เวบที่นายหน้าพักอาศัยอยู่ต่างประเทศ


aliexpress.com

       ( ภาพบน ) สมมติว่าคุณผู้อ่านอยากได้เม้าส์ยี่ห้อและรุ่นแบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้จากประเทศอเมริกา   แล้วบังเอิญว่าคนขายคนนี้เขาไม่อยากส่งสินค้ามาประเทศไทย ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง เช่น คนขายรู้สึกยุ่งยากที่จะต้องส่งของข้ามน้ำข้ามทะเลมาประเทศไทย ( คือขี้เกียจห่อพัสดุแบบแน่นหนา เพราะสินค้าต้องเดินทางไกล )  สู้ส่งให้ลูกค้าที่อยู่ในประเทศอเมริกาด้วยกันดีกว่า ไม่ยุ่งยากในการห่อพัสดุเท่าไร

       ถึงจะโดนคนขายปฏิเสธไม่ยอมส่งสินค้ามาประเทศไทย  แต่คุณผู้อ่านยังอยากได้สินค้าชิ้นนี้อยู่ พอดีไป Search ที่กูเกิ้ลแล้วเห็นโฆษณาเวบรับฝากซื้อสินค้า โดยที่ผู้ให้บริการอยู่ที่ประเทศอเมริกา / คุณผู้อ่านก็เลยไปใช้บริการฝากซื้อสินค้าโดยผ่านนายหน้าที่อยู่อเมริกาคนนั้น  ( ซึ่งก็คือเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้านั้น )

       ในวันนี้ ทีมงาน Tuvagroup.com จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการซื้อผ่านผู้ให้บริการที่อยู่อเมริกาคนนั้น ว่ามันมีปัญหาอย่างไร




       ( ภาพบน ) ตอนที่คุณไป Search ที่กูเกิ้ล คุณอาจจะเจอ "หน้าม้า" ที่พวกมิจฉาชีพจ้างมา ให้พูดในกระทู้ Pantip.com หลายๆคนว่า เวบนายหน้าที่อยู่อเมริกา เจ้านั้น เจ้านี้ ไว้ใจได้ ไม่โกงแน่ ฯลฯ

       พอคุณหลงเชื่อ แล้วโอนเงินไปให้เขา เขาก็เงียบไปเลย คืออมเงินคุณไปทั้งหมดเลย

       เป็นอย่างนี้แล้ว คุณจะทำอย่างไรต่อได้ครับ?

       ชื่อผู้ให้บริการ มันก็บอกอยู่แล้วว่าเขาอยู่อเมริกา  ดังนั้น ถ้าจะไปตามเงินคืน คุณก็ต้องนั่งเครื่องบินจากประเทศไทยไปอเมริกา แล้วไปตั้งต้นค้นหาว่าไอ้คนที่โกงเราคนนี้ มันอยู่ที่ไหน?



       ถึงคุณจะไปพูดตามกระทู้ต่างๆใน Pantip.com ว่าผู้ให้บริการเจ้านี้โกง คนอื่นอย่าหลงไปซื้อกับมันเด็ดขาด / แต่ไอ้เจ้ามิจฉาชีพคนนี้ ก็แค่ "เปลี่ยนชื่อตัวเอง" ,เปลี่ยนชื่อหน้าม้า  เสร็จแล้วก็มาทำแบบเดิม คือล่อเหยื่อตามกระทู้ต่างๆของ Pantip.com ได้อีก


       ถ้ามองในแง่นี้ ทึมงานแนะนำว่าคุณควรมาใช้บริการกับทีมงาน Tuvagroup.com จะปลอดภัยกว่า เพราะทีมงาน Tuvagroup.com และ Webmaster ก็พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย และบัญชีธนาคารที่ให้ใช้โอนเงิน ก็เป็นของ Webmaster อยู่แล้ว  คือถ้ามีปัญหาอะไร คุณก็แจ้งความดำเนินคดีกับ Webmaster ได้เลย ( ชื่อบัญชีของ Webmaster ก็ใช้อันเดิมมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนมาจะสิบปีแล้ว

