ทำความเข้าใจเรื่องระยะเวลาการได้รับของครับ


       เวลาที่คุณลูกค้าเข้าไปดูในเวบขายสินค้าต่างประเทศ และคนขายบอกว่าของจะถึงที่หมายภายใน 2 - 4 วันนั้น  ความจริงมันต้องใช้ระยะเวลามากกว่านั้น

       หมายความว่าคนขายโกหกเราหรือ ( ที่บอกว่าของจะถึงที่หมายภายใน 2 - 4 วัน ) ? คำตอบก็คือ เขาไม่ได้โกหกหรอกครับ แต่คำว่า "ที่หมาย" ในที่นี่น่ะ หมายถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

       ซึ่งมันจะต้องมีขั้นตอนหลังจากสินค้ามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อีกหลายขั้นตอนครับ  เช่นต้องผ่านด่านศุลกากร ฯลฯ ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ในการผ่านด่านของแต่ละประเทศมันไม่เท่ากัน บางประเทศ ก็ใช้เวลาน้อย ( หมายถึงเวลาในการผ่านด่านตรวจศุลกากร ) ,บางประเทศก็ใช้เวลาเกือบเดือน ( เหมือนศุลกากรในบ้านเรา )  นอกจากนี้ ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆอีก  ซึ่งในเวบหน้านี้ ทางทีมงาน Tuvagroup.com จะได้อธิบายแบบรวบรัด เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ  เดี๋ยวจะชี้ให้เห็นเป็นขั้นตอนเลยนะครับ

 



( ภาพบน ) สินค้าที่บอกว่าจะถึงไทยใน 2 - 4 วันนั้น
มาถึงไทยตามเวลาที่เขาบอกก็จริง แต่กว่าจะถึงมือคุณก็เกือบสองเดือน

       ขั้นตอนที่ 1 ตอนที่คุณลูกค้า เลือกสินค้าที่จะมาให้ทางทีมงาน Tuvagroup.com ทำการฝากซื้อให้นั้น คุณลูกค้าก็อาจจะเลือกความเร็วในการส่งไว้ว่า สัก 2 - 4 วันก็มาถึงประเทศไทย  คือหมายความว่ายอมจ่ายแพงกว่าการส่งธรรมดา เพื่อให้ได้รับของภายใน 2 - 4 วันตามที่ฝรั่งเขียนบอกไว้ในภาพข้างบน

* * * เพื่อให้เห็นตัวอย่างชัดเจนขึ้น ทางทีมงานขอ "สมมติ" ว่าสินค้านี้ มาถึงประเทศไทยภายใน 4 วันจริงๆ แต่เรามาดูต่อในขั้นตอนที่ 2 ว่าเกิดอะไรขึ้นนะครับ * * *


       ขั้นตอนที่ 2 เมื่อมาถึงประเทศไทยแล้ว ต้องเข้าด่านตรวจของศุลกากรที่ใช้วิธีตรวจแบบสุ่มตรวจ ก็จะช้าตรงนี้อีกหลายวันทีเดียว  คิดไปเองหรือเปล่า? ไม่หรอกครับ  มีหลักฐานชัดเจนดังข้างล่างนี้เลย ( ตัวอย่างข้างล่างนี้เป็นของจริง ที่ทางทีมงาน Tuvagroup.com ได้ประสบมา และเก็บหลักฐานไว้ เอามาให้คุณลูกค้าดูนะครับ )



 
ลูกศรสีเขียว กับลูกศรสีแดง เวลาห่างกันถึง 21 วัน! 

       รายละเอียดในรูปข้างบนนี้ มาจากการที่ทางทีมงาน Tuvagroup.com ได้เช็คสถานะสินค้าให้ลุกค้าท่านหนึ่งไว้ ผลการตรวจสอบ ปรากฏดังภาพข้างบนนี้ ( ให้ไล่ดูตัวหนังสือภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ข้างล่างขึ้นข้างบน - ซึ่งเมื่อเรียงลำดับใหม่เป็นภาษาไทย ก็จะได้ดังนี้ครับ )

