หลอกให้โอนเงินซ้ำ


       ตัวอย่างที่นำเอามาให้ดูนี้ เป็นเหตุการณ์จริงทั้งหมดนะครับ ไม่ใช่การสมมติขึ้นมาแต่อย่างใด  เอาล่ะครับ เรามาเริ่มกันเลย

สินค้าที่ลิงค์ http://www.monkeydepot.com/Boxed_Figure_Soldier_Story_FBI_HRT_p/ss0074.htm
และ http://www.monkeydepot.com/Boxed_Figure_Art_Figures_Navy_Seal_Team_VI_p/fa0011.htm


 

       ( ภาพบน ) หลังจากคำนวณราคาทั้งค่าสินค้า และค่าส่ง ก็ได้ยอดเงินทั้งหมดที่ต้องชำระคือ 334.08 เหรียญ  ตามที่ ลูกศรสีแดง ขี้อยู่ ในภาพข้างบนนะครับ จากนั้น ก็แจ้งให้ทางคุณลูกค้าทราบ และชำระเงินให้กับทางผู้ขายเรียบร้อยแล้ว ตามหลักฐานข้างล่างนี้



 

       ( ภาพบน ) หลักฐานที่ทางทีมงาน Tuvagroup.com โอนเงินทางบัตรเครดิตไปให้คนขาย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพบน ,โดยโอนเงินไปเป็นยอดเงิน 334.08 เหรียญ ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ในภาพบน / โดยการโอนเงินนี้ มีหลักฐานปรากฏอยู่ในสเตทเม้นท์บัตรเครดิตของทางทีมงานด้วย ดังภาพข้างล่างนี้



 

       ( ภาพบน ) ทางทีมงาน จะให้ข้อสังเกตุกับท่านผู้อ่านเอาไว้อย่างหนึ่งนะครับว่า การจ่ายเงินอะไรก็ตาม หรือการรับเงินคืน ( Refund ) ใดๆก็ตาม ที่เกิดขึ้นกับบัตรเครดิต ใบที่ใช้ซื้อของนี้ ( ที่ลงท้ายเลขบัตรด้วย 33 เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ )  จะมียอดปรากฏขึ้นในสเตทเม้นท์บัตรเครดิตของมันเสมอ นั่นหมายความว่า หากคนขาย หลอกให้เราโอนเงินซ้ำ ( ซึ่งจะเกิดขึ้นในเหตุการณ์ต่อไปข้างล่างนี้ ) แล้วล่ะก็ ยอดเงินที่จะโอนเงินซ้ำ มันก็จะต้องปรากฏอยู่ในสเตทเม้นท์บัตรเครดิตอันนี้เช่นกัน ซึ่งคนร้ายจะต้องพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ( คือ ทำยังไงก็ได้ ที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์  "โชว์ยอดการโอนเงินซ้ำ" ในสเตทเม้นท์บัตรเครดิต )

       หมายความว่า หากเราเป็นคนขายที่ขี้โกงแล้ว เราจะต้อง วางแผน ไม่ให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตใบเดียวกันนี้ ในการโอนเงินซ้ำ อย่างเด็ดขาด ( เพราะมันจะโชว์ในเสตทเม้นท์ใบเดียวกัน ) / แล้วจะทำอย่างไร?  คำตอบอยู่ข้างล่างนี้ครับ



 

       ( ภาพบน ) ต่อมา เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ก็มีใบทวงเงินตามเมลล์ ( ของจริง ) ที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ซึ่งมีสิ่งที่ต้องพิจารณาดังนี้

       1.เป็นใบทวงเงิน ที่ให้ชำระด้วย  PayPal - เห็นไหมครับ ว่าเขาไม่ให้จ่ายทางบัตรเครดิต ( แต่ให้จ่ายด้วย PayPal แทน ) เพื่อไม่ให้รายการโอนเงินอันใหม่นี้ มันโชว์อยู่ในสเตทเม้นท์อันเดียวกันกับของบัตรเครดิต

       2.วันเวลาที่รับเมลล์นี้ตาม "เวลาของไทย" ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ - คือ ตีสาม สิบแปดนาที ของวันที่ 24 ธ.ค.56

       3.วันเวลาที่รับเมลล์นี้ตาม "เวลาของฝรั่ง" ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ - คือ เที่ยงกับอีก สิบแปดนาที ของวันที่ 23 ธ.ค.56