       เอาล่ะ! สมมติว่าคุณ "ฟลุ๊ค" เอามากๆเลย คือสมมติว่าคุณได้ผู้ให้บริการที่อยู่อเมริกา ที่ "ไม่โกง" / เรามาดูกันต่อว่ามีอะไรที่จะเป็นปัญหาได้อีก





       ( ภาพบน )  เคยมีคุณผู้อ่านบางท่านเข้าใจผิดไปว่า "ถ้า" ผู้ขายสินค้า ไม่ยอมส่งสินค้ามาประเทศไทย ก็แปลว่า ผู้ขายสินค้าคนนั้น ไม่รับบัตรเครดิตจากประเทศไทย  อย่ากระนั้นเลย ก็ให้ผู้ให้บริการรับฝากซื้อสินค้า ที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศอเมริกา ใช้บัตรเครดิตของอเมริกา จ่ายค่าสินค้าและค่าส่งให้คนขายไป แล้วก็ให้คนขายส่งสินค้าตรงมาประเทศไทยได้เลย ไม่เห็นจะยาก!

       นั่นเป็นความเข้าใจผิดนะครับ !

       เพราะประเด็นสำคัญของการที่คนขายไม่ยอมส่งไทย เขามีสองประการคือ

       คนขายเขาไม่ยอมรับบัตรเครดิตจากประเทศไทย ( ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีการโอนเงินจากประเทศไทยไปอเมริกา มันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสูง ทำให้กำไรเขาลดลงไป / ในขณะที่ ถ้าเป็นบัตรเครดิตของลูกค้าในอเมริกาด้วยกัน ที่โอนให้คนขายที่อยู่ในอเมริกาด้วยกัน ก็จะเสียค่าธรรมเนียมน้อย - ด้วยเหตุผลนี้ ทางคนขายก็เลยจะรับแต่เฉพาะการจ่ายด้วยบัตรเครดิตที่เปิดบัญชีในอเมริกาเท่านั้น )


       คนขายขี้เกียจหีบห่อพัสดุมาประเทศไทย * * ประเด็นนี้สำคัญที่สุด * *
 


       คือ ทีมงานพยายามจะอธิบายให้คุณผู้อ่านฟังว่า บางทีคุณผู้อ่านอาจคิดว่า ถ้าคนขายเขาไม่อยากรับบัตรเครดิตจากเมืองไทย ก็แค่ให้นายหน้าของเราที่อยู่อเมริกา ใช้บัตรเครดิตที่เปิดบัญชีในอเมริกา จ่ายให้คนขาย ( ที่อยู่ในอเมริกาคนนี้ ) ไปก็สิ้นเรื่อง แล้วก็ให้คนขายคนนี้ ห่อสินค้าส่งมาประเทศไทยเลย / ซึ่งมันไม่ใช่อย่างที่คิดครับ เพราะว่า ถึงคนขายจะได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขี้เกียจหีบห่อพัสดุมาประเทศไทยอยู่ดี

       ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไร?




       ( ภาพบน ) วิธีการแก้ปัญหาก็คือว่า ต้องให้คนขายส่งสินค้าไปที่บ้านเจ้าของบัตรเครดิตก่อน ( ซึ่งเจ้าของบัตรเครดิต ก็คือผู้ให้บริการรับฝากซื้อสินค้า ที่อยู่ที่ประเทศอเมริกา ) คือสินค้าต้องส่งจาก จุด A ไป จุด B เสียก่อน 

       จากนั้น ผู้ให้บริการคนนี้ ก็จะหีบห่อพัสดุ และแก้ชื่อและที่อยู่ผู้รับใหม่ ให้เป็นชื่อลูกค้าที่อยู่เมืองไทย แล้วก็ส่งสินค้าชิ้นนั้นมาเมืองไทยอีกที ซึ่งก็คือการส่งสินค้าจาก จุด B มา จุด C

       ก็นี่ไง! วิธีแก้ปัญหา / ก็แก้ปัญหาแบบที่พูดมาเมื่อกี้นั่นแหละ คือส่งจาก จุด A ไป จุด B แล้วก็ส่งจากจุด B ไป จุด C ก็แก้ปัญหาได้แล้ว / อย่างนี้ เราก็จ้างผู้ให้บริการที่อยู่อเมริกาได้แล้วสินะ - คุณผู้อ่านอาจคิดอย่างนี้!

