ปัญหาเรื่องการสั่งซื้ออะมิโน


       ในหมวดของอาหารเสริมที่ทางลูกค้าฝากซื้อจากต่างประเทศนั้น มีอยู่ 2 ตัวที่โดนยึดมาโดยตลอด นั่นคือ

       1.ยาเกี่ยวกับไทรอยด์ - ปีแรก มีลูกค้าฝากซื้อขวดเล็ก 3 ขวด ก็โดนศุลกากรยึด (คือหายไปเฉยๆ ซึ่งก็คือการที่ศุลกากรยึดนั่นเอง) อีกสองปีต่อมา มีลูกค้าอีกท่านหนึ่งฝากซื้อยาไทรอยด์นี้อีก  ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็เลยเตือนลูกค้าไปว่าอาจโดนยึดได้  แต่ลูกค้าก็อยากเสี่ยง เลยฝากซื้อ 1 ขวดเล็ก ก็ปรากฏว่ายาไทรอยด์นี้ หายไปเฉยๆอีก  ดังนั้น ทางทีมงานเลยมั่นใจว่า ต้องมีปัญหาเกี่ยวกับ "ประเภท" ของยาแน่ๆ เพราะว่าในช่วงปีนั้น ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ซื้อยาประเภทอื่น และอาหารเสริมประเภทอื่นมาพร้อมๆกัน ก็ผ่านศุลกากรและลูกค้าได้รับสินค้ามาโดยตลอด / นั่นหมายความว่า ยา หรืออาหารเสริมประเภทที่เกี่ยวกับไทรอยด์ จะไม่ผ่านศุลกากร 

       2.อาหารเสริมอะมิโน - (ให้ดูตัวอย่างในภาพข้างล่างนี้ก่อนครับ)

(ภาพบน) อะมิโนแบบ 360 เม็ด


       ในช่วงการซื้อสินค้าอาหารเสริมจากต่างประเทศ ช่วงแรกๆนั้น (ประมาณ 5 ปีที่แล้ว) ทางทีมงานยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนเม็ด  ก็คือว่า ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ใช้วิธีซื้อดุ่ยๆไป แล้วอันไหนโดนยึด ก็เก็บเป็นประสบการณ์ไว้เตือนลูกค้าท่านอื่น / ซึ่งวิธีนี้ (โดนศุลกากรยึด แล้วค่อยเก็บมาเป็นประสบการณ์) ได้ข้อสรุปอันหนึ่งว่า อะมิโน ยี่ห้อ เฮ้ลตี้เอ็น จำนวน 360 เม็ดแบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้ สั่งเข้ามาให้ลูกค้าทั้งสองครั้ง ก็โดนยึดทั้งสองครั้ง  แต่ยังสรุปไม่ได้ว่า เหตุที่ยึดนั้น เพราะมัน "ประเภท" ของอาหารเสริมนั้นคือ "อะมิโน" หรือเหตุที่ยึดนั้น เพราะ "จำนวนเม็ด"ที่มากเกินกว่าที่ศุลกากรตั้งเกณฑ์ไว้กันแน่ / ปีต่อมา ทางทีมงาน Tuvagroup.com เลยทดลองอีกด้วยการซื้อแบบ 270 เม็ด โดยใช้เงินของทางทีมงาน Tuvagroup.com เอง

(ภาพบน) ทีมงาน ซื้อแบบขวดละ 90 เม็ดจำนวน 3 ขวด

       (จากภาพบน) ทีมงานทดลองซื้อแบบขวดละ 90 เม็ด จำนวน 3 ขวดเข้ามา (ใส่กล่องเดียวกันมา) รวมแล้วก็คือ 270 เม็ด (มาจาก 90 x 3) ก็ปรากฏว่าโดนศุลกากรยึดทั้งหมดอีก / ก็เหมือนเดิม คือทางทีมงาน Tuvagroup.com ยังไม่แน่ใจเหมือนเดิม ว่าเหตุที่โดนยึดนั้น เพราะมันเป็น "อะมิโน" หรือเพราะมันเป็นที่จำนวนเม็ด 270 เม็ด (ตอนแรก 360 เม็ดแล้วโดนยึด ,ครั้งนี้เอาเข้ามา 270 เม็ดก็โดนยึดอีก) / แต่ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ เริ่มเอะใจ ตรงที่ว่า เวลาสั่งอาหารเสริมตัวอื่น เช่นตัวคาเฟอีน ที่มีจำนวน 270 เม็ดเหมือนกัน (คือขวดละ 90 เม็ด จำนวน 3 ขวด) กลับผ่านศุลกากรได้

สรุปว่า ช่วงนั้น ทางทีมงาน Tuvagroup.com ยังไม่กล้าฟันธงว่า เหตุที่อะมิโนโดนยึดในจำนวน 270 เม็ดนั้น เป็นเพราะจำนวนเม็ด (คือ 270 เม็ด) หรือเปล่าที่ทำให้โดนยึด หรือว่า เป็นที่ "ประเภท" ของอาหารเสริม (ที่เป็นอะมิโน) เลยโดนยึด (เหมือนกรณียาไทรอยด์) แต่ในที่สุด ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ได้คำตอบ ด้วยการโดนยึดไปอีก 1 รายการ ดังตัวอย่าง "ของจริง" ข้างล่างนี้ครับ (ขอเน้นนะครับ ว่าตัวอย่างทั้งหมดข้างล่างนี้เป็นของจริงทั้งหมด , เลข Tracking number ทุกตัว เป็นตัวจริงที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ,ผลการตรวจเลข Tracking ก็เป็นตัวจริง ,เมลล์โต้ตอบระหว่างทีมงานกับคนไทย และเมลล์โต้ตอบระหว่างทีมงานกับผู้ขาย (คือฝรั่ง) ก็เป็นตัวจริงที่เกิดในเหตุการณ์เดียวกันทั้งหมดครับ) / เรามาเริ่มกันเลย




       (ภาพบน) เมื่อวันที่ 25 พ.ย.55 คุณลูกค้าให้ประเมินราคาสินค้า "อะมิโน" แบบผง (ตามที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่)  ซึ่งทางทีมงานก็ตรวจสอบเรื่องปริมาณแล้วว่าผ่านศุลกากรแน่นอน เพราะรวมสามขวด คือ 1,125 กรัม (ขวดละ 375 กรัม) ก็เท่ากับ 2.4 ปอนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ซื้อเวย์โปรตีนขนาด 4 ปอนด์ให้ลูกค้าเกือบ 100 ขวดแล้ว ก็ผ่านศุลกากรทุกครั้ง / ดังนั้น ทางทีมงาน จึงคำนวณราคาให้ คือ 2,540 บาท (ตามที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่)



       (ภาพบน) ลูกค้าโอนเงิน 2,540 บาท ตามที่ทางทีมงาน Tuvagroup.com คำนวณไว้ให้ มาให้กับทางทีมงาน Tuvagroup.com



       (ภาพบน) ฝรั่งตอบรับการสั่งซื้อของครั้งนี้ โดยยืนยันกับเราว่าจะส่งไปที่ Mr.Boonnapot ตามที่อยู่ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ ซึ่งที่รับนี้ เป็นจังหวัดปทุมธานี (ที่ต้องเน้นว่าเป็นจังหวัดปทุมธานี ก็เพราะว่า ในภายหลัง มันจะไปปรากฏชื่อจังหวัดนี้ในรายละเอียดของ Tracking number น่ะครับ)




       (ภาพบน) วันที่ 2 ธันวาคม 2555 (ตามที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่) คือ 1 วันหลังจากเราโอนเงินไปให้ทางฝรั่งผู้ขาย   ทางฝรั่งผู้ขาย (คือ Bodybuilding.com) ก็ส่งเมลล์ยืนยันการส่งของ พร้อมแจ้งเลข Tracking number ของ DHL (ตามที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่) มาให้เราทราบ / ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็รับทราบไว้ และก็รอเวลา (เนื่องจากการส่งสินค้านั้น ทางทีมงาน Tuvagroup.com ระบุให้ส่งสินค้าไปให้ลูกค้าเลย โดยที่ไม่ต้องส่งมาที่บ้านของทีมงาน Tuvagroup.com ก่อน ดังนั้น ขั้นตอนหลังจากนี้ ก็คือรอคำตอบจากลูกค้าของเราว่าได้รับของหรือยัง)



       (ภาพบน) ตามปกติ อาหารเสริมทั่วไป จะใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ก็ได้รับของแล้ว แต่คุณลูกค้าท่านนี้รอมาตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2555 ถึงวันที่ 29 มกราคม 2556 (ตามที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่) รวมเวลา 1 เดือนกับอีก 27 วัน ก็ยังไม่ได้รับสินค้าเสียที ซึ่งถือว่าผิดปกติเป็นอย่างมาก  ทางทีมงานเลยเอาเลข Tracking ที่ได้มา ไปตรวจสอบให้ ผลการตรวจสอบก็เป็นไปดังภาพข้างล่างนี้