       4.ข้อความในโน๊ต ตรงที่ ลูกศรสีน้ำเงิน ชี้อยู่ - บอกว่า ถ้ายังไม่จ่ายเงินก่อนวันที่ 27 ธ.ค.56 นี้ เขาก็จะยกเลิกรายการซื้อสินค้านี้ / คือเขาพูดให้เราเข้าใจว่า ตั้งแต่วันที่เราโอนเงินครั้งแรก ( คือวันที่ 2 ธ.ค.56 ) จนถึงวันที่ผู้ขายส่งใบทวงเงินนี้มา ( คือวันที่ 23 ธ.ค.56 ตามเวลาของฝรั่ง ) นั้น เขา ( หมายถึงผู้ขาย ) ยังไม่มีเงิน 334.08 เหรียญ อยู่ในมือแต่อย่างใด  ก็เลยเมลล์มาทวงเงิน อะไรประมาณนั้น

       5.ยอดเงินที่ทวง ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ - คือ 334.08 เหรียญ ซึ่งเป็นยอดเงินที่ "ซ้ำ" กับยอดเงินที่เราจ่ายไปเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.56 ( ตามที่มีหลักฐานเป็นสเตทเม้นท์บัตรเครดิตอยู่ )

       ใบทวงเงินนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาดนะครับ แต่เป็น "ความจงใจ" ในการสร้างใบทวงเงินขึ้นมา โดย มี ข้อความทำให้คนอ่าน "ตกใจ"  เสริมเข้ามาด้วย ตรงที่ ลูกศรสีน้ำเงิน ชี้อยู่ คือบอกว่า ถ้ายังไม่จ่ายเงินภายใน 3 วันนับแต่วันที่เห็นเมลล์นี้ ก็จะไม่ได้ของนะ! / คือถ้าเป็นการเรียกเงินธรรมดา เขาจะไม่มีข้อความแบบนี้เลยครับ ( อันนี้เป็นประสบการณ์การซื้อของกับฝรั่งมานานหลายปี ) / นั่นคือ ถ้าเราเป็นลูกค้าที่ไม่มีประสบการณ์ พอเห็นคำขู่ ( คือขู่ว่าจะไม่ได้ของ หากไม่จ่ายภายใน 3 วัน ) ก็จะรีบตาลีตาเหลือกโอนเงินให้ไปทันที  ก็เข้าทางพวกมิจฉาชีพนี้เลยครับ

       แต่บังเอิญว่า คนขายขี้โกงรายนี้ ดวงซวย ที่พอดีว่าลูกค้าท่านนี้ แกใช้บริการรับฝากซื้อสินค้าของทีมงาน Tuvagroup.com อยู่ไงครับ / ดังนั้น ทีมงานจึงเมลล์ย้อนถามกลับไป พร้อมกับอ้างเลขอ้างอิงการชำระเงินทางบัตรเครดิตกลับไปให้ด้วย ดังเมลล์ของจริงข้างล่างนี้



 

       ( ภาพบน ) ทางทีมงานจึงเมลล์ย้อนกลับไป โดยมีลักษณะของเมลล์ที่ควรพิจารณาดังนี้คือ

       ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ - เป็นการบอกว่า ทีมงาน Tuvagroup.com ได้ส่งเมลล์นี้กลับไปเมื่อเวลา 09.51 น. ของวันที่ 24 ธ.ค.56 ( ณ.ตอนนี้ คุณลูกค้าอาจรำคาญว่า จะมานั่งแจงรายละเอียดเรื่องเวลารับ เวลาส่งเมลล์กันทำไม  ทีมงานก็ขอบอกว่า พระเอกของเรื่องนี้ อยู่ตรงนี้ด้วยครับ ( คือเรื่องเวลารับและส่งเมลล์ ) ดังนั้น ขอให้อดทนดูคำชี้แจงไปเรื่อยๆก่อนครับ )

       ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ - คือเนื้อเรื่องที่ทีมงานบอกว่า ถ้า You ( หมายถึงคนขาย ) ไม่มีเงินฉันอยู่ในมือ ก็แสดงว่า You ต้องเคยคืนเงิน ( Refund ) มาให้ฉันแล้วสิ ถ้ายังงั้น ขอหลักฐานการ Refund หน่อยสิ

       ตรงที่ ขีดเส้นใต้สีม่วง - คือ ทีมงาน Tuvagroup.com อ้างหลักฐานเป็นเลขธุรกรรมการโอนเงินให้ฝรั่งดูด้วย  ในขณะที่การทวงเงินของฝรั่งนั้น เขียนใบทวงเงินขึ้นมาลอยๆ ไม่มีการอ้างถึงเรื่องการโอนเงิน หรือการคืนเงิน หรืออย่างอื่นอะไรเลย แม้แต่เลข order number ของสินค้ายังไม่มีเลย

       ตรงที่ ลูกศรสีน้ำเงิน ชี้อยู่ - คือเวลาที่ฝรั่งผู้ขาย ส่งเมลล์ทวงมาอีกฉบับ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.56 เวลา ตีสามยี่สิบนาที ( ตามเวลาของไทย ) คือช้ากว่าเมลล์ที่เป็นใบทวงเงินของ PayPal ประมาณ 2 นาที ( ใบทวงเงินของ PayPal ส่งมาตอน ตีสามสิบแปดนาที )