       - 25 พ.ย.2552 รับสินค้าพร้อมเอกสารมาที่สนามบิน

       - ( วันใดไม่ปรากฏ ถึงวันที่ 27 พ.ย.52 ) อยู่ระหว่างการเดินทางบนเครื่องบิน 

       - 30 พ.ย.2552 ถึงประเทศไทย

       - 1 ธันวาคม 2552  หัวใจมันอยู่ตรงนี้ ดูให้ดีๆนะครับ  ตามลูกศรสีแดงชี้ คุณจะเห็นได้ว่า มีการบิดเบือนลงไปในเอกสารว่า "ของออกจากหน่วยงานศุลกากรท้องถิ่นแล้ว" (
Out of Foreign Customs )  ทำให้ดูเหมือนว่าของอยู่กับศุลกากรแค่วันเดียว ( คือ 30 พ.ย.52 - 1 ธ.ค.52 ) แล้วปล่อยออกเลย แต่จริงๆแล้ว.....

       ดู ตามลูกศรสีเขียวชี้ จะเห็นว่าของถูกจ่ายออกวันที่ 22 ธันวาคม 2552 ทำให้ดูเหมือนว่าของไปค้างที่สำนักงานไปรษณีย์ถึง 22 ธ.ค.52 - 1 ธ.ค.52 = 21 วัน  แต่ว่าคุณเคยส่งของให้เพื่อนคุณทางไปรษณีย์ไหมครับ  ถ้าไม่ส่งแบบ EMS อย่างช้าสุดก็ 3 วันถึง แต่ในรายการที่ให้ดูข้างบนนี้ เขาพยายามทำให้ดูเหมือนว่าของออกจากศุลกากรในวันที่ 1 ธ.ค. 52 แล้วไปค้างอยู่ที่ไปรษณีย์ 21 วันแล้วถึงส่งของ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ของจะไปอยู่ที่ไปรษณีย์ถึง 21 วัน  ที่จริงแล้ว มันไปอยู่ในช่วงสุ่มตรวจสอบของศุลกากรนั่นเองครับ  ก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงเขียนป้ายความผิดไปให้ที่ทำการไปรษณีย์แบบนั้น

       แต่สรุปใน "ขั้นตอนที่ 2" นี้คือ ทันทีที่ของมาแตะที่ลานสนามบินเมืองไทย ของนั้นจะอันตรธานหายไปเลยเป็นเวลา 21 วัน ( ไปอยู่กับด่านศุลกากรนั่นแหละครับ ) พอครบ 21 วันแล้วถึงจะไปปรากฏที่ ที่ทำการไปรษณีย์ หรือบริษัทที่จะนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าอีกทีหนึ่ง  เอาล่ะ เรามาดูต่อกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก

  


 
บริษัทส่งของชั้นนำของโลก อาจไม่ได้มีสาขาในบ้านเรามากเหมือนไปรษณีย์ไทย

       ขั้นตอนที่ 3 หลังจากผ่านการตรวจ ( และอาจเจอภาษีศุลกากรเพิ่มเติม )  สินค้าก็จะถูกส่งโดยบริษัท Fedex ,UPS ฯลฯ เพราะฝรั่งกำหนดมาอย่างนั้นแล้ว เราเปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งบริษัท Fedex ,UPS ไม่มีกิ่งก้านสาขามากเหมือนการไปรษณีย์แห่งประเทศไทย ดังนั้นพอสินค้ามาถึงไทยแล้วก็อาจถูกแช่ไว้ที่บริษัทขนส่งเหล่านี้อีก เพื่อรอให้มีสินค้าชิ้นอื่นๆที่อยู่ในละแวกใกล้ๆมารวมด้วยกันก่อนแล้วนำไปส่งทีเดียว  สมมติว่าต้องไปส่งที่ อ.เถิน จว.ลำปาง แต่ว่าสาขาของ Fedex ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่เชียงใหม่ คุณคิดว่าถ้ามีของชิ้นเดียว เขาจะขับไปส่งให้คุณเลยหรือเปล่าล่ะครับ ไม่มีทาง! ยังไงก็ต้องรอให้มีชิ้นอื่นที่จะไปส่งใกล้ๆก่อนล่ะ แล้วค่อยไปรวดเดียว

       สรุปว่า ใน "ขั้นตอนที่ 3"  นี้ ก็อาจจะทำให้คุณรับของช้าขึ้นไปอีก เพราะ Fedex อาจต้องรอสินค้าเจ้าอื่นด้วย เพื่อจะได้ไปส่งพร้อมๆกัน ( ประหยัดค่าน้ำมัน เพราะเดินทางครั้งเดียว ส่งสถานที่ใกล้ๆกันรวดเดียว )

       เท่าที่เล่ามา 3 ขั้นตอนนี้ เป็นความช้าตามมาตรฐานนะครับ ยังมีความช้าด้วยสาเหตุอื่นๆอีก ซึ่งเกิดไม่บ่อยก็จริง แต่ก็อาจเกิดขึ้นกับคุณลูกค้าได้เหมือนกัน  ยกตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ดังภาพข้างล่างนี้นะครับ



หรือแม้แต่ไปรษณีย์ไทยเอง ก็มีผิดพลาดได้เหมือนกัน
( ดูจาก
ลูกศรสีเขียว นะครับ ว่าของหายไปหลายวันเลย )
 

       แม้เป็นไปรษณีย์ไทยของเราเอง  ที่มีการส่งพัสดุถี่กว่าของ Fedex  แต่ก็ยังมิวายว่ามีปัญหาอื่นเกิดขึ้นได้ เช่นการส่งผิดบ้าน ( เพราะคนขายจ่าหน้ากล่องมาเป็นภาษาอังกฤษ )  ซึ่งทางทีมงาน Tuvagroup.com โชคดีที่ลูกค้าท่านข้างบนนี้เป็นคนใจเย็น แทนที่จะเมลล์มาต่อว่าทางทีมงาน  ก็กลับเข้ามาบอกด้วยความสุภาพว่ายังไม่ได้รับของ  ทางทีมงาน Tuvagroup.com จึงได้แนะนำให้สอบถามกับทางไปรษณีย์  จากการตรวจสอบ ปรากฏว่าพนักงานไปรษณีย์ส่งผิดบ้านจริงๆ  ซึ่งเมื่อเราดูตรงที่ ลูกศรสีเขียวชี้ ก็จะเห็นว่าของหายไปนานถึง 15 วันเลยทีเดียว ( 9 ธ.ค.52 ถึงวันที่ 24 ธ.ค.52 )

       ลูกค้าบางท่านอยากได้สินค้าด่วนมาก ถึงขนาดสั่งให้ฝรั่งส่งแบบเร็วพิเศษ ( ค่าส่งแพงขึ้นประมาณ 2 เท่า ) แต่ผลที่ได้คือ ผ่านขั้นตอนที่ 1 เร็วก็จริง คือของนั้นเดินทางมาถึงประเทศไทยเร็วก็จริง แต่ท้ายที่สุด ก็มาติดอยู่ที่ขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนที่ 3 ซึ่งทำให้สินค้านั้น เกิดช่วงสุญญากาศ ( ตรวจสอบที่อยู่ของสินค้าไม่ได้ ) ประมาณ 20 - 25 วันอยู่ดีนั่นแหละครับ ยังไม่รวมสถานะการณ์พิเศษ เช่นไปรษณีย์ส่งของผิดบ้านอีกด้วยนะครับ 


ทิ้งท้าย - นี่คือความจริงที่อยากบอกให้ทราบครับ และทางทีมงาน Tuvagroup.com  ไม่อยากให้คุณตกเป็นเบี้ยล่างของเวบรับฝากซื้อสินค้าอื่นๆที่มักพูดเอาใจลูกค้า ด้วยการบอกว่าสามารถทำให้ของส่งมาถึงได้ภายในเร็ววัน /  เพราะเมื่อคุณลูกค้าหลงเชื่อผู้ให้บริการเจ้านี้ และให้เงินผู้ให้บริการเจ้านี้ไปแล้ว ก็เหมือนผีถึงป่าช้า คือเขาจะทำอย่างไรคุณก็ต้องรับสภาพ ( คือได้ของช้า ไม่ตรงกับที่โฆษณาไว้ ) มุขที่ใช้กันบ่อยๆก็เช่น ส่งผ่านคาร์โก้บ้าง ,ฝากญาติที่อยู่ต่างประเทศซื้อให้บ้าง ,หรือผู้ให้บริการ กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศบ้าง ฯลฯ  ซึ่งความจริงแล้ว ไม่ว่าคุณจะเอาเข้ามาด้วยวิธีใด สุดท้ายก็ต้องผ่านขั้นตอนที่ 2 และที่ 3 อยู่ดีครับ


