พูดถึงภาพรวมค่ะ


       ดิฉันเริ่มธุรกิจนี้ จากการที่อยากได้ดีวีดีการออกกำลังจากต่างประเทศเมื่อปีก่อน  แล้วใช้บริการจากเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้าอื่น จากนั้นก็ลองสั่งซื้อด้วยตัวเอง  นับถึงวันนี้ก็ขึ้นปีที่สองแล้วค่ะ และเวลาที่ผ่านมา ทำให้ได้รู้ว่าการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เราจะต้องเจอแรงเสียดทานจากหลายๆด้าน เพราะว่าทุกๆประเทศจะ กีดกัน การสั่งซื้อสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศเข้ามาอยู่แล้ว  ดังนั้น ถ้าเราอยากได้ของต่างประเทศที่ราคาถูกมากๆ ก็ต้องทำใจในเรื่องนี้ (ที่ว่าถูกก็เพราะ ไม่ต้องซื้อผ่านตัวแทนในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่นรองเท้าไนกี้ ราคาเมืองนอกขายคู่ละ 4พัน พอเข้าไทยขาย 7พันเป็นต้น เพราะต้องขายผ่าน
Boot หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในไทยของบริษัทไนกี้นั่นเอง ราคาก็เลยแพงเป็นเงาตามตัว)

       กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ดิฉันก็สั่งสมประสบการณ์ ลองผิดลองถูก โดนโกงมาหลายรายการ เป็นเงินหลายหมื่นแล้ว ไม่ใช่ว่าอยากจะทำธุรกิจรับฝากซื้อสินค้า ก็ลุกขึ้นมาบอกอย่างนั้นอย่างนี้   อีกทั้งมีหลายคนที่ทำธุรกิจรับฝากซื้อสินค้ามาพร้อมๆกันกับดิฉัน ต่างก็ล้มฐานพังพาบกันไปหมดแล้ว  บังเอิญว่าดิฉันทำธุรกