อจะได้เอาเงินที่โอนไปเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558  กลับมา แล้วโอนไปให้คนขายอีกทีตามอินวอยซ์ใบใหม่ที่ส่งมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 ข้างบนนี้ )



 
( ภาพบน ) ดันเจอปัญหาอีกแล้ว!

       ( ภาพบน ) เมื่อติดต่อไปทาง PayPal นั้น ไม่มีปัญหาเรื่องการดึงเงินคืน แต่ดันมีปัญหาเรื่อง "ระยะเวลา" การคืนเงิน

       ก็คือว่า ต้องรอเงินกลับมา ซึ่งการรอเงินนั้น อาจใช้เวลาถึง 30 วันก็เป็นได้ ( ตรงที่มี ขีดเส้นใต้สีแดง ในภาพข้างบนนี้ )

       ก็หมายความว่า ในอินวอยซ์ใบใหม่ที่ส่งมาให้เราเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 นี้ กว่าเราจะโอนเงินไปให้คนขายได้ ก็ต้องรอไปถึงวันที่ 22 กันยายน 2558 โน่นเลย ( คือต้องรอไปอีก 30 วัน )



 

       ( ภาพบน ) เพื่อให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น ทีมงานก็เลยขออนุญาตไปทาง Webmaster เพื่อขอยืมเงินสดจาก Webmaster เป็นจำนวน 3,432 บาท เอาเข้าบัญชี PayPal เพื่อจะนำไปชำระให้กับทางคนขาย ( ตามยอดที่ปรากฏในอินวอยซ์ ของวันที่ 22 สิงหาคม 2558 นี้ไปก่อน

 
ขอแทรกนิดนึงครับ

       ถ้าการสั่งซื้อครั้งนี้ คุณผู้อ่านใช้บัตรเครดิตของตัวเองในการสั่งซื้อ ( คือไม่ได้ใช้บริการกับทีมงาน Tuvagroup.com ) แล้วล่ะก็ คุณจะต้องมีเงินในกระเป๋าก่อน 6,864 บาท ทั้งที่ราคาสินค้ามันแค่ 3,432 บาทเท่านั้น  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น  ก็อธิบายได้ดังนี้ครับ

       คุณใช้เงินสดก้อนแรก ( คือ 3,432 บาท ) โอนไปให้คนขายเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558 ( ตามใบอินวอยซ์ใบที่ 1 ) แต่ปรากฏว่า คนขายขึ้นเงินไม่ได้ / พอคุณทำเรื่องกับ PayPal เพื่อขอดึงเงินกลับ ทาง PayPal ก็ดึงเงินคืนให้คุณ แต่เงินที่ดึงคืนมานี้ ต้องรอ "30 วัน" ถึงจะใช้เงินยอดนี้ได้ / นั่นหมายความว่า แม้ว่าคนขายจะส่งอินวอย์ใบที่ 2 มาให้ในวันที่ 22 สิงหาคม 2558 คุณก็ยังไม่มีเงินโอนไปให้กับคนขาย ( เพราะคุณยังไม่ได้เงินคืนจากทาง PayPal ,ซึ่งกว่าจะได้คืน ก็ต้องรอเอาวันที่ 22 กันยายน 2558 นั่นเลย ( คือต้องรอ 30 วัน ) )


       ดังนั้น ถ้าคุณอยากโอนเงินไปให้คนขายในวันที่ 22 สิงหาคม 2558 นี้เลย ( เพราะยิ่งรอช้า กว่าจะได้รับของ ก็ต้องช้าไปอีก 1 เดือน ) คุณก็ต้องมีเงินอีกก้อนหนึ่ง คือคุณต้องมีอีก 3,432 บาท เพื่อโอนไปให้คนขายในยอด 82 ยูโร


       นั่นจึงเป็นปัญหาสำหรับคุณ ว่าคุณจะไปหาเงินอีกก้อน ( คือ 3,432 บาท ) นี้จากที่ไหน?


 





 
( ภาพบน ) หลังจากยืมเงิน Webmaster แล้ว ทีมงานก็โอนเงินไปให้คนขาย "เป็นครั้งที่ 2"

       ( ภาพบน ) หลังจากยืมเงิน Webmaster ได้แล้ว ทีมงานก็เอาเข้าบัญชี PayPal แล้วก็ทำการโอนเงินไปให้คนขาย  เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) เป็นยอดเงิน 82 ยูโร ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) / ซึ่งการโอนเงินครั้งนี้ เป็นการโอนเงินครั้งที่ 2  ( ครั้งแรก โอนไปเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558 )

       จากนั้น ทีมงานก็รออีก 2 - 3 วัน เพื่อให้อะไรมันดูเข้าที่เข้าทางก่อน แล้วทีมงานก็เข้าไปตรวจสอบการเบิกเงินของคนขายคนนี้อีกครั้ง ด้วยการเข้าไปดูที่บัญชี PayPal ดังข้างล่างนี้



 
( ภาพบน ) ผลการตรวจบัญชี PayPal

       ( ภาพบน ) พอไปตรวจสอบบัญชี PayPal โดยดุที่รายการโอนเงินล่าสุดที่เราโอนไป ซึ่งก็คือวันที่ 22 สิงหาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีน้ำเงิน ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) ก็ปรากฏว่ามันขึ้นสถานะว่าขึ้นเงินไม่ได้อีกแล้ว ( คือขึ้นข้อความว่า Unclaimed ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )

       ตอนนี้ คนขายเริ่ม "เสียงอ่อน" แล้ว คือรู้แล้วว่าเป็นความผิดตัวเอง / แต่ก็ยังเถียงอ้อมๆแอ้มๆ ข้างๆคูๆไป คือพูดประมาณว่า ทีมงานโอนไปให้ผิดอีเมลล์ ฯลฯ

       ตอนนี้ ก็ถึงเวลาโต้กลับจากทีมงานแล้ว ( คือ ทีมงานใช้หลักจิตวิทยาว่า การจะเอาชนะคนดื้อได้ ก็ต้องให้เขาลองวิธีเขาก่อน แล้วพอเขาพลาดอีก ( คือขึ้นเงินไม่ได้อีก เป็นรอบที่สอง ) ก็แสดงว่าความผิดพลาดเกิดจากเขาแล้ว )  / ดังนั้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะเมลล์ไปจวกเขาแล้ว เชิญติดตามการ "จวก" โดยทีมงานได้เลยครับ ข้างล่างนี้ 




 
( ภาพบน ) เมลล์ที่ทีมงานเขียนไปจวกคนขาย!  

       ( ภาพบน ) ทีมงานเขียนเมลล์ไปจวกคนขาย เพื่อให้เขาระลึกได้ว่าทีมงานซื้อของมา 7 ปีแล้ว และคนขายคนอื่น ก็ไม่เห็นเขาจะมีปัญหาแบบนี้เลย / มิหนำซ้ำ ทีมงานยังแนบรูปข้างล่างนี้ไปให้คนขายดูด้วย




 
( ภาพบน ) รูปที่ทีมงานส่งไปให้คนขายดู

       ( ภาพบน ) นอกจากจวกไปในเมลล์แล้ว ทีมงานยังส่งรูปข้างบนนี้ไปให้คนขายดูอีกด้วย

       แล้วบอกว่า ธุรกรรมรายอื่นๆ มันก็ขึ้นว่า Completed หมด ทั้งในรูป ปีกกาสีม่วง ข้างบนและข้างล่าง มีแต่ของเอ็งคนเดียวแหละที่ขึ้นว่า Unclaimed

       ถ้าข้าผิดจริง ( อันนี้ ทีมงานสื่อไปในเมลล์นะครับ ) ทำไมมีแต่เอ็งคนเดียวที่รับเงินไม่ได้ล่ะ ทำไมคนอื่นเขารับเงินได้ ( คือขึ้นข้อความ Completed ) กันหมด

       และข้าก็โอนเงินไปให้คนขายคนอืน่ "7 ปี" แล้ว ก็ไม่เห็นใครมีปัญหาเหมือนเอ็งเลย  หัดฟังคนอื่นเสียมั่ง อย่าคิดว่าตัวเองถูกอยู่คนเดียว ฯลฯ



 

       ( ภาพบน ) ที่ทีมงานสอนคนขายได้ ก็เพราะทีมงานมีประสบการณ์การซื้อสินค้า และการทำธุรกรรมกับ PayPal มานาน คือ การที่เราจะเอาชนะคนขายที่ดื้อๆได้ มันต้องใช้ทั้ง จิตวิทยา ด้วย ( เช่น ให้คนขายเขาลองวิธีของเขาอีกครั้งหนึ่ง คือการส่งอินวอยซ์ครั้งที่ 2 / แล้วพอเขาพลาดอีก คือรับเงินไม่ได้อีก คราวนี้ คนขายที่ดื้อคนนี้ ก็จะอ่อนลงแล้ว ) และเราก็ต้อง เก่งกว่าคนขาย ด้วย / ที่ว่าเก่งกว่าคนขาย หมายความว่าอย่างไร? คำตอบก็คือ เพราะประสบการณ์ เลยทำให้เรามองเห็นปัญหาในภาพรวมได้ แล้วเราก็สอน คือเราบอกคนขายให้เห็นถึงปัญหานั้น