       เอาล่ะครับ ณ.ตอนนี้ ให้ดูเวลาการรับส่งเมลล์ให้ดีนะครับ  จากเมลล์ที่ทีมงาน โทรไปขอหลักฐานการคืนเงิน ( ตามเมลล์ที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) นั้น เป็นเวลา 09.51 น. ของวันที่ 24 ธ.ค.56 ถูกไหมครับ  ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพบน ) คราวนี้ มาดูว่าคนขายตอบกลับมากี่โมง และตอบกลับมาว่าอย่างไร ดังภาพข้างล่างนี้



 

       ( ภาพบน ) ทางผู้ขายตอบกลับมา ดังนี้คือ

       ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ - คือคนขายตอบกลับมาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.56 เวลา 23.39 น. ก็คือ 14 ชั่วโมงกับอีก 22 นาที หลังจากที่ทางทีมงาน Tuvagroup.com ขอดูหลักฐานเรื่องการ Refund เงิน ที่ทีมงานส่งเมลล์ไปเมื่อเวลา 09.51 น. ของวันเดียวกัน ( คือวันที่ 24 ธ.ค.56 ) / แล้วทำไมคนขายต้องรอนานถึง 14 ชั่วโมงกับอีก 22 นาที แล้วถึงพึ่งตอบ? คำตอบก็คือ มันเป็น ลูกเล่นเกี่ยวกับความช้าและเร็วของเวลาที่ต่างกันระหว่างประเทศไทย และอเมริกา ไงครับ ( เดี๋ยวจะอธิบายรายละเอียดในตารางสีเหลืองข้างล่างนี้นะครับ )

       ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ - คือบอกว่า โอนเงินคืนไปให้แล้วนะ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.56 ไม่เชื่อไปเช็คสเตทเม้นท์ดูได้ 



 
อธิบายวิธีการโกงอันที่ 1

       ณ.จุดนี้ ทีมงานจะแสดงให้ดูก่อนว่าเขาโกงยังไงนะครับ  ขอให้ค่อยๆอ่านอย่างช้าๆ แล้วจะมองเห็นภาพ คือมันอาจดูซับซ้อนหน่อย แต่ถ้าพิจารณาตามที่ทีมงานอธิบายไว้ จะเข้าใจได้เลยว่า การที่ทีมงานตอบกลับไปเมื่อเวลา 09.51 น. แล้ว กว่าคนขายจะตอบกลับมา เมื่อเวลา 23.39 น. นั้น ทำไมเขาต้องรอให้ช้าขนาดนั้น ทั้งๆที่การ Refund มันสามารถทำให้เสร็จได้ภายในไม่ถึง 5 นาที ไม่ต้องรอถึง 14 ชั่วโมงกว่าๆแบบนี้ เอาล่ะครับ เรามาดูกันว่าเขาตุกติกยังไง  อธิบายดังข้างล่างนี้ครับ

       เมื่อมองเผินๆ ก็เหมือนกับคนขายจะสื่อว่า " ก็นี่ไง  ฉัน Refund เงินให้คุณ ( หมายถึงเรา ) แล้วตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.56 ไง ก็เลยไม่มีเงินอยู่ในมือฉัน  ดังนั้น ฉันจึงส่งไปทวงเงินทาง PayPal มาให้คุณเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.56 ไงล่ะ ไม่เห็นแปลกอะไร " คือเขาจะสร้างภาพให้เห็นเป็นแบบในรูปข้างล่างนี้

       ถ้าเราอ่านการอ้างเหตุและผลข้างบนนี้ เราก็จะเห็นว่า ดูแล้ว ไม่ผิดอะไรที่เขาทำอย่างนี้ คือก็คืนเงินให้เมื่อวานแล้วไง แล้วพอดีวันนี้มีของในโกดังแล้ว ก็เลยส่งใบทวงเงินมาให้ไง

       แต่ความจริงนั้น คำว่า วันที่ 23 ธ.ค.ที่เขาอ้างนั้น เป็นเวลาในประเทศอเมริกา  ส่วนเวลาที่เข้าอ้างว่าส่ง PayPal มาทวง ที่ว่าเป็น 24 ธ.ค.นั้น เป็นเวลาในประเทศไทย ดังภาพข้างล่างนี้



       แล้วลองย้อนกลับไปดูเมลล์ข้างล่างนี้


       ( จากภาพบน ) ด้วยเหตุผลนี้ ( คือต้องการให้มีการเหลื่อมเวลา ) ทางผู้ขายผู้นี้ ความจริงก็โอนเงิน Refund เสร็จแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.นั่นแหละ แต่แทนที่จะแจ้งเราเลย เขากลับรอให้เวลาผ่านไป 14 ชั่วโมงกับอีก 22 นาที ก่อน เพื่อให้เวลาในบ้านเขา ข้ามไปเป็นวันที่ 24 ธ.ค.ด้วย ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ ซึ่งจะอยู่บนหัวเมลล์ของเรา ) แล้วถึงค่อยเมลล์มาบอกว่าได้ Refund ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. ( ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ในเนื้อเรื่องของเมลล์ )

       คือคนขายพยายามจะให้วันที่สองจุดนี้ มันต่างกัน ( คือให้วันที่ ตรง ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่  กับวันที่ตรง ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ "มันต่างกัน"  ก็เลยรอตั้ง 14 ชั่วโมงกับอีก 22 นาที ถึงพึ่งส่งเมลล์มา ) / เพราะคนขายเข้าใจว่า ถ้า Refund แล้วส่งเมลล์มาทันที มันก็จะกลายเป็นว่า ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ จะเป็นวันที่ 23 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เขียนในเนื้อเรื่อง ( ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ในภาพบน


       แต่ความจริง คนขายคนนี้ "ตกม้าตาย" ตรงเมลล์ฉบับแรกที่ทวงเงิน  เพราะมันดันมีหลักฐานปรากฏอยู่ชัดเจน ( ลองดูตามภาพข้างล่างนี้นะครับ )



       ( จากภาพบน ) คือจริงๆแล้ว ตอนที่เขาทวงเงินมาครั้งแรกนั้น เวลาในไทยได้ข้ามไปเป็นวันที่ 24 ธ.ค.ไปแล้ว ( ดูตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบน )  แต่เวลาของเขายังเป็นวันที่ 23 ธ.ค.อยู่ ( ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ ) / แต่เขาไม่รู้ว่าเวลาของเราไปเป็นวันที่ 24 ธ.ค.ไปแล้ว เพราะเขาเป็นผู้ส่งเมลล์ ดังนั้น เวลาการรับเมลล์นั้น ( ตามเวลาในบ้านเรานั้น ) มันจะปรากฏอยู่ในเมลล์ของเรา 

       คนขาย คงลืมคิดไปในเรื่องการโชว์เวลาการรับเมลล์ในบ้านเรา ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพบน )   แล้วมาแก้ตัวตอนหลังว่าได้ Refund เงินคืนให้เราตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.แล้ว / มันก็ใช่นะ ว่าคุณโอนเงินคืนตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. "แต่" คุณโอนคืนหลังจากที่ทีมงานขอดูหลักฐานการ Refund แล้วคุณไม่มีให้ต่างหากล่ะ

       แล้วพอคุณรู้แล้วว่าเรารู้ทันคุณ  คุณก็รีบโอนเงิน Refund คืนให้ในวันที่ 23 ธ.ค. ( เวลาบ้านคุณนั่นแหละ ) แต่คุณไม่ยอมบอกเรา  โดยการอุบเงียบไว้ จนเวลาผ่านไป 14 ชั่วโมงกับอีก 22 นาที คือเวลาบ้านคุณขึ้นเป็นวันที่ 24 ธ.ค.แล้ว คุณถึงค่อยมาพูดแบบทำเป็นไก๋ว่า โอนคืนให้ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.แล้วนะ!

       คือ ถ้าเราถอดหน้ากากความโกงของคนขายคนนี้ออกมา มันก็จะเป็นดังภาพข้างล่างนี้

       นั่นก็คือ ทีมงานจะสรุปให้ดูในส่วนการโกงอันนี้ก่อนนะครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆเป็นดังนี้ ( ไล่ตามลำดับเวลา )

เหตุการณ์ที่ 1 เวลา 12.18 น. ของวันที่ 23 ธ.ค.ตามเวลาใน บ้านเขา  ( ส่วนบ้านเราก็คือ 03.18 น. ตีสามกับอีกสิบแปดนาทีของวันที่ 24 ธ.ค. ) ผู้ขายมีใบทวงหนี้มาบอกเราว่า ให้เราจ่ายเงิน 334.08 เหรียญให้เขา มิฉะนั้น จะไม่ได้ของที่อยากได้

เหตุการณ์ที่ 2 เวลา 09.51 น. ของวันที่ 24 ธ.ค.ตามเวลาใน บ้านเรา  ( ส่วนบ้านเขา เราไม่รู้ว่ากี่โมง เพราะเราเป็นผู้ส่งเมลล์ เราจึงไม่รู้เวลาของผู้รับ ) ทางทีมงาน บอกว่า ถ้าคุณจะขอให้เราโอนเงินให้คุณ 334.08 เหรียญนั้นล่ะก็  ขอดูหลักฐานการ Refund ยอดเงิน 334.08 เหรียญนี้ ก่อนหน้านี้หน่อยสิ


เหตุการณ์ที่ 3 ( ไม่รู้เวลา ) คนขายขี้โกงคนนี้ รู้ตัวแล้วว่าเรารู้ทัน จึงรีบโอนเงินคืนมาให้เรา 334.08 เหรียญทันที แต่ยังไม่ยอมเมลล์มาบอกเราว่า "พึ่ง" Refund เงิน 334.08 เหรียญนี้ให้กับเรา

เหตุการณ์ที่ 4 เวลา 23.39 น. ของวันที่ 24 ธ.ค. ตามเวลาในบ้านเรา ( เพื่อรอให้เวลาในบ้านเขา ข้ามมาเป็นวันที่ 24 ธ.ค.เหมือนๆกับเรา ) คนขายคนนี้ ถึงเมลล์มาบอกว่า ได้ Refund เงินคืนให้ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.แล้วนะ ( คือพยายามจะสื่อสารกับเราว่า เขาโอนเงินคืนให้เรา 334.08 เหรียญ ก่อนจะส่งใบทวงเงินให้เราจ่าย 334.08 เหรียญมาให้เราเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ตามเวลาในบ้านเขา - คือเขาพยายามจะแก้ตัวแบบนั้น แต่ลืมไปว่า เวลาที่เขาส่งเมลล์มาทวงเงินเราในตอนแรกนั้น เวลาบ้านเรามันข้ามไปเป็นวันที่ 24 ธ.ค.เรียบร้อยแล้วและมันก็โชว์อยู่ในเมลล์ของเราด้วย  ) 

       เหตุการณ์ข้างบน คือเหตุการณ์จริง ส่วนเหตุการณ์ข้างล่างนี้คือเหตุการณ์ที่ผู้ขายขี้โกงรายนี้พยายามจะเบี่ยงเบนให้เป็นไปดังข้างล่างนี้

เหตุการณ์ที่ 1 ( เวลาใดไม่ปรากฏ แต่เป็นเวลาก่อนเที่ยงของวันที่ 23 ธ.ค.ตามเวลาในบ้านเขา ) -  ฉัน ( หมายถึงคนขาย ) เห็นว่าไม่มีของส่งให้คุณ ฉันก็เลย Refund เงินให้คุณไปแล้ว 334.08 เหรียญล่ะนะ

เหตุการณ์ที่ 2 เวลา 12.18 น. ของวันที่ 23 ธ.ค.ตามเวลาใน บ้านเขา - โอ๊ะ! มีของมาถึงโกดังพอดีเลย  ดังนั้นฉันจึงส่งใบทวงหนี้ไปให้คุณว่า คุณจะต้องจ่าย 334.08 เหรียญนะ คุณถึงจะได้ของ

       เหตุการณ์สองเหตุการณ์ข้างบนนี้แหละครับ ที่คนขายขี้โกงรายนี้ พยายามจะสร้างสถานะการณ์เอาไว้ / ซึ่งความจริงแล้ว  มันจะเป็นไปได้ยังไงว่า ระหว่างวันที่ 2 ธ.ค. ( คือวันที่เราโอนเงินครั้งแรก ) ถึงวันที่ 23 ธ.ค.นั้น ไม่มีของเลย / แล้วพอคนขายโอนเงิน Refund คืนให้เราไม่ถึง 10 นาที ปรากฏว่ามีของเข้ามาพอดี แล้วก็เลยส่งเมลล์มาทวงเงินเรา ทั้งๆที่พึ่งโอนเงินคืนให้เราเมื่อกี้น่ะนะ ตลกแล้ว


หมายเหตุ - แล้วถ้าคนขายคนนี้ เป็นคนจริงใจ เป็นคนบริสุทธิ์ล่ะก็ เมลล์ฉบับแรกที่เขาส่งมาควรจะเป็นแบบไหน? คำตอบก็คือ ในเนื้อหาเมลล์ฉบับแรกสุด ควรจะบอกว่า 

       "ในวันนี้ ( 23 ธ.ค.56 ) ในช่วงเช้า ผมได้ Refund เงินให้คุณไปแล้ว 334.08 เหรียญ แล้วพอตอนเที่ยง ปรากฏว่ามีสินค้าเข้ามาพอดี ดังนั้น ผมจึงส่งใบทวงเงินทาง PayPal มาให้คุณ เพื่อให้คุณจ่ายเงินให้ผม "ซ้ำ" อีกทีหนึ่ง และโปรดรีบจ่ายด้วย เพราะจะรอแค่ 3 วัน ถ้าไม่จ่าย ก็จะไม่ได้ของเด้อ.."

      คือหมายความว่า ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง คุณ ( หมายถึงคนขาย ) จะต้องพูดเรื่องเงิน Refund ก่อนที่จะพูดเรื่องการให้จ่ายเงินทาง PayPal ตามใบทวงหนี้  / ไม่ใช่รอให้ทางลูกค้า ไปเช็คก่อนว่ามีการ Refund เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือยัง / เพราะการรอให้ลูกค้าไปเช็คในเสตทเม้นท์ก่อน ( โดยมีการเร่งว่า ต้องรีบทำใน 3 วันนะ ไม่งั้นไม่ได้รับของ ) มันก็อาจเป็นไปได้ว่า ลูกค้าบางคน ก็ไม่มีเวลาไปเช็คเสตทเม้นท์ ก็เลยเชือใจแล้วโอนเงินให้คนขายคนนี้ ไปทาง PayPal เลย  ซึ่งก็เข้าทางคนร้ายรายนี้ ไปเต็มๆ



 
อธิบายวิธีการโกงอันที่ 2

       ให้คุณลูกค้าดูในเมลล์โต้ตอบระหว่างทีมงานกับ ทางผู้ขายขี้โกงรายนี้ให้ดีนะครับ ดังข้างล่างนี้



       ( จากภาพบน ) ดูในเนื้อเมลล์ตัวจริง ในภาพข้างบนนี้นะครับ จะเห็นว่าทีมงานไม่ได้พูดถึงข้อมูลบนบัตรเครดิตเลยว่ามีเลขอะไรบ้าง ,มีชื่อหน้าบัตรเป็นของใคร ,มีเลขรหัสสามตัวเป็นอะไร ,มีวันหมดอายุเป็นวันไหน ใช่ไหมครับ? แต่เสร็จแล้ว มันก็เกิดเหตุการณ์ข้างล่างนี้



       ( จากภาพบน ) ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ คือ โอนเงินเข้าบัตรเครดิตของทีมงานได้เฉยเลย!

       แล้วมันแสดงว่าอะไรครับ?

       ใช่ครับ มันแสดงว่าคนขายคนนี้ มีข้อมูลบัตรเครดิตของ Webmaster อยู่ในมืออยู่แล้วไงครับ / แล้วมันสื่อถึงอะไรได้อีก

       ใช่ครับ มันชี้ชัดๆเลยว่า การที่คุณส่งเมลล์มาทวงเงินทาง PayPal ในภาพข้างล่างนี้
มันเป็นการแสดงเจตนาโกงชัดๆ



       โกงยังไง? ก็โกงตรงที่ว่า ในเมื่อคุณมีรายละเอียดบนบัตรเครดิตของ Webmaster อยู่แล้ว ( ไม่อย่างนั้น คุณจะ Refund คืนมาให้ได้ยัง ซึ่งคุณก็ Refund มาถูกเสียด้วยสิ  ) คุณก็แค่เอารายละเอียดบนบัตรนั้น ตัดเงิน 334.08 เหรียญ ตัดเงินจากบัตรเครดิตไปเลย  ทำไมต้องมีใบทวงมาทาง PayPal ด้วยล่ะ

       ตอบไม่ได้ใช่ไหม? ( หมายถึงว่าคนขาย ตอบไม่ได้ ) งั้นผมตอบให้ว่า ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น / คำตอบก็คือ 

       1.บริษัทแม่ มีข้อมูลบัตรเครดิตอยู่  แต่คุณไม่ใช้ข้อมูลในบัตรเครดิตนั้น ตัดเงิน เพราะมันจะโชว์บนสเตทเม้นท์บัตรเครดิตทันที ว่ามีการตัดเงินซ้ำ คือจะมียอด 334.08 เหรียญ ถูกตัดอยู่สองครั้ง

       2.ดังนั้น คุณจึงใช้ บัญชี PayPal ส่วนตัวของคุณ ( หมายถึงของคนขายคนนี้ ) บอกให้ลูกค้าจ่ายเข้าบัญชี PayPal นี้ 334.08 เหรียญ "เพื่อไม่ให้บริษัทแม่รู้" / เพราะคุณเข้าใจระบบการเงินดี ( คือฉลาด ) ว่าบัญชี PayPal มันผูกกับบัญชีออมทรัพย์ของคุณเอง โดยจะไม่ไปโชว์ในบัญชีหลักของบริษัทแม่ ( เพราะทางบริษัทแม่ ใช้แต่ข้อมูลทางบัตรเครดิต ไม่ได้ใช้ของ PayPal  ) 



       คือคุณ ( หมายถึงผู้ขายขี้โกงคนนี้ ) ไม่ต้องการให้มียอดเหมือนใน ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ "ซ้ำ" อยู่ในเสตทเม้นท์ เพราะมันจะชี้ชัดว่ามีการตัดเงินซ้ำ / คุณก็เลยให้ไปจ่ายทาง PayPal แทน เพราะการจ่ายทาง PayPal มันจะไม่ใชว์ในเสตทเม้นท์แบบในภาพข้างบนนี้  เพราะตามปกติ PayPal จะผูกกับบัญชีออมทรัพย์

       คราวนี้ พอทางทีมงาน Tuvagroup.com จับกลโกงของคุณได้ คุณก็รีบไปแจ้งทางบริษัทแม่ เพื่อให้คืนเงินทีมงาน ทางบัตรเครดิต ได้เฉยเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ คุณก็สามารถตัดเงินจากบัตรเครดิตได้เลย แต่คุณไม่ตัด แต่คุณแสดงความจำนง ให้ทีมงานโอนเงินไปเข้าบัญชี PayPal ของคุณแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากบริษัทแม่ว่าทำไมมีการโอนเงินซ้ำ  ( You ฉลาดมาก ขอยกนิ้วให้ / แต่ You ซวยตรงที่ ลูกค้าท่านนี้ เขาใช้บริการของทีมงาน Tuvagroup.com ในการซื้อสินค้าให้ และบังเอิญ ทีมงาน ก็เขี้ยวลากดิน เพราะมีประสบการณ์การโดนโกงก่อนหน้านี้ ซึ่งหมดเงินไปหลายหมื่นบาทแล้ว ก็เลยรู้ทัน You ไงล่ะ! เสียใจด้วยนะ )



สรุปเหตุการณ์ทั้งหมด - จากการวิเคราะห์ข้างบนทั้งหมดนี้ จะอธิบายให้ดูนะครับว่า จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น

       หลักๆก็คือ มี "หนอนบ่อนไส้" อยู่ในบริษัทของคนขาย โดยหนอนบ่อนไส้คนนี้ จะหลอกให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีของหนอนบ่อนไส้ " ซ้ำ" / แล้วพอลูกค้ารู้ทัน ก็รีบคืนเงินให้เขา โดยเวลาคืนเงิน ก็กลับไปเอาเงินจากบริษัทแม่มาคืน

       ซึ่งก็หมายความว่า หากลูกค้าบางคนรู้ไม่ทัน ( เช่นไม่มีเวลามาเช็ตสเตทเม้นท์ของตัวเอง ) นึกว่ายังไม่มีการตัดเงิน ก็เลยโอนเงินซ้ำไปให้ตามไปทวง ( ซึ่งจะทวงทาง PayPal ไม่ได้ทวงทางบัตรเครดิต ) แล้วพอคนขายขี้โกงคนนี้ ได้รับเงินแล้ว ก็แจ้งให้บริษัทแม่ส่งของไปให้

       ซึ่งบริษัทแม่ก็จะส่งของให้ลูกค้า โดยไม่เอะใจอะไรเลย  เพราะมันมีหลักฐานการตัดเงิน ( ที่ตัดทางบัตรเครดิตตั้งแต่ครั้งแรก ) โชว์อยู่  นั่นคือทุกอย่างมันก็จะจบลงตรงที่


       1.บริษัทแม่ -  เมื่อตรวจสอบจากเสตทเม้นท์บัตรเครดิตแล้วว่า มีการโอนเงิน 334.08 เหรียญ เข้ามาที่บริษัทแม่ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. ( ตามที่ปรากฏในเสตทเม้นท์บัตรเครดิต ) ก็เลยส่งของให้ลูกค้า / พอส่งของเสร็จก็ตัดบัญชีออกไป ( ว่าได้ส่งของให้ลูกค้าแล้ว และได้เงินแล้ว ) ไม่ต้องมีการตรวจสอบกันอีก

       2.ตัวลูกค้า -  ไม่รู้ว่ามีการโอนเงินซ้ำ และพอโอนเงินแล้วได้รับของ ก็โอเคแล้ว โดยไม่ได้ไปตรวจสอบเลยว่ามีการโอนซ้ำ ( เพราะคนขายขี้โกง มันให้โอนเข้าบัญชี PayPal ซึ่งไม่ใช่บัญชีบัตรเครดิต / หมายถึงว่า หากมีการโอนเงินซ้ำ และลูกค้ารับของไปแล้ว  และวันใดวันหนึ่งหลังจากนั้น เวลาที่ลูกค้าคนนี้ เอาสเตทเม้นท์บัตรเครดิตเก่าๆมาดู ก็จะไม่เห็นยอดการโอนเงิน 334.08 เหรียญซ้ำ ในเสตทเม้นท์บัตรเครดิตแต่อย่างใด  เพราะยอด 334.08 เหรียญ มันจะโชว์อยู่ในเสตทเม้นท์บัตรเครดิตแค่อันเดียว ส่วนยอด 334.08 เหรียญ อีกอัน มันจะไปโชว์อยู่ในบัญชีของ PayPal ซึ่งผูกไว้กับบัญชีออมทรัพย์  )

* * * แต่บังเอิญว่า ทางทีมงาน Tuvagroup.com รู้ทันกลโกงพวกนี้ และเอาบัญชี PayPal ไปผูกไว้กับบัตรเครดิตตั้งแต่แรก ( ซึ่งส่วนมาก เขาจะเอาบัญชี PayPal ไปผูกไว้กับบัญชีออมทรัพย์ของ ธนาคารกรุงเทพ สาขานิวยอร์คกัน แต่ทีมงานไม่ได้ทำแบบนั้น ก็เลยจับกลโกงของคนขี้โกงได้ )

       เมื่อทุกอย่างจบแบบนี้ คือบริษัทแม่ ส่งของให้ลูกค้า และลูกค้าได้รับของแล้ว ทุกอย่างก็จบ ไม่ได้มีการตรวจสอบย้อนหลังกันอีก เรื่องมันก็เงียบ และหนอนบ่อนไส้คนนี้ก็ได้เงินไปใช้ อย่างไร้การตรวจสอบ... เอวัง ด้วยประการฉะนี้ครับ

       หมายเหตุ - คุณลูกค้าอาจเถียงว่า มันจะเป็นไปได้ยังไงที่คนเราจะโอนเงินไปเพิ่มอีก 334.08 เหรียญ โดยที่ไม่ไปตรวจสอบสเตทเม้นท์บัตรเครดิตก่อนเลยว่ามีการตัดเงินไปก่อนครั้งนึงแล้ว

       คำตอบก็คือว่า เขาถึงเรียกวิธีการของ หนอนบ่อนไส้ คนนี้ว่า "โกงตามน้ำ" ไงครับ คือถ้าบังเอิญว่าลูกค้ารู้ทัน ก็สร้างสถานะการณ์ว่าได้ Refund ไปให้ก่อนหน้านี้แล้ว และพอดีของมา ก็เลยขอให้จ่ายทาง  PayPal
กลับคืนมา ( เหมือนที่ทีมงานอธิบายเหตุการณ์ในเวบหน้านี้ ตั้งแต่แรกมาถึงตรงนี้ นั่นแหละครับ )

       แต่ถ้าลูกค้า รู้ไม่ทัน ด้วยเหตุผล ( ที่คนร้ายคิด ) ว่า

       1.คนที่เล่นของเล่นพวกนี้ ซึ่งมีราคาตัวละหกพันบาท น่าจะเป็นคนรวย

       2.เมื่อเป็นคนรวย ก็ย่อมมีบัตรเครดิต

       3.การใช้บัตรเครดิต ของคนรวย จะต่างกับการใช้บัตรเครดิตของคนฐานะปานกลาง หมายความว่า ในเต่ละเดือน เสตทเม้นท์บัตรเครดิตของคนรวย จะยาวเป็นหางว่าวเหมือนข้างล่างนี



 

       ซึ่งเมื่อสเตทเม้นท์บัตรเครดิตยาวเป็นหางว่าวขนาดนี้  คนรวยทั้งหลาย ส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยมานั่งเช็คเสตทเม้นท์บัตรเครดิตกัน  สู้เอาเวลาเช็คเสตทเม้นท์นี้ ไปตีกอล์ฟดีกว่า

       ดังนั้น เมื่อคนร้ายคิดว่า ค่าเฉลี่ยส่วนมากของคนรวย มักไม่ได้ตรวจสอบสเตทเม้นท์ ก็เลยใช้วิธี "แหกตา" ให้คนรวยพวกนี้ โอนเงินซ้ำเข้าบัญชี PayPal ของตัวเอง ซึ่งแยกออกมาต่างหากจากบัญชีรับเงินทางบัตรเครดิตของบริษัทแม่ไงครับ

       แต่ก็อย่างที่บอก ว่ามันเป็นเคราะห์กรรมของคนร้ายรายนี้ ที่บังเอิญคนรวยคนนี้ ไม่ประหยัดเงินแค่ 75 บาท แต่เอาเงิน 75 บาทนี้ มาเสียเป็นค่าบริการให้กับทีมงาน Tuvagroup.com ในการซื้อสินค้าชิ้นนี้ให้ / และด้วยการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแค่ 75 บาทในครั้งนี้ ก็เลยไม่ต้องทำให้คนรวยคนนี้ ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้น 334.08 เหรียญ หรือหมื่นกว่าบาทไปให้คนร้ายคนนี้ไงครับ 



- END -