หมายเหตุ - สำหรับประสบการณ์ที่ผ่านมาในการซื้อสินค้าให้ลูกค้า ระยะเวลาการได้รับของ จะมีอยู่ 3 แบบดังนี้ครับ คือ

       1.ถ้าเร็วที่สุดก็จะประมาณ 3 อาทิตย์นะครับ


       2.ถ้า "เกือบช้า" ก็ประมาณ 41 - 45 วัน ดังตัวอย่างในเคสนี้  http://www.tuvagroup.com/Efvhp-A-07-M-590704-0114.html 


       3.ช้าหน่อยก็สองเดือนขึ้นไป ( เหมือนในเคสที่อธิบายในลิงค์หน้านี้นั่นแหละครับ )


ของแถม - ข้างล่างนี้เป็นเคสที่น่าสนใจอีกหนึ่งเคสนะครับ ลองอ่านดูครับ




       ( ภาพบน ) ทีมงาน Tuvagroup.com สั่งซื้อเครื่องสแกนบาร์โค้ดให้คุณลูกค้า 2 ชุด / หลังจากสั่งซื้อเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่งแล้ว ทีมงานก็สอบถามคุณลูกค้าไปว่าได้รับสินค้านี้หรือยัง ( ตามที่ปรากฏอยู่ในเมลล์ข้างบนนี้ )




       ( ภาพบน )  คุณลูกค้าตอบกลับมาว่ายังไม่ได้รับสินค้าทั้ง 2 ชิ้น ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ ) คืออาจเป็นไปได้ว่า ของอาจจะหาย! นั่นเอง 




       ( ภาพบน ) บังเอิญว่าการส่งครั้งนี้ เป็น "การส่งแบบแพง" ก็เลย เช็คสถานะสินค้าได้ / ทีมงานก็เลยเช็คสถานะสินค้าให้ และยืนยันกับทางคุณลูกค้าว่าของไม่หายแน่นอน ให้ลองค้นหาสินค้าดูให้ดีอีกที




       ( ภาพบน )  ผลการตรวจค้นปรากฏว่าเจอพัสดุอยู่ในบ้าน   โดยพัสดุดังกล่าว มาถึงตั้งแต่ก่อนที่ทีมงานจะเมลล์ไปถามในฉบับแรกด้วยซ้ำ 

       คือมีคนรับสินค้าแทนเจ้าของพัสดุไปแล้ว แต่เจ้าของพัสดุไม่ทราบ ก็เลยคิดว่าพัสดุหาย แต่สุดท้ายก็เจอภายในบ้านนั่นเองครับ มันไม่ได้หายไปไหน

       เคสนี้ ใช้ได้กับคุณลูกค้าที่อยู่ "คอนโด" หรือ "อพาร์ทเม้นท์" หรือ "หอพักนักศึกษา" ที่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นรับของแทนได้ด้วยนะครับ

       คือบางที คนที่เขารับของแทน เขาไม่ได้บอกเรา หรือว่า บางทีก็มีการเปลี่ยนเวร เปลี่ยนกะ  แล้วคนทีรับของแทน ก็ไม่ได้บอกไว้กับเวรกะใหม่  พอเราไปสอบถามเวรกะใหม่  เวรกะใหม่ก็เลยบอกว่า "ยังไม่มีพัสดุมา" ทั้งๆที่ เวรกะเก่า เขารับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เลยทำให้เจ้าของพัสดุคิดว่าของหาย


สรุปอีกทีว่า ถ้าคุณลูกค้าถามมาว่า "กี่วัน ถึงจะได้รับสินค้า?"  ก็เป็นคำตอบที่ตอบยาก เพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างตามที่อธิบายมาก่อนหน้านี้ แล้วก็รวมไปถึงในเคสตัวอย่างข้างบนนี้ด้วยนะครับ คือของน่ะมาถึงเรียบร้อยแล้ว แต่มีคนรับแทน แล้วเรา ( คือเจ้าของพัสดุ ) ไม่รู้นั่นเอง



 - END -