       ช้าก่อนครับ! ขอให้ทีมงานอธิบายเพิ่มเติมอีกสัดนิด ดังข้างล่างนี้




       ( ภาพบน ) เอาขั้นตอนแรกก่อน นั่นก็คือการที่คนขายจะส่งสินค้าไปให้นายหน้านั้น คนขาย "เขาไม่ได้ส่งฟรี" นะครับ 

       รายจ่ายอันแรกเลยคือ ค่าส่งที่คนขายที่อยู่อเมริกาคนนี้ จะต้องส่งสินค้าไปบ้านของนายหน้าที่อเมริกา ( คำว่านายหน้าที่อเมริกา ในที่นี้ ก็คือผู้ให้บริการที่เราจ้างนั่นเอง ) สมมติว่าเขาคิดค่าส่งตรงนี้ ( คือจาก จุด A ไป จุด B ) เป็น 20 เหรียญนะครับ

       และทีมงานก็คิดว่านายหน้าคนนี้ คงจะไม่จ้างการส่งแบบแพงๆให้เราแน่ เพราะจะทำให้ต้นทุนเขาสูง คือหมายความว่า ถ้าเขาจ้าง FedEx ส่งนั้น ค่าส่งอาจจะสูงถึง 40 เหรียญ ดังนั้น นายหน้าคนนี้ จึงเลือกการส่งแบบถูกไว้ก่อน เช่นเลือกการส่งแบบ 20 เหรียญ

       เมื่อเลือกการส่งแบบถูกคือ 20 เหรียญ ( สมมตินะครับ ) แทนที่จะได้รับสินค้าภายใน 2 วันเหมือนการส่งแบบ FedEx / ก็เลยกลายเป็นว่าต้องใช้เวลา 10 วัน
เพราะคนขายคนนี้เลือกการส่งแบบถูก ( คือ 20 เหรียญ ) แทนที่จะเลือกการส่งแบบส่งเร็ว แต่แพง ( คือนายหน้า ไม่ยอมเลือกการส่งด้วย FedEx ที่ต้องใช้เงิน 40 เหรียญ )

       มาดูขั้นตอนต่อไปกันครับ




       ( ภาพบน )  ขั้นตอนต่อไปก็คือการที่นายหน้าที่อเมริกาคนนี้ ต้องส่งสินค้านั้นมาให้ลูกค้าที่เมืองไทยอีกทีหนึ่ง  ซึ่งก็คือการส่งสินค้าจาก จุด B มา จุด C เหมือนที่เห็นในรูปข้างบนนี้นั่นเอง

       สมมติว่านายหน้าคนนี้ "ใจดี" ไม่คิดค่าห่อพัสดุใหม่ ( เพราะใช้กล่องพัสดุเดิมได้เลย เพียงแต่เปลี่ยนใบปะหน้าใหม่ ) และไม่คิดค่าเดินทางไป ณ.ที่ทำการไปรษณีย์ก็ตาม
 
       แต่ยังไงเสีย นายหน้าก็ต้องเสีย "ค่าส่งมาประเทศไทย" อยู่ดี  สมมติว่าค่าส่งจากอเมริกามาประเทศไทยคือ 35 เหรียญนะครับ

       ส่วนเรื่องระยะเวลาการเดินทางของสินค้าจากอเมริกามาประเทศไทยนั้น เฉลี่ยจะอยู่ที่ 30 วัน ( ค่าเฉลี่ยอันนี้ ได้จากทีมงานเองนะครับ คือเท่าที่รับฝากซื้อสินค้ามาจะสิบปีแล้วนี้ ทีมงานรู้ว่าสินค้าที่ถูกส่งจากอเมริกามาประเทศไทย จะใช้เวลาประมาณ 30 วัน )




       ( ภาพบน ) ยัง "ไม่รวมค่าสินค้า" นะครับ คือคิดเฉพาะค่าส่งอย่างเดียวก่อน  ผลการคำนวณก็คือว่า เมื่อคุณใช้บริการกับนายหน้าที่อยู่อเมริกาคนนี้  สิ่งที่คุณจะต้องเจอก็คือ

