ข้อแนะนำเกี่ยวกับการวางวงเงินประมูล


           เกี่ยวกับเรื่องการวางวงเงินนั้น คุณลูกค้าส่วนมาก ยังไม่รู้ว่าควรจะวางวงเงินสู้สูงสุดเท่าไรดี บางทีเห็นของที่อยากได้มาก ที่ขายอยู่ในราคา 50 เหรียญ เราก็ใช้สัญชาติญาณของการซื้อของ นั่นคือพูดไปว่า "เอาล่ะ ! ฉันให้ราคาสูงสุด 80 เหรียญนะ สูงกว่านี้ฉันไม่เอา"

           การคิดเช่นนั้นไม่ผิดหรอกค่ะ เพียงแต่ว่านำมาใช้กับการซื้อของแบบประมูลไม่ได้ เพราะผู้ที่จะกำหนดว่าเราจะได้สินค้าตัวนี้หรือไม่ คือ ผู้เข้าร่วมประมูลท่านอื่น ไม่ใช่ ผู้ขาย ดังนั้น แม้ว่าเราบอกไปว่าจะให้ 80 เหรียญ ผู้ขายก็ไม่สามารถขายให้เราได้อยู่ดี   อีกทั้งสัญชาติญาณอีกแบบหนึ่งคือ คิดว่าถ้าบอกวงเงินสูงๆมาให้ดิฉันแล้ว ก็จะทำให้ เสียราคา คือหมายความว่าของที่น่าจะซื้อได้ถูกๆ เลยแพงขึ้นไปเสียอย่างนั้น แต่ความจริงไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกค่ะ ซึ่งดิฉันจะได้มีตัวอย่างอธิบายสั้นๆให้ฟัง โดยขอเริ่มจากแบบฝึกหัดข้างล่างนี้ก่อนนะคะ

 


ลองดูสิคะว่าคุณจะให้วงเงินสูงสุดรองเท้าคู่นี้เท่าไร?


           รองเท้าไนกี้คู่นี้ เป็นรูปแบบใหม่ สวยมาก คุณอยากได้มาใส่ หรือว่าเอามาบวกกำไรสัก 2 - 3 เท่าเพื่อขายในไทย ตอนนี้คุณยังไม่รู้ว่าราคาตลาดน่าจะเป็นเท่าไร ( จะได้เอามาบวกกำไรได้ถูกต้อง )  เอาละ สมมติว่าคุณมีในกระเป๋าอยู่ 140 เหรียญ แต่พอเห็นว่าราคาประมูล (bid) อยู่ที่ 50 เหรียญ ก็เลยคิดว่าถ้าใส่ไปทั้ง 140 เหรียญเลย คุณก็จะต้องซื้อของแพง ก็คือต้องซื้อรองเท้าคู่นี้ในราคา 140 เหรียญ  ดังนั้น เลยคิดว่าขอสู้ไปแค่ 80 เหรียญก็น่าจะชนะ ก็เลยกำหนดวงเงินมาให้ดิฉันว่า ขอสู้ด้วยวงเงินสูงสุด 80 เหรียญ หลังจากนั้น เมื่อเวลาใกล้จบประมูล ปรากฏว่าราคาขึ้นเป็นอย่างในภาพข้างล่างนี้
 


( ภาพบน ) เหลืออีก 3 นาที ราคาขึ้นไปถึง 86 เหรียญ


           ปรากฏว่าตอนเหลืออีก 3 นาที ราคาขึ้นไปถึง 86 เหรียญแล้ว คุณก็รีบเมลล์มาบอกดิฉันว่าขอสู้ถึง 100 เหรียญแล้วกัน โดยมีความคิดว่าไม่อยากให้ราคาสูงกว่า 100 เหรียญ แต่อย่างที่ดิฉันบอกไว้แต่แรกแล้วล่ะค่ะว่า ผู้ที่จะกำหนดราคาขายนั้น คือผู้เข้าร่วมประมูลต่างหาก ดังนั้น เมื่อเราวาง 100 เหรียญภายใน 3 นาทีสุดท้าย ผลออกมาก็ออกมาตามภาพข้างล่างนี้


( ภาพบน ) แค่ในนาทีสุดท้าย ก็มีคนมาทุ่มจนชนะในราคา 120 เหรียญ!


 

           ไม่น่าเชื่อว่าในวินาทีสุดท้าย กลับมีคนเพิ่มวงเงินจาก 86 เหรียญ เป็น 120 เหรียญแล้วเอาชนะไปเลย ซึ่งในกรณีศึกษานี้ ดิฉันบอกได้เลยว่า ถ้าคุณลูกค้าให้วงเงินดิฉันไว้ 140 เหรียญตั้งแต่แรก ดิฉันจะสามารถเอาชนะคนนี้ได้ในราคา 121 เหรียญ! (ชนะคนนี้ไปได้ 1 เหรียญ) คือจะไม่ใช้ทั้ง 140 เหรียญ แต่จะใช้เท่าที่ชนะเป็นพอค่ะเพราะดิฉันมีวิธีส่วนตัวนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นภาพข้างล่างนี้ ที่ผู้ชนะเขาชนะกันเพียงแค่เหรียญเดียวเท่านั้น ซึ่งดิฉันก็สามารถทำได้อย่างสบายๆเลยค่ะ


