- หน้า 2 -


  อย่าเอาผลการฝึก ที่ได้จากตารางฝึกของผม ไปเทียบกับเพื่อนของคุณ ที่เป็นลูกศิษย์ของคนอื่น "แต่" เขาให้ลูกศิษย์ของเขา ใช้สเตอรอยด์  


       ผมจะอธิบาย "วังวนแห่งการขายสเตอรอยด์" ให้ฟังนะครับ  มันจะเริ่มแบบนี้ครับ คือ

       ตอนแรก คนขายสเตอรอยด์ เขาจะไม่บอกหรอกว่าเขาเป็นคนขายสเตอรอยด์  แต่เขาจะออกตัวว่า เขาเป็น Trainer ฝึกให้แบบตัวต่อตัว  รับรองกล้ามขึ้น 100% จนขึ้นประกวดได้เลย - เขาจะออกตัวแบบนี้ก่อน


       พอเหยื่อหลงเชื่อ เขาก็จะออกบบตารางฝึกแบบมั่วๆให้เหยื่อไป  แล้วก็บอกว่าตัวเขาเองก็ใช้ตารางฝึกนี้แหละ สร้างกล้ามให้ตัวเองมา


       พอเหยื่อฝึกไป 6 เดือนกล้ามไม่ขึ้น  ไอ้เจ้าคนขายสเตอรอยด์คนนี้ก็จะเริ่มเปิดเผยตัวตนให้รู้ โดยบอกว่า "พี่จะบอกความลับให้นะน้อง  ไอ้พวกนักเพาะกายที่ขึ้นประกวด "ทั่วโลก" ทุกวันนี้ เขาใช้สเตอรอยด์กันทั้งนั้น  น้องฝึกยังไงกล้ามก็ไม่ขึ้นแบบพวกประกวดหรอก"


       ด้วยความไม่ประสีประสาของเหยื่อ ประกอบกับเห็นว่า Trainer กล้ามใหญ่ ( เพราะใช้สเตอรอยด์ ) ก็เลยหลงเชื่อ แล้วก็สนใจจะใช้สเตอรอยด์บ้าง  ก็เลยให้ Trainer คนนี้จัดหาสเตอรอยด์ ให้  ( เดี๋ยวค่อยอ่านต่อนะครับ ขอให้อ่านคำแทรกก่อน ( ที่อยู่ในตารางสีน้ำตาลอ่อนข้างล่างนี้ ) )



 
ขอแทรกนิดนึงครับ  

       ผมศึกษาเรื่องการเพาะกาย "เพียงอย่างเดียว" มา 36 ปี แล้วนะครับ ( ตั้งแต่ผมอายุ 14 ปีจนถึงปัจจุบัน ที่อายุขึ้นต้นด้วยเลข 5 เข้าไปแล้ว ) ยืนยันได้ว่า นักเพาะกายที่เห็นตัวใหญ่ๆทุกวันนี้ ทั้งในไทยและต่างประเทศ มันมีทั้งที่ใช้สเตอรอยด์ และไม่ใช้สเตอรอยด์ปะปนกันไป

       วิธีจะแยกว่าใครใช้สเตอรอยด์ หรือใครไม่ใช้ ก็คือการที่ต้องดูว่า เขาขึ้นประกวดในรายการใหญ่ๆระดับนานาชาติได้ไหม?

       เหตุผลก็เพราะว่า การประกวดเพาะกายนานาชาติ แบบรายการใหญ่ๆ เขาจะ มีระบบการตรวจสเตอรอยด์ ที่เข้มงวด ซึ่งนักเพาะกายเอเซีย ที่หุ่นสวยๆ ก็จะไปตกรอบ ก็เพราะไม่ผ่านการตรวจสเตรอยด์ ในรายการใหญ่ๆนี่แหละครับ

       ส่วนรายการประกวดรายการเล็กๆ เขาจะไม่เข้มงวดกับการตรวจสเตอรอยด์ เพราะว่า จะได้ให้นักกล้าม มีกล้ามใหญ่ๆ ( เพราะใช้สเตอรอยด์ ) มาขึ้นประกวดเยอะๆ รายการประกวดของเขาจะได้น่าสนใจ ทำให้มีสปอนเซอร์มาให้เงินเยอะๆ

       ด้วยเหตุนี้ นักเพาะกายกล้ามสวยๆ ( เพราะใช้สเตอรอยด์ ) หลายคน จึงเป็นแชมป์ในรายการเล็กๆ ไม่สามารถไต่เต้าไปรายการใหญ่ๆระดับนานาชาติได้ ทั้งๆที่กล้ามสวย

       ถ้านักเพาะกายระดับประกวดรายการโอลิมเปีย ( ซึ่งเป็นรายการประกวดระดับนานาชาติ รายการใหญ่ๆ )  เขาใช้สเตอรอยด์กัน แล้วผมจะมานั่งเสียเวลา 36 ปีในการศึกษาการเพาะกายทำไมล่ะครับ?

       ถ้า Trainer ของคุณบอกว่านักเพาะกายระดับแข่งขันรายการใหญ่ๆ ใช้สเตอรอยด์กัน ก็แล้วทำไม Trainer ของคุณไม่ใช้สเตอรอยด์ แล้วไปประกวดชนะในรายการมิสเตอร์โอลิมเปียให้ดูหน่อยล่ะครับ?

       ที่ Trainer ของคุณเขาทำไม่ได้ ก็เพราะเขาก็จะไปตกรอบในการตรวจหาสเตอรอยด์ในปัสสาวะนั่นเอง จึงไม่สามารถไปประกวดในรายการใหญ่ๆ ระดับนานาชาติได้


       การที่ผม ใช้เวลา 36 ปีในการศึกษาศาสตร์เรื่องการเพาะกาย ก็เพราะผมรู้ว่านักเพาะกายระดับประกวดรายการใหญ่ๆระดับนานาชาติ เขาไม่ได้ใช้สเตอรอยด์กัน  แล้วผมก็แค่ไปเอาการฝึกของนักเพาะกายเหล่านั้น ( ที่กล้ามสวย โดยไม่ได้ใช้สเตอรอยด์ ) มาถ่ายทอดให้เพือนสมาชิกนั่นเองครับ

       แล้วถ้าถามผมว่า แล้วรู้ได้ยังไงว่านักเพาะกายรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย เขาไม่ใช้สเตอรอยด์? คำตอบก็คือ ก็เพราะเขา "ผ่าน" การตรวจหาสเตอรอยด์ในปัสสาวะไงครับ ในขณะที่คนที่ไม่ผ่านก็มี  ( และ Trainer ของคุณ ก็ต้องอยู่ในกลุ่มที่ "ไม่ผ่าน" การตรวจปัสสาวะ ไม่อยางนั้น Trainer ของคุณคงได้เป็นมิสเตอร์โอลิมเปียไปแล้ว จรงไหมครับ? )

       "อย่ามองโลกแคบ" คือเมื่อ Trainer ของคุณเขาใช้่สเตอรอยด์ เขาก็เลยมองว่านักเพาะกายกล้ามสวยๆทุกคนในโลก ต้องใช้สเตอรอยด์เหมือนเขาด้วย - คิดแบบนี้ไม่ถูกครับ

       ถ้านักเพาะกายต้องใช้สเตอรอยด์เท่านั้น กล้ามถึงจะสวยจนขึ้นประกวดได้ ผมคงไม่เสียเวลามานั่งศึกษาศาสตร์เพาะกาย นานถึง 36 ปี เพื่อหาวิธีสร้างกล้ามหรอกครับ  /  คือถ้าการสร้างกล้ามให้สวยและใหญ่ระดับแข่งขัน  ต้องใช้สเตอรอยด์เท่านั้น ผมคงเลิกศึกษาไปนานแล้ว แล้วก็หันไปทำอย่างอื่นแทน





       มาพูดต่อกันจากที่ค้างไว้นะครับ เมื่อกี้ ผมลำดับเหตุการณ์มาถึงตรงที่ว่าคุณโดน Trainer "แหกตา" ว่านักเพาะกายทุกคนต้องสเตอรอยด์เท่านั้น กล้ามถึงจะขึ้น / และด้วยการที่คุณถูก "แหกตา" นั้น คุณก็เลยหลงเชื่อ และให้ Trainer ส่วนตัวคนนั้น จัดหาสเตอรอยด์มาให้คุณใช้  /  คราวนี้มาดูลำดับเหตุการณ์ต่อไปกันครับ

       พอคุณใช้สเตอรอยด์ไปสักพัก คุณก็จะเริ่ม "ติด" จนไม่สามารถเลิกใช้ได้ ( และตอนนี้ ชีวิตของคุณจะสั้นลง 25% จากที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่างเช่น อายุคุณน่าจะเป็น 70 ปี คุณก็จะเหลืออายุขัยแต่ 45 ปี ด้วยสาเหตุแห่งการใช้สเตอรอยด์นั้น )


       และด้วยสาเหตุที่สเตอรอยด์มีราคาแพง แต่คุณ "ติด" ไปเสียแล้ว คุณก็ต้องมองหาช่องทางการทำเงิน เพื่อจะนำเงินมาซื้อสเตอรอยด์ จาก Trainer ส่วนตัวคนนั้น


       บังเอิญว่า เพื่อนคุณเห็นว่าคุณฝึกกับ Trainer คนนี้ แล้วกล้ามขึ้นเร็วมาก ( โดยที่เพื่อนคุณไม่รู้ว่าคุณใช้สเตอรอยด์ ) เขาก็เลยติดต่อกับคุณเพื่อขอให้ช่วยฝึกให้เขาบ้าง 