       ต้องเสียค่าส่งสูงถึง 55 เหรียญ ( มาจาก ค่าส่งจาก จุด A ไป จุด B คือ 20 เหรียญ บวกกับค่าส่งจาก จุด B ไป จุด C อีก 35 เหรียญ


       ต้องเสียเวลารอสินค้าถึง 40 วัน ( มาจากการรอการส่งพัสดุ จาก จุด A ไป จุด B เป็นเวลา 10 วัน  บวกการรอการส่งพัสดุจาก จุด B ไป จุด C อีก 30 วัน  )





       ( ภาพบน ) คราวนี้ ลองมาดูวิธีการของทีมงาน Tuvagroup.com กันดูนะครับ ว่าจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร  วิธีแก้นั้นก็เป็นดังนี้ครับ

       ขั้นตอนแรกเลย คุณผู้อ่านก็รู้ดีอยู่แล้วจริงไหมครับว่า ไอ้เจ้าเม้าส์ ในรูปข้างบนนี้ "มันไม่ได้ผลิตออกมาอันเดียว เพราะมันถูกผลิตจากโรงงานตั้งไม่รู้กี่พัน กี่หมื่นอัน

       ในเมื่อมันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผลิตออกมาแค่อันเดียว ดังนั้น ถ้าคนขายที่อยู่อเมริกา คนไหนมันไม่ยอมส่งไทย  เราก็แค่ หาคนขายคนอื่น ที่เขาขายผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมือนกัน  และก็ยอมส่งไทยด้วย

       วิธีหาก็ไม่ยากครับ ดูข้างล่างนี้เลยครับ




       ลำดับที่ 1 - ลองหาดูในเวบ ebay.com ดูก่อน เวบพวกนี้เขาส่งสินค้าตรงจากคนขายมายังคุณลูกค้าได้เลย ไม่ต้องผ่านนายหน้าใดๆทั้งสิ้น ทำให้เสียค่าส่งแค่ครั้งเดียวครับ

       เวบอีเบย์ตัวหลักก็คือ  www.ebay.com  ( ของอเมริกา ) ถ้ายังไม่เจอสินค้าที่ต้องการ ก็สามารถดูที่เป็น .co.uk ( ของอังกฤษ ) หรือ .com.au ( ของออสเตรเลีย ) ได้นะครับ / สินค้าที่อีเบย์นี้ บางรายการไม่ส่งไทยก็จริง แต่ถ้าจะเอาจริง ทีมงานก็จะช่วยเจรจาให้ได้ครับ / แต่ถ้าจะให้ชัวร์ ก็ควรเลือกซื้อกับคนขายที่ยอมส่งไทยจะดีกว่า / วิธีเช็คว่าส่งไทยหรือไม่ ดูที่ลิงค์นี้นะครับ  http://www.tuvagroup.com/samc-001001F-570128-0830.html 




       ลำดับที่ 2 - รองลงมาก็คือเวบอะเมซอนครับ / ไม่สะดวกสบายเท่ากับการซื้อจากอีเบย์ก็จริง แต่ระบบหลายๆอย่างของเขาดีมากครับ / อันนี้ก็ส่งสินค้าจากผู้ขายมาหาคุณลูกค้าที่ไทยได้เลย ( เสียค่าส่งครั้งเดียว )

       เวบอะเมซอนตัวหลักก็คือ  www.amazon.com  ( ของอเมริกา ) ถ้ายังไม่เจอสินค้าที่ต้องการ ก็สามารถดูที่เป็น .co.uk ( ของอังกฤษ ) ได้นะครับ / แต่ต้องเลือกเฉพาะที่ส่งไทยเท่านั้นนะครับ เพราะที่เวบอะเมซอน เราไม่สามารถคุยกับคนขายได้น่ะครับ ( คือถ้าเป็นอีเบย์ แล้วสินค้าไม่ส่งไทย ก็ยังพอเจรจาได้ แต่ถ้าเป็นอะเมซอน เขาไม่ให้เราคุยกับคนขายน่ะครับ ) / ดูวิธีเช็คเรื่องการส่งไทยที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/samc-001002H-580813-1028.html 