       และข้างล่างนี้คือสิ่งที่ทีมงานอธิบายให้คนขายเข้าใจปัญหา ( เนื่องจากมันต้องลงรูปเมลล์หลายฉบับ ดังนั้น ทีมงานจึงขออธิบายเป็นภาษาไทยให้คุณผู้อ่าน ได้อ่านนะครับ  ส่วนการอธิบายให้คนขายนั้น ทีมงานใช้ภาษาอังกฤษ ( ไม่ได้เอารูปมาลงให้ดู ) )



 

       ( ภาพบน ) ทีมงานบอกคนขายไปว่า ในการโอนเงินเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีดำ ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )  คนขายใช้อีเมลล์ชื่อ lecascine@gmail.com ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) ไปผูกกับบัญชี PayPal เพื่อรับเงินใช่ไหม? เอาล่ะ.. หยุดไว้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวมาดูรูปข้างล่างนี้



 

       ( ภาพบน ) ทีมงานเอารูปที่ 2 ให้ดู แล้วบอกคนขายว่า ในการโอนเงินเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 ( ตรงที่ ลูกศรสีน้ำเงินชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ )  คนขายก็ยังใช้อีเมลล์ชื่อ lecascine@gmail.com ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบนนี้ ) ไปผูกกับบัญชี PayPal เพื่อรับเงินอีกเหมือนเดิม ใช่ไหม? 

       แล้วปรากฏว่า การโอนเงินทั้งสองครั้ง  ( คือการโอนในวันที่ 31 ก.ค.58 และวันที่ 22 ส.ค.58 ) แกก็รับเงินไม่ได้ทั้งสองครั้งเลยใช่ไหม?



 

       ( ภาพบน ) ทีมงานฟันธงให้คนขายเลยว่า ไอ้เจ้าอีเมลล์  lecascine@gmail.com  ที่คนขายเอาไปพ่วงกับบัญชี PayPal นี่แหละคือตัวปัญหา

       ที่ PayPal บอกว่า "อีเมลล์ ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับ PayPal" นั้น ก็หมายถึงอีเมลล์ตัวนี้ ( คือ lecascine@gmail.com ) นั่นเอง



 

       ( ภาพบน ) ปรากฏว่าคนขาย เงียบ ไม่ตอบ คือไม่เถียง

       เท่านี้ทีมงานก็จับจุดได้แล้วว่า "ใช่จริงๆ" คือ คนขายมันเข้าใจผิด  ไอ้เจ้าอีเมลล์ที่มันไปยืนยันกับ PayPal เมื่อปีที่แล้วนั้น ไม่ใช่อีเมลล์อันนี้ ( คือไม่ใช่อีเมลล์ lecascine@gmail.com ) / ส่วนอีเมลล์อันนี้ ( คือ lecascine@gmail.com ) มันยังไม่ได้ยืนยันกับ PayPal  มันก็เลยเบิกเงินไม่ได้ ซึ่งก็ตรงกับที่เจ้าหน้าที่ PayPal บอกเลย ตรงเป๊ะ

       แต่ ตามหลักจิตวิทยา แล้ว อย่าไล่หมาจนตรอก ดังนั้น แทนที่ทีมงานจะบังคับให้คนขายเขาตอบว่า เอ็งยังไม่ได้ยืนยันอีเมลล์ lecascine@gmail.com  นี้กับทาง PayPal จริงๆใช่ไหม?  มันก็จะทำให้คนขายคนนี้ เสียหน้าอย่างมาก คือเสียหน้าที่จะต้องตอบว่า เขายังไม่ได้เอาเมลล์  lecascine@gmail.com  นี้ ไปลงทะเบียนกับ PayPal จริงๆ

       ดังนั้น ทีมงานจึงไม่บังคับให้คนขายตอบว่า ยังไม่ได้เอาอีเมลล์ lecascine@gmail.com ไปยืนยันกับทาง PayPal จริงๆใช่ไหม ( ซึ่งจะทำให้คนขายเสียหน้าอย่างมาก ถ้าเขายอมรับ ) / ทีมงานเปลี่ยนไปใช้วิธีพูดว่า




 