       คุณก็เลยเอาตารางฝึกห่วยๆ ( ที่คุณเคยได้จาก Trainer ) ให้เพื่อนคุณไปใช้


       แล้วพอครบ 6 เดือนแล้วเพื่อนคุณกล้ามไม่ขึ้น  คุณก็จะใช้ "คำพูดของ Trainer" มาใช้กับเพื่อนคุณ โดยบอกว่า "เราจะบอกความลับให้นะ ไอ้พวกนักเพาะกายที่ขึ้นประกวด "ทั่วโลก" ทุกวันนี้ เขาใช้สเตอรอยด์กันทั้งนั้น  นายฝึกยังไงกล้ามก็ไม่ขึ้นแบบพวกประกวดหรอก"


       แล้วพอเพื่อนคุณหลงเชื่อ และให้คุณหาสเตอรอยด์ให้  คุณก็ไปรับสเตอรอยด์จาก Trainer แล้วเอามาบวกกำไร แล้วเอาไปขายต่อให้เพื่อนคุณอีกทีหนึ่ง 


       เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีรายได้ ( อันได้จากการขายสเตอรอยด์ให้เพื่อน ) เอามาซื้อสเตอรอยด์จาก Trainer เอาไว้ใช้เองแล้ว เพราะคุณ "ติด" สเตอรอยด์ไปแล้ว เลิกไม่ได้


       แล้วในที่สุด เพื่อนคุณก็จะตกอยู่ในวังวนขายสเตอรอยด์เหมือนคุณ แพร่กระจายไปเรื่อยๆ - มองภาพออกแล้วใช่ไหมครับ 


สรุป - การที่คุณใช้ตารางฝึกของผม แล้วกล้ามขึ้นไม่ทันเพื่อนของคุณที่ใช้ตารางฝึกของคนอื่นอยู่  ก็ขอให้คุณอย่าใจร้อนนะครับ เพราะคุณน่ะฝึกแบบถูกหลักและปลอดภัยที่สุดแล้ว ในขณะที่เพื่อนคุณ กล้ามขึ้นไวก็จริง แต่ ชีวิตก็ต้องสั้นลง 25% เพราะการใช้สเตอรอยด์ในการสร้างกล้าม  อย่าเสี่ยงแบบเพื่อนคุณเลยครับ เชื่อผมเถอะ
 

       ผมใช้เวลาศึกษาศาสตร์เพาะกายมานานถึง 36 ปี และยืนยันได้ว่านักเพาะกายระดับแข่งขันนานนาชาติ รายการใหญ่ๆ เขาไม่มีใครใช้สเตอรอยด์กันหรอกครับ เพราะถ้าการสร้างกล้ามให้ส่วยและใหญ่ในระดับแข่งขัน ต้องใช้สเตอรอยด์เท่านั้น   ผมก็คงเลิกศึกษาการเพาะกาย ( เพื่อหาวิธีสร้างกล้าม ) ไปนานแล้ว ไม่เสียเวลา 36 ปีมาให้โดนหลอกหรอกครับ



คำถาม - ฝึกตามตารางฝึกแล้วผมจะได้กล้าม ( หรือลดน้ำหนัก หรือเพิ่มน้ำหนัก ) ในระยะเวลาเท่าไร ขอเวลาที่แน่นอนหน่อยสิ ,ออกแบบตารางฝึกเฉพาะคนหรือเปล่า ,ทำไมต้องวัดขนาดร่างกายก่อน ?  




( ภาพบน ) ภาพ ก. - อีเมลที่เขียนมาต่อว่า


       ( ภาพบน ) ถ้าผมเป็นคนที่ตั้งใจจะหลอกขายสินค้าจริง ผมคงไม่เอาอีเมลของคนที่ได้ตารางฝึกไปแล้วใช้ไม่ได้ผล เอามาให้เพื่อนสมาชิกคนอื่นดูจริงไหมครับ ( เพราะมันจะส่งผลกระทบถึงยอดขายอาหารเสริม คือทำให้คนซื้อน้อยลง )

       แต่เพราะผมไม่ได้สนใจว่าจะขายดีหรือไม่ ผมตั้งใจทำตารางฝึกทุกอัน "อย่างเต็มที่" ใช้การเก็บสถิติจากการดูตารางฝึกมาเป็นพันๆแบบ จากนักเพาะกายทั่วโลกหลายร้อยคน แล้วใช้สถิติ "กลั่น" ออกมาว่าตารางฝึกที่ดีควรจะเป็นแบบไหน "ไม่ใช่นั่งเทียน" คิดเอาเองว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้น แบบนี้

       ตอนนี้ขอแยกคำถามข้างบนออกเป็น 3 ข้อ ดังนี้คือ

คำถาม - กว่าจะเห็นผล ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร ขอเวลาที่แน่นอนหน่อยสิ? 