       ลำดับที่ 3  - ถ้าเอาแบบสินค้าราคาถูก ก็ต้องไปที่  www.aliexpress.com  คุณจะเจอตัวเลือกสินค้าเยอะมาก แต่คุณภาพก็จะเป็นรองจากเวบอีเบย์ หรืออะเมซอนลงมา

       ถ้าเน้นเรื่องสินค้าราคาถูก และมีตัวเลือกให้เลือกเยอะ ก็ต้องเลือกซื้อที่ aliexpress.com นี่เลยครับ / แต่ก็ต้องทำใจในบางเรื่อง เพราะว่ามันเป็นเวบของคนจีนน่ะครับ การส่งของก็ใช้สายการบินจีน มันก็เลยไม่เป๊ะๆเหมือนเวบของพวกฝรั่ง ( คือไม่เป๊ะเหมือนเวบอีเบย์และอะเมซอน )

       แต่ถ้าเน้นของถูกล่ะก็ ไม่ผิดที่แน่ครับ เข้าไปดูที่ aliexpress.com ได้เลย / เวบนี้ก็ส่งสินค้าจากผู้ขายมาหาคุณลูกค้าที่ไทยได้เลย ( เสียค่าส่งครั้งเดียว )  




       ( ภาพบน )  ถ้าคุณผู้อ่านใช้บริการจากเวบ อีเบย์ ,อะเมซอน หรือ aliexpress  คุณผู้อ่านก็จะลดค่าใช้จ่ายได้คือ

       เสียค่าส่งแค่ 35 เหรียญ เพราะส่งสินค้าทอดเดียว จาก จุด A มา จุด C โดยตรงเลย เหมือนที่เห็นในรูปข้างบนนี้  ( ไม่ต้องเสียค่าส่ง 2 ทอดเหมือนตอนซื้อผ่านนายหน้าที่อเมริกา ซึ่งต้องใช้เงินค่าส่งรวมแล้ว 55 เหรียญ )


       รอพัสดุแค่ 30 วัน ( ไม่ต้องรอนานเหมือนตอนซื้อผ่านนายหน้าที่อเมริกา ซึ่งต้องรอสินค้าจาก จุด A ไป จุด B ก่อน แล้วก็รอจาก จุด B ไป จุด C อีก มันเสียเวลามาก )




       ( ภาพบน ) ใช้วิธีที่ทีมงาน Tuvagroup.com แนะนำดีกว่าครับ นั่นคือ การเลือกหาซื้อกับเวบ อีเบย์ ,อะเมซอน หรือ aliexpress จะดีกว่า อดทนหาสินค้าในเวบ อีเบย์ ,อะเมซอน หรือ aliexpress หน่อยครับ เดี๋ยวก็เจอ

       ข้อดีของการใช้บริการของทีมงาน Tuvagroup.com ก็คือ

       ทีมงาน Tuvagroup.com เป็นผู้ให้บริการที่ อยู่เมืองไทย ดังนั้น ถ้าคุณลูกค้าโอนเงินแล้วมีปัญหา ก็สามารถตามเอาเรื่องทีมงานได้เลยครับ / ซึ่งดีกว่าการโอนเงินไปให้ผู้ให้บริการที่อยู่เมืองนอก ถ้าคุณโอนเงินไปให้นายหน้าที่อเมริกาแล้วมีปัญหา คุณก็คงสู้ค่าใช้จ่ายค่าเครื่องบินไปตามเรื่องที่อเมริกาไม่ไหว


       เสียค่าส่งครั้งเดียว คือเสียค่าส่งจากคนขาย ตรงไปที่บ้านคุณลูกค้าเลย ( สินค้าไม่ได้ส่งมาที่บ้านทีมงาน Tuvagroup.com ก่อนนะครับ  แต่จะส่งตรงไปที่บ้านคุณลูกค้าโดยตรงเลย )


       รอสินค้าแค่ 30 วัน ไม่ต้องรอ 50 วันเหมือนการสั่งซื้อผ่านนายหน้าที่อยู่อเมริกาครับ



- END -