       (ภาพบน) เมื่อตรวจแล้ว พบว่า สินค้าถูกส่งออกมาจากอเมริกาตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2555 แล้ว (ตามที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่) / อีกทั้ง เมื่อใช้ประสบการณ์ที่เคยดูสินค้าให้ลูกค้านั้น ถ้าบริเวณที่มี ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่นี้ ระบุจังหวัดไว้ถูกล่ะก็ ของจะไม่หาย (ด้วยระบบการส่งของ DHL) แน่นอน  เพราะถ้าของจะหายล่ะก็ บริเวณที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่นี้ มันจะระบุจังหวัดผิด หรือประเทศผิด เช่นบางครั้งก็เป็นประเทศอื่นไปเลยก็มี เช่น เคยมีหมวกของลูกค้า หลงไปประเทศอิตาลีเลย โดยมันจะโชว์ที่บริเวณนี้ (บริเวณที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่) ว่าเป็นประเทศอิตาลี ไปเลย  / แต่ในกรณีนี้ มันระบุว่าเป็นจังหวัดปทุมธานี ซึ่งก็ถูกต้อง ตรงกับที่อยู่ของลูกค้าท่านนี้

       จากการเช็ค Tracking number นี้ สรุปได้ว่า สินค้าออกจากอเมริกามาเกือบสองเดือนแล้ว และที่รับก็ถูกต้องคือ จังหวัดปทุมธานี แต่ว่าลูกค้าไม่ได้รับของ ซึ่งมันไม่น่าเป็นไปได้ที่ของจะหายไปเฉยๆ (ลืมบอกไปครับว่า ทีมงานได้โทรศัพท์คุยกับทาง DHL ประเทศไทยแล้ว เขาก็เช็คของให้ไม่ได้เหมือนกัน คือของหายไปเฉยๆ) ดังนั้น ทางทีมงานจึงสอบถามไปทางผู้ขายอีกที ว่า พอจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ซึ่งทางฝรั่งผู้ขายก็ตอบมาดังข้างล่างนี้ครับ





       (ภาพบน) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2556 (ตามที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่) ทางผู้ขายก็ตอบกลับมา โดยใช้ประสบการณ์อธิบายให้ฟังดังนี้ (เพราะว่าเวบนี้เขาส่งสินค้าไปทั่วโลก จึงมีประสบการณ์เกี่ยวกับศุลกากรของประเทศต่างๆทั่วโลกน่ะครับ)

       (ผมไม่ได้ใช้การแปลแบบคำต่อคำนะครับ แต่จะใช้การอธิบายร่วมกับการแปล เพื่อให้เข้าใจง่ายๆน่ะครับ) ผู้ขายบอกว่า เขา (หมายถึงผู้ขาย) ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าตอนนี้สินค้าอยู่ที่ไหน เพราะมันขึ้นกับความเข้มงวดในการตรวจของศุลกากรของแต่ละประเทศ (แปลเป็นไทยก็คือ ตอนนี้ของอยู่ที่ศุลกากรนั่นแหละ แต่ผู้ขายไม่กล้าพูดตรงๆ)  การที่สินค้าไม่เข้าสู่สายพานการส่งของนั้น ไม่ใช่ความผิดของ DHL เพราะตอนนี้ DHL มีที่อยู่ที่พร้อมจะส่งแล้วคือที่ปทุมธานี แต่เหตุที่ DHL ส่งไม่ได้ก็เพราะ ของยังไม่ออกจากด่านศุลกากร  (แทรกจากทีมงาน Tuvagroup.com ครับ : ถ้าเราไม่ได้คุยกับฝรั่งคนขายคนนี้ เราจะไม่รู้เลยว่า ตอนนี้ของโดนยึดไปแล้ว เพราะศุลกากรใช้วิธีนี้มาตลอด คือ "ยึดเลย" โดยไม่ส่งเอกสารมาบอกเลยว่าจะยึดแล้วนะ  เหมือนกับตอนที่ยึดอะมิโน 360 เม็ดเมื่อหลายปีก่อนนั่นแหละ คือไม่บอกอะไรทั้งสิ้น เงียบไปเฉยๆ ทั้งๆที่เรามีเลข Tracking number แล้ว ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเลข Tracking บอกแต่ว่าของส่งออกจากอเมริกาเมื่อไร และมีที่ปลายทางที่ไหน แต่ไม่บอกว่าตอนนี้ของไปค้างอยู่ที่ศุลกากรตั้งแต่วันไหน โดนยึดหรือเปล่า ฯลฯ ถ้าจะให้พูดฟันธงก็คือ ศุลกากรบ้านเรา ร้ายที่สุด อยากจะยึดอะไรก็ยึดได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานอะไรที่ยืนยันว่าตัวเองได้ยึดสินค้าไปแล้ว มันเหมือนกับเวลาที่คุณเสียค่าปรับโดยตำรวจไม่ออกใบเสร็จให้นั่นแหละ คือเงินตรงนั้น  จะเข้ากระเป๋าเจ้าหน้าที่ไปเลย (เพราะไม่มีใบเสร็จ) ก็เหมือนการยึดสินค้าของศุลกากรก็เช่นกัน ไม่มีใบตอบรับ หรือให้ผู้มีชื่อ (ที่จะต้องรับสินค้า) เซ็นรับทราบอะไรทั้งสิ้น (เซ็นรับทราบว่า ตอนนี้ทางศุลกากรได้ยึดของไปแล้ว) นี่แหละ มันเป็นช่องทางทำมาหากินของเจ้าหน้าที่ทั้งนั้น / และถามว่า คุณลูกค้าจะร้องเรียนได้ไหม ตรงนี้ต้องตอบว่า กฏหมายมันเขียนให้เขามีอำนาจเหนือเราครับ ลองไปดูที่ของต้องห้ามของศุลกากรสิครับ คืออาหารเสริมทุกตัวต้องโดนยึดหมดอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ทางศุลกากรเขาจะไม่ค่อยยึด "เพื่อจะได้เงินค่าภาษี" เข้ากรมศุลกากรไงครับ  ถ้ายึดหมด เขาก็ไม่ได้ค่าภาษี แต่ได้แต่สินค้าแทน และการยึดเป็นตัวสินค้า มันยากต่อการตรวจสอบ คือหมายความว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจเอาสินค้าไปแอบขาย 10,000 บาท (สมมติ) แต่เอาเงินเข้ากรมศุลกากรแค่ 500 บาท โดยบอกว่าเอาไปประมูลขายได้แค่นั้น (ได้แค่ 500 บาท) แต่ความจริง ตัวเองเอาไปขายได้ตั้ง 10,000 บาท ดังนั้น ส่วนมาก ทางผู้ใหญ่ของศุลกากร จึงมีนโยบายชอบให้สินค้าผ่าน แล้วหักภาษีเอามากกว่า เพราะจะได้เห็นใบเสร็จการหักค่าภาษี (ดีกว่าให้เจ้าหน้าที่ที่ด่าน เอาเงินเข้ากระเป๋า โดยที่ผู้ใหญ่ข้างบนไม่รู้)  ดังนั้น เวย์โปรตีน ขนาด 4 ปอนด์ จึงผ่านด่านศุลกากรได้ เพราะเราต้องจ่ายภาษี 800 บาทต่อ 1 ขวดน่ะครับ / คือผมไม่ได้ต่อว่าทางศุลกากรที่เขายึดอะมิโนนะครับ เพราะยังไงเขาก็ยังให้ผ่านอาหารเสริมตัวอื่นอยู่ แต่ที่ผมตำหนินั้น ผมตำหนิเรื่องวิธีการยึดของเขา ว่าไม่มีหลักฐานเอกสารอะไรเลย ยึดไปเฉยๆ แล้วถ้าเราจะร้องเรียน ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขามีอำนาจตามกฏหมายที่จะยึดอาหารเสริมทุกขวดอยู่แล้ว)

       เมื่อถึงตรงนี้แล้ว ก็สรุปว่าศุลกากรยึดของไปเรียบร้อยแล้ว และสามารถใช้ประสบการณ์ทั้งหมดในหน้านี้สรุปได้ว่า ศุลกากรจะยึดอาหารเสริมประเภท "อะมิโน" โดยไม่สนใจว่าคุณจะสั่งอยู่ในปริมาณที่กำหนดหรือไม่ (เพราะในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็สั่งอาหารเสริมเวย์โปรตีน ที่หนัก 4 ปอนด์  และก็ผ่านศุลกากรสบายๆ ในขณะที่อะมิโนผงครั้งนี้ น้ำหนักไม่ถึง 4 ปอนด์เลย กลับโดนศุลกากรยึด)

หมายเหตุ ลูกค้าบางท่าน เห็นว่าที่เวบ tuvayanon.net ซึ่งเกี่ยวพันกันกับทีมงาน Tuvagroup.com นั้น ขายอะมิโนอยู่  ลูกค้าก็เลยคิดว่า ทางทีมงาน Tuvagroup.com พยายาม "กุเรื่อง" เพื่อไม่ให้ลูกค้าสั่งซื้ออะมิโนจากต่างประเทศ (เพื่อจะได้ให้ซื้ออะมิโนที่ tuvayanon.net เพียงที่เดียว) / ถ้าลูกค้าคิดว่า ทีมงาน Tuvagroup.com มีความตุกติกเช่นนั้น ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ไม่ห้ามนะครับ และยินดีให้คุณลูกค้า "ลองเสี่ยงด้วยตัวเอง" ด้วยการรับฝากซื้ออะมิโนจากต่างประเทศให้ลูกค้า  ไม่ห้ามครับ แต่ถ้าโดนยึดอีก ก็จะโทษทางทีมงานไม่ได้นะครับ



- END -