คำตอบ - ที่ผ่านมา ผมประสบปัญหาอย่างหนึ่งซึ่งไม่คิดว่าจะมีคนคิดแบบนี้ คือเขาคิดว่าเมื่อเสียเงินซื้ออาหารเสริมกับทางเวบแล้วได้ตารางฝึกจากผมไป แล้วไอ้เจ้าตารางฝึกอันนี้ก็จะเหมือน "มีดหมอทำศัลยกรรม" ที่เขาแค่นอนบนเตียงแล้วก็ให้มีดหมอทำงานไป แล้วพอเขาตื่นขึ้นมา ก็มีรูปร่างใหม่สมดังใจหวังแล้ว

       มุขแบบนี้เขามีไว้ "หลอกขายของ" กัน เช่นรับปากว่าคุณจะมีกล้ามใหญ่ภายใน ...เดือน ,คุณจะลดไขมันได้ภายใน ... เดือน ,กินยาตัวนี้สิ กล้ามจะขึ้นภายใน .... เดือน

       ถ้าคุณเจอโฆษณาแบบนี้ให้ระวังตัวไว้ครับ เขาจะหลอกเอาเงินในกระเป๋าคุณ

       ผมอยู่ในวงการนี้ 36 ปี แล้ว  จึงมองภาพออกว่ามันไม่มีอยู่จริง หรือถ้ามีจริง ก็ต้องใช้วิธีที่ผิดธรรมชาติ เช่นฉีดสเตอรอยด์ ,ให้อดอาหาร ซึ่งมันจะทำไม่ได้นานเพราะมันผิดธรรมชาติ ไม่สามารถทำให้มนุษย์อย่างคุณดำรงชีวิตอย่างปกติสุขได้ คุณจะได้อะไรที่ไม่ดีเป็นของแถมตามมาภายหลัง ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง ,ความเครียดที่เกิดจากการขาดน้ำตาล ,การกินแหลกเพราะอดอาหาร ( ในช่วงรีดไขมัน ) มานาน

       ที่ถูกแล้ว คุณต้องมองว่าตารางฝึกของผมเปรียบเป็น "แผนที่" ให้คุณมากกว่า ( ไม่ใช่มีดหมอทำศัลยกรรม ) อีกทั้งยังให้ความปลอดภัยกับคุณ ทั้งให้เห็นเส้นทางลัดที่ตรงไปสู่จุดหมาย ได้ดีที่สุด

       การเพาะกายก็เหมือนการปลูกต้นไม้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา ไม่ใช่มันจะโตให้คุณเห็นได้ในชั่วข้ามคืน ( แต่ความจริงน่ะมันโตอยู่ตลอดเวลา แต่คุณไม่ได้สังเกตเท่านั้นเอง ) กล้ามเนื้อของคนเราก็เหมือนกัน มันจะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อาทิตย์แรกที่คุณจับลูกเหล็กและบริหารอย่างถูกต้องตามตารางฝึกที่ผมบอกไว้ เพียงแต่การเติบโตจะค่อยเป็นค่อยไป และเพราะการเติบโตมันค่อยเป็นค่อยไปนี่เอง ถ้าคุณไม่มีแผนที่ ( คือไม่มีตารางฝึกของผม ) คุณก็อาจเดินหลงทางไปซะ 3 ปี แล้วถึงพึ่งรู้ว่าเล่นมาผิดนี่หว่า! แล้วต้องมาเริ่มต้นกันใหม่

       ผมก็เลยเตือนว่าการเล่นกล้ามให้สำเร็จนั้น "เงินซื้อไม่ได้" ไม่อยากให้คิดเหมือนการซื้อคอร์สลดน้ำหนัก หรือซื้อคอร์สฟิตเนส ที่หลับหูหลับตาซื้อแล้วก็ต้องเป็นเหยื่อของสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพแต่มีรูปแบบกล่องภายนอกที่สวยหรูเท่านั้น

       ขอให้คุณคิดว่ามาเอา "แผนที่" การเล่นกล้ามจากผมไปดีกว่า ดีกว่าที่จะต้องไปเสียเวลารังวัดทำแผนที่ด้วยตัวเองอีก 20 ปี  /  แล้วท้ายที่สุดก็ต้องกลับมายอมรับว่า รู้งี้เชื่อ Webmaster ตั้งแต่แรกดีกว่า


หมายเหตุ - อ่านตรงนี้ ผมอาจทำให้คุณผิดหวังบ้าง ผมเข้าใจดีว่า คุณต้องการให้ผมรับปากว่าหลังจากได้ตารางฝึกจากผมไปแล้ว คุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ภายในกรอบระยะเวลาที่มองเห็นได้ แต่ผมก็ไม่อยากหลอกขายของคุณ มันไม่ยากหรอกครับที่จะให้ความหวังเพื่อนสมาชิกเพียงเพื่อจะให้ขายอาหารเสริมหรือตารางฝึกของผมไปได้ เพียงแต่ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น

       แล้วถ้าคุณยังถามอีกว่า "ยังงี้ก็เหมือนให้ออกกำลังหลักลอยไปเรื่อยๆสิ" ไม่ใช่ครับ ถึงแม้ไม่มีกรอบเวลา แต่ความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายคุณ มันจะเปลี่ยนตั้งแต่อาทิตย์แรกที่คุณจับลูกเหล็กแล้วครับ อันนี้ผม Confirm มันจะขึ้นอยู่กับว่าคุณจะดูตัวเองตอนไหนต่างหาก ก็ในเมื่อคุณอยู่หน้ากระจกทุกวัน คุณเลยไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง เหมือนกับต้นไม้ที่ค่อยๆโตนั่นแหละ ลองทิ้งไว้สองเดือนแล้วให้เพื่อนที่ไม่ได้เจอหน้าเจอตากัน มาเห็นคุณเข้า รับรองต้องร้องทักทุกรายครับผม

       การนำเสนอตารางฝึกให้คุณนั้น ผมนำเสนอเป็นลิงก์ ( แปลว่าคลิ๊กเข้าไปดูได้ ) ไม่ได้นำเสนอเป็นเอกสารเป็นแผ่นๆ แต่ละลิงก์จะใช้หลักการเดิมคือ แยกด้วยหมวดหมู่ของอุปกรณ์

       ตารางเพาะกายนี้ แต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน โดยจะถูกแยกด้วยรูปแบบอุปกรณ์ที่คุณมี ( ซึ่งตอนนี้ผมทำให้เพื่อนสมาชิกไว้เกือบ 800 แบบแล้ว ไม่ซ้ำกันเลย ) นั่นคือคนที่เข้าไปในลิงก์นั้นได้ ก็จะมีแต่คุณเท่านั้น ไม่ได้เป็นลิงก์เปิดที่ใครๆก็เข้าไปได้ ต้องบอกไว้ก่อนเดี๋ยวพอเห็นว่าผมส่งเป็นลิงก์ไปให้แล้วจะเข้าใจว่าเหมือนตอนอ่านเนื้อหาในเวบ ที่ใครๆก็คลิ๊กเข้าไปดูได้ ไม่ใช่อย่างที่คิดครับ การนำเสนอเป็นลิงก์ มันจะทำให้อธิบายท่าฝึกได้ง่ายกว่ากัน เพราะเพียงแค่คุณคลิ๊กไปที่ชื่อท่าฝึก มันก็จะเกิดภาพเด้งขึ้นมาให้ดูเลย ( ในขณะที่การนำเสนอเป็นแผ่นกระดาษ ทำไม่ได้ ) ทำให้ง่ายต่อความเข้าใจน่ะครับ

       เมื่ออ่านที่ผมเขียนมาเกี่ยวกับตารางฝึกนี้แล้ว ก็ให้กลับไปคิดใหม่อีกทีนะครับ ว่ายังยินดีให้ผมทำตารางฝึกให้หรือเปล่า และตารางฝึกของผม เมื่อได้ไปแล้ว คุณก็สามารถใช้ได้ตลอดไปด้วย ไม่ว่าจะหยุดเล่นไปอีกปีสองปี ก็ยังกลับมาเริ่มใหม่ในตารางฝึกเดียวกันนี้ได้เสมอครับ


คำถาม - ออกแบบตารางฝึกเฉพาะคนหรือเปล่า? ,ทำไมต้องวัดขนาดร่างกายก่อน ? 

คำตอบ - บางที ตรงนี้อาจจะคลาดเคลื่อนในบางประเด็น เพราะเพื่อนสมาชิก เห็นว่าผมให้วัดตัวก่อนทำตารางฝึกให้ ก็เลยเข้าใจว่า ผมจะแบ่งหมวดหมู่การทำตารางฝึกเป็น เอ็คโตมอร์ฟ ,เมโซมอร์ฟ ,เอ็นโดมอร์ฟ ตามบทความที่หน้า  http://www.tuvayanon.net/2-book-A-01-J-600602-0846.html  ซึ่งความจริง ไม่ใช่ครับ เพราะหลักสากลนั้น คุณจะบอกไม่ได้ว่าเขาเป็น เอ็คโตมอร์ฟ ,เมโซมอร์ฟ ,เอ็นโดมอร์ฟ จนกว่าจะเริ่มบริหารไปสักสองปีแล้ว ดังนั้น การแบ่งหมวดหมู่ตารางฝึกของผม จะไม่ใช่การแบ่งด้วยรูปร่างของเพื่อนสมาชิกแต่อย่างใด

และหลักการออกแบบตารางฝึกคือ ต้องสร้างกล้ามเนื้อพื้นฐานก่อน โดยไม่สนใจว่า เพื่อนสมาชิกจะเป็นคนอ้วน ,อ้วนมาก ,ผอม ,ผอมมาก ,สูง ,สูงมาก ,สูงน้อย นั่นคือทุกคนจะต้องใช้ตารางฝึกอันเดียวกันหมด แต่จะถูกแยกหมวดหมู่ด้วยอุปกรณ์ที่บริหารเท่านั้น แล้วทุกคนก็จะก่อเกิดกล้ามเนื้อพื้นฐาน และความสมดุลในร่างกายขึ้นมาเอง คนอ้วน ก็จะลดน้ำหนักลง ,คนผอม ก็จะเพิ่มน้ำหนักขึ้น ซึ่งตารางฝึกสากลก็จะเป็นเช่นนี้ทั้งนั้น