       ( ภาพบน ) ทีมงานสื่อให้คนขายฟังว่า ในตอนแรกที่สั่งซื้อ ( คืออินวอยซ์เมื่อวันที่ 31 ก.ค.58 )  แล้วคนขายเบิกเงินไม่ได้ แล้วคนขายก็โทษว่าเป็นความผิดของเรานั้น เราให้คนขายได้พิสูจน์ ด้วยการให้เขาส่งอินวอยซ์ใบที่สองให้เราเมื่อวันที่ 22 ส.ค.58 โดยในอินวอยซ์ใบที่สองนี้ ให้คนขายทำตามวิธีการของเขาได้ตามสบายเลย เอาให้ถูกใจเลย

       แล้วพอเราโอนเงินไปให้ตามอินวอยซ์ใบที่ 2 ก็ปรากฏว่าคนขายก็ยังเบิกเงินไม่ได้อีก / นั่นก็แสดงว่า คนขายเป็นฝ่ายที่ผิด คือต้องมีวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งของคนขายที่ทำผิดพลาดแน่ๆ 

       คราวนี้ เราจึงบอกว่าขอโอกาสให้เราได้พิสูจน์วิธีของเราบ้าง โดยให้คนขายส่งอินวอยซ์ใบที่ 3 ให้เรา แล้วเราจะโอนเงินให้อีก  แล้วถ้าคราวนี้ คนขายสามารถเบิกเงินได้ ก็แสดงว่า เราเป็นฝ่ายถูก!

       โดยวิธีพิสูจน์ของเรา ก็คือเราขอให้คนขายเปลี่ยนไปใช้อีเมลล์อื่น ที่ไม่ใช่ lecascine@gmail.com

       คือ ทีมงานใช้หลักจิตวิทยา ด้วยการ ไม่บังคับให้คนขายต้องตอบ ว่า "แกยังไม่ได้ยืนยันเมลล์ lecascine@gmail.com กับทาง PayPal ใช่ไหม? / แต่ทีมงานใช้วิธีบอกว่า "ลองเปลี่ยนไปใช้เมลล์อื่นดูซิ"

       ทีมงานเน้นไปว่า ให้ใช้เมลล์อันที่นายบอกว่า นายยืนยันกับทาง PayPal ไปแล้วเมื่อปีที่แล้วน่ะ / ซึ่งมันก็คือเมลล์ชื่อ servicefresh@gmail.com  ( ซึ่งเป็นคนละอันกับ lecascine@gmail.com อย่างเห็นได้ชัด )



 

       ( ภาพบน ) เมื่อตกลงกันว่าจะลองใช้วิธีของทีมงาน Tuvagroup.com ในอินวอยซ์ฉบับที่ 3 ทีมงานก็เลยให้เอาเมลล์อันเดิม ( คือ lecascine@gmail.com  ) ที่เคยผูกไว้กับบัญชี PayPal "ออก" /   แล้วเอาบัญชีอีเมลล์อันใหม่ คือ  servicefresh@gmail.com ตรงที่มี ขีดเส้นใต้สีม่วง อยู่ในภาพข้างบน เข้าไปผูกกับบัญชี PayPal "แทน"

       โดยคนขายใช้นามแฝงสำหรับอีเมลล์ใหม่นี้ว่า andrea sabatino ( ตรงที่มี ขีดเส้นใต้สีเขียว ในภาพข้างบนนี้ )

       หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ทีมงานก็ขอให้คนขายส่งอินวอยซ์ฉบับที่ 3 มาให้ทีมงาน เพื่อจะได้พิสูจน์กันว่าทีมงานจะคิดถูกหรือไม่ ( เพราะคนขาย มันคิดผิดไปแล้ว คือวิธีการเดิมของคนขายมันผิด  ซึ่งพิสูจน์ไปแล้วด้วยอินวอยซ์ฉบับที่ 2 ที่ยังขึ้นเงินไม่ได้ )

       ขอเชิญคุณผู้อ่านติดตามหน้าสุดท้ายนะครับ จะจบแล้วครับ ทนอีกนิดนึง ( แหม.. ถ้าคุณผู้อ่านเสียเงินค่าบริการจ้างทีมงานให้ซื้อของให้ตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเสียเวลามานั่งอ่านแบบนี้หรอกครับ เพราะไอ้ที่อธิบายมายืดยาวทั้งหมดนี้ ทีมงานก็ทำแทนคุณทั้งหมดอยู่แล้ว คุณไม่ต้องยุ่งยากอะไรเลย )

       คลิ๊กที่ "หน้าถัดไป" ข้างล่างนี้ได้เลยครับ


หน้าถัดไป


1  <  2  >  3