 

( ภาพบน ) ศรเขียว - เหลือเวลา 48 วินาที ราคาอยู่ที่ 72.85 เหรียญ ตามที่ศรแดงชี้อยู่


( ภาพบน ) ศรเขียว - เหลือเวลาค่ 5 วินาที

( ภาพบน ) ศรแดง - ราคายังเท่าเดิมคือ 72.85 เหรียญ ยังไงก็คงจบที่ราคานี้แน่
 
 


( ภาพบน ) ศรเขียว - หมดเวลาประมูล

( ภาพบน ) ศรแดง - อะไรกัน เพียงแค่ 5 วินาที จากราคา 72.85 เหรียญ พุ่งไป 261.00 เหรียญ!


 

           ข้างบนนี้คือตัวอย่างของจริง ที่แสดงให้เห็นว่าการตั้งราคาสำหรับการประมูลสินค้านั้น ไม่ใช่เรื่องของการเดาว่าคู่แข่งจะสู้ที่จำนวนเงินเท่าไร ( เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลย ขนาด 5 วินาทีสุดท้าย ก็มีคนทุ่มเข้ามาถึง 188.15 เหรียญ ภายในครั้งเดียว แล้วเอาชนะไป )  แล้วถ้าไม่ได้ขึ้นกับการเดาว่าคู่แข่งจะสู้ด้วยจำนวนเงินเท่าไร แล้วมันขึ้นกับอะไรกัน? ค่ะ คำตอบก็คือ มันขึ้นกับตัวเงินที่มีทั้งหมดในกระเป๋าของคุณ นั่นเองค่ะ  ว่าคุณจะกล้านำออกมาเสี่ยงทุ่มประมูลได้มากขนาดไหน  เหตุที่ใช้คำว่า "เสี่ยง" ก็เพราะบางทีคุณก็อาจชนะประมูลได้ในวงเงินที่ต่ำกว่าที่คุณคิดเสียอีก  และในทางกลับกัน ก็อาจจะต้องใช้งบประมาณมากกว่าที่คุณคิดไว้เหมือนกัน  จึงต้องใช้คำว่า "เสี่ยง" ไงคะ


 


           ถ้าคุณให้วงเงินดิฉันสูงพอ ดิฉันจะเอาชนะคู่แข่งได้ภายในเหรียญเดียวหรือมากกว่านิดหน่อย! โดยไม่ต้องใช้วงเงินทั้งหมดของคุณเลยค่ะ

           ในบทความทั้งหมดในหน้านี้ ดิฉันพยายามอธิบายให้คุณเห็นว่า การให้วงเงินสูงๆกับดิฉัน ไม่ได้ทำให้สินค้าเสียราคาแต่อย่างใด เพราะอย่างที่บอกว่าผู้ที่จะกำหนดราคาขายนั้น ก็คือผู้เข้าร่วมประมูลด้วยกัน ไม่ใช่คนขาย ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละคน เขาก็จะเก็บความลับเรื่องจำนวนเงินไว้กับตัวจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายจึงจะเปิดเผยออกมา  ดังนั้น สิ่งที่ดิฉันอยากได้ก็คือวงเงินที่สูงๆ เพื่อเอาไว้ต่อกรกับผู้เข้าร่วมประมูลคนอื่นนั่นเองค่ะ

           การให้วงเงินสูงๆ ไม่ใช่เรื่องของความเสี่ยง แต่เป็นเรื่องของความต้องการที่จะได้สิ่งของนั้นมาขายต่อในราคางามๆ หรือมีของทันสมัยให้คนอิจฉาเล่น เอามาใส่ต่างหาก  และถึงแม้คุณจะประมูลของไม่ได้ ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทันทีที่ประมูลไม่ได้ ดิฉันก็จะรีบโอนเงินคืนให้คุณภายใน 1 วัน โดยคิดค่าธรรมเนียม 25 บาท ( ซึ่งต้องจ่ายจริงเป็นค่าธรรมเนียมธนาคาร ) โดยไม่ได้คิดค่าเหนื่อยที่ต้องรอเฝ้าดึกๆดื่นๆเพื่อประมูลของให้คุณแต่อย่างใดเลยค่ะ

สรูป คุณควรให้วงเงินสูงๆกับดิฉันไว้เลย เพื่อจะได้ชนะประมูล เพราะ

           1.การมีวงเงินประมูลสูงๆ ไม่ทำให้ราคาประมูลเสีย ( ไม่ได้ทำให้คุณซื้อของแพงขึ้น )


           2.ดิฉันจะใช้แค่เอาชนะคู่แข่งเพียง 1 เหรียญหรือมากกว่านิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้ใช้หมดทั้งวงเงินของคุณ


           3.หากประมูลไม่ได้ ดิฉันจะโอนเงินทั้งหมดคืนให้คุณทันที โดยคิดแค่ 25 บาทเป็นค่าธรรมเนียมการโอน


 

- END -