       จากนั้น เมื่อเวลาผ่านไป จนเพื่อนสมาชิกมีปีกขากล้าแกร่ง สามารถสร้างตารางฝึกเองได้ ก็อาจจะเริ่มแตกแขนงการฝึกของตัวเอง ให้แตกต่างออกไปตามลักษณะร่างกาย ตามที่แนะนำไว้ที่หน้า  http://www.tuvayanon.net/2-book-A-01-J-600602-0846.html  ได้

       และผมขอยืนยันว่า จงอย่าไปขวนขวาย หาตารางฝึกสำหรับคนอ้วนเพื่อจะลดน้ำหนักเลยครับ ไม่อย่างนั้น ก็จะต้องโดนหลอกเข้าสักวัน ถ้าเขาโยนตารางฝึกอันนึงให้คุณแล้วบอกว่า "นี่ไง ตารางฝึกเพาะกายสำหรับคนอ้วน" ผมยืนยันครับว่า "ไม่มี"

       ดังนั้น คำว่าออกแบบให้เฉพาะคนในที่นี้ จึงหมายถึง การที่คุณมีอุปกรณ์ไม่เหมือนคนอื่น ก็นั่นแหละ คือตารางฝึกที่มีคุณใช้อยู่เพียงคนเดียว คนอื่นมาใช้ร่วมไม่ได้ ( เพราะไม่ได้มีอุปกรณ์เหมือนคุณ )

       ส่วนที่ว่าทำไมต้องวัดร่างกายก่อน คำตอบส่วนหนึ่งก็คือตามที่บอกไปแล้วเบื้องต้นว่า "ไม่เกี่ยว" กับการบอกมาว่าคุณเป็น เอ็คโตมอร์ฟ ,เมโซมอร์ฟ ,เอ็นโดมอร์ฟ แต่อย่างใด คำตอบอีกส่วนก็คือ การวัดนั้น ก็เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล เพื่อตรวจสอบภายหลังว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนของคุณพัฒนาได้เร็วกว่าส่วนอื่น ,ส่วนไหนช้ากว่าส่วนอื่น ,มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ,ช้า หรือเร็ว เพื่อจะได้มาปรึกษาผมในภายหลังได้ ซึ่งคนที่จะบอกได้ดีที่สุดก็คือตัวคุณเอง เพราะคุณเป็นผู้วัดร่างกายมากับมือ และเรื่องการวัดร่างกายก่อนฝึก ก็เป็นเรื่องสากล ( ตามปกติจะต้องถ่ายภาพ โดยถือหนังสือพิมพ์รายวันที่พึ่งซื้อมาในวันนั้น ไว้ในมือด้วย เพราะหนังสือพิมพ์จะเป็นสิ่งยืนยันว่า ภาพที่ถ่ายนั้น ถ่ายวันที่เท่าไร โดยดูจากตัวหนังสือพาดหัวตัวโตๆในหน้าแรกนั่นเอง )




 
ขอแทรกนิดนึงครับ 


( ภาพบน ) ภาพข้างบนนี้มาจาก flipboard.com 


       ( ภาพบน ) ตามปกติเวลาจะถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายบ้างนั้น เขาจะถือหนังสือพิมพ์รายวันที่พึ่งซื้อมาในวันนั้น ไว้ในมือด้วย เพราะหนังสือพิมพ์จะเป็นสิ่งยืนยันว่า ภาพที่ถ่ายนั้น ถ่ายวันที่เท่าไร โดยดูจากตัวหนังสือพาดหัวตัวโตๆในหน้าแรกนั่นเอง แล้วพอเล่นกล้ามจนผ่านไปช่วงหนึ่งแล้ว ก็จะถ่ายภาพซ้ำอีกครั้ง โดยถือหนังสือพิมพ์อีกฉบับ ( คือถือหนังสือพิมพ์ฉบับที่ออกเมื่อวันที่เราถ่ายภาพล่าสุด )

       เวลาเพื่อนสมาชิกจะถ่ายภาพการเปลี่ยนแปลงขอตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องถือหนังสือพิมพ์ไว้ในมือเหมือนในภาพข้างบนนี้ก็ได้ครับ  ที่ผมเอามาให้ดูนั้น ผมแค่ต้องการจะสื่อให้เห็นถึง "ความสำคัญ" ของการบันทึกการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเอง เพราะเขาก็ทำกันทั้งนั้น ( หมายถึงมีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงของตัวเองกันทั้งนั้น ) ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด




       การออกแบบตารางฝึกของผม ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ และใช้หลักการทางสถิติที่เก็บมาเป็นเวลา 36 ปี ไม่ใช่การนั่งเทียน ส่วนการที่ว่าใครจะตอบสนองตามตารางฝึกได้เร็วหรือช้า ,หรือกล้ามเนื้อบางส่วน ตอบสนองได้เร็วกว่าอีกส่วน ก็เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ หรือยีนสำหรับของแต่ละบุคคลไปครับ

       กรณีของอีเมล "ข้างบนนี้" ( ฉบับที่อยู่ด้านบนของหน้าเวบ ) ที่เขียนมาต่อว่าผม  ก็อาจเป็นเพราะร่างกายตอบสนองช้านิดนึง ( แต่ยังไงก็ต้องขึ้นอยู่ดี

       คราวนี้ ลองเอามาเทียบกับการฝึกของคนอื่นๆดูบ้าง โดยดูจากหลักฐานที่เป็นอีเมลของเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ "ข้างล่างนี้" ที่ใช้ตารางฝึกอันเดียวกันนี้นะครับ 





         ( ภาพบน ) ลูกศิษย์ท่านอื่นๆ เขาใช้เวลาถึง 6 - 8 เดือน ถึงจะตัดสินว่าตารางฝึกที่ผมทำให้นั้น ได้ผลหรือไม่ ( ดูที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ จะเห็นว่าเขาใช้เวลา 8 เดือน )  ไม่ใช่ว่าพึ่งใช้ตารางฝึกของผมยังไม่ถึงสองเดือนก็มาตัดสินแล้วว่าตารางฝึกของผม ใช้ไม่ได้ผล 




         ( ภาพบน ) อีเมลจากเพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเวลาผมจะส่งตารางฝึกให้กับเพื่อนสมาชิกทุกๆคน ผมก็ส่งเป็นลิงก์ให้ทั้งนั้น ( ปรากฏตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ )  ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ( เพราะผมก็ทำอย่างนี้กับทุกคน ( คือส่งให้เป็นลิงก์ ) )


















 

         ( ภาพบน ) จากอีเมลของเพื่อนสมาชิกหญิงท่านข้างบนนี้ ดูตรง ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ข้างบนนี้ ก็จะเห็นว่าเริ่มใช้ตารางเมื่อ เดือน มกราคม 2554 

       ส่วนอีเมลฉบับข้างบนนี้ เขียนมา ตามที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้  คือวันที่ 2 กันยายน 2554 ก็คือเวลาผ่านไป 8 เดือน เพื่อนสมาชิกที่ใช้ตารางฝึกของผมท่านนี้ ก็สามารถลดน้ำหนักตัวลงได้ และแน่นอนว่า ด้วยการลดไขมันด้วยการเล่นกล้ามนี้ ไม่เพียงแต่ไขมันจะน้อยลง แต่จะทำให้ร่างกายคุณแข็งแรง ผิดกับการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นครับ ( เช่นพวกการอดอาหาร หรือทานยาลดความอ้วน ฯลฯ )




 



 



ทำความเข้าใจเรื่องระยะเวลาการได้ผล

คำถาม - อยากจะรีบฝึก ขอตารางด่วนเลย เพราะอยากเห็นผลเร็วที่สุด

คำตอบ - ประโยคที่ว่า "อยากเห็นผลเร็วที่สุด" ทำให้ผมหวาดผวามากครับ  เพราะผมเคยโดนด่ามาแล้วว่าหลอกขายอาหารเสริม หลอกขายตารางฝึก  ก็เลยกลัวเรื่องนี้มาก เสีย Self ไปเลยก็ว่าได้ ไม่เคยถูกใครด่าได้รุนแรงขนาดนี้มาก่อน  ( ปรากฏอยู่ที่อีเมลที่ปรากฏอยู่ด้านบนสุดของหน้าเวบนี้ )  เราเลยต้องมาคุยเรื่องนี้กันก่อนครับ ว่าตารางฝึกของผมนั้น สร้างขึ้นมาจากหลักการทางวิทยาศาสตร์ และหลักการทางสถิติ  การจะประสบความสำเร็จเร็วหรือช้า ย่อมมีปัจจัยอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น วินัยในการฝึก ,กรรมพันธุ์ ,การเพ่งสมาธิไปที่กล้ามเนื้อระหว่างบริหาร  ฯลฯ

       การที่คุณอยากได้ผลเร็วมากๆนั้น อาจทำให้คุณเป็นเหยื่อการใช้สเตอรอยด์ได้นะครับ เตือนไว้ก่อน มันจะมีคอร์สพวกนี้ขาย คอร์สละหมื่นกว่าบาท  ตอนยังใช้ก็ดีอยู่ แต่พอหยุดใช้ ก็มะเร็งถามหา ,อวัยวะเพศหด ,ตับ ไต พัง ,ผมร่วง ,นมห้อยเป็นผู้หญิง   ผิดกับอาหารเสริมที่สกัดจากอาหารธรรมชาติ เช่นพวกเวย์โปรตีน ฯลฯ นะครับ

       ยังไงก็ตาม ณ.ตอนนี้ คุณยังไม่ได้ซื้ออาหารเสริมกับทางผม ( ตามเงื่อนไขที่จะทำตารางฝึก ) ก็เลยยังกลับตัวทันนะครับ  คือผมเป็นผู้มอบแผนที่ให้กับคุณ โดยใช้ประสบการณ์ยาวนาน มาสร้างแผนที่นี้ขึ้นมา ( ก็คือตารางฝึกนั่นเอง ) แต่ผมไม่รับปากว่าคุณจะประสบความสำเร็จใน 3 เดือน 4 เดือนเหมือนตัวอย่างอีเมลคนอื่นๆข้างบนนี้หรือเปล่า บางทีอาจใช้เวลามากกว่านั้น อาจต้องเป็นปี เพียงแต่รับประกันได้ว่าเส้นทางที่คุณเดินนั้น ถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน

       กลับไปคิดอีกทีนะครับ  เรื่องตารางฝึกเอาไว้ก่อน ยังไม่ต้องซื้ออาหารเสริมกับผมหรอก  แล้วก็หาความรู้ในเวบของผมต่อไป หรือจะหาตารางฝึกเองก็ได้ เปิดดู "วิธีใช้ดรรชนีท่าฝึก" ซึ่งอยู่ที่หน้า  http://www.tuvayanon.net/6useindex.html   คุณก็จะสามารถปฏิบัติตามตารางฝึกได้ไม่ยากครับ 

       แต่ถ้าคุณทำใจได้ ว่า เพาะกาย ก็เหมือนเพาะปลูก  ไม่ใช่ว่าพอจับต้นไม้ใส่กระถาง ก็โตออกดอกออกผลกินได้ในคืนเดียวเลย   มันต้องใช้เวลาครับ  และการเล่นกล้ามก็เป็นหลักของวิทยาศาสตร์  ไม่ใช่เรื่องของโชคลางเลย เล่นยังไงมันก็ต้องขึ้นครับ เพียงแต่กรรมพันธุ์บางคนก็ขึ้นง่าย บางคนก็ขึ้นช้า แต่ขึ้นทุกรายไปครับรับประกันได้  ร้อยลี้ต้องมีก้าวแรก เริ่มฝึกเสียแต่วันนี้ สิ้นปีคุณอาจจะได้มากกว่าที่คุณคาดหวังไว้เสียอีก  ถ้าคิดได้ดังนี้ก็ทำตามเงื่อนไขแล้วขอตารางฝึกมาเลยครับ

       ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่ใช้เวลาฝึก 3 ปีถึงเห็นผลดังข้างล่างนี้นะครับ เป็นภาพจริง อีเมลของจริงทั้งหมดครับ  ถ้าเราเริ่มฝึกวันนี้วันแรก เราอาจคิดว่าเวลา 3 ปีมันนานเหลือเกิน  แต่ถ้าถามคนที่ฝึกผ่านไปแล้ว 3 ปีอย่างเพื่อนสมาชิกท่านข้างล่างนี้  เขาก็จะตอบคุณว่าแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้    ขอให้เราเริ่มเสียตั้งแต่วันนี้ เราก็จะไปอยู่ตรงจุดที่เรียกว่า "ฝึกมาแล้ว 3 ปี" วันใดวันหนึ่งอย่างแน่นอนครับ 




 





หน้าถัดไป

1  <  2  >  3




* * * หน้าเวบ "ในส่วนที่อยู่ด้านล่างลงไปนี้" เป็นแบบฟอร์มที่ทาง Webmaster เก็บเอาไว้บริหารจัดการ ตอนที่จะซ่อมแซม หรือปรับปรุงหน้าเวบ "ในส่วนที่อยู่ด้านบน" ในอนาคตครับ  /  คือหมายความว่า หน้าเวบ "ในส่วนที่อยู่ด้านล่างลงไปนี้" ไม่ได้มีไว้สำหรับให้อ่านครับ 



/- - - แบบที่ 1 - - -  


/- - - แบบที่ 1 - - -  


       - - - แบบที่ 1 - - -  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

- - - แบบที่ 1 - - -  


  

- - - แบบที่ 1 - - -  


      

             

                     

                           


  



      

              

                    


* * *

* * *

* * *

* * *

* * *

* * *


      

      

      



:/
















:/


* * *

* * *

* * *

* * *

* * *

* * *



:/








:/





:/


      

      

      

      

      

      



:/


/  สวัสดีครับ * * * *

      

      

      

      

       ทีมงาน tuvagroup.com  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

       ทีมงานเพาะกายครับ  



:/


คำถาม : :/


คำตอบ :


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

คำถาม : :/


คำตอบ :


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

คำถาม : :/


คำตอบ :


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  



* * * หากภาพในหน้าเวบนี้ขึ้นไม่ครบ กรุณาคลิ๊กที่เมนู "Reload this page" นะครับ  /  ถ้าหาเมนูนี้ไม่พบ ให้อ่านคำแนะนำที่ลิงก์นี้นะครับ  http://www.tuvagroup.com/7fvhp-A-03-Q-591211-1724.html 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - 



:/




:/



 

รหัสภาพ



( ภาพบน ) :/

ภาพข้างบนนี้มาจาก








 





       ( ภาพบน )

      

      

      





- END -



หน้าถัดไป



1  >  2  >  3  >  4  >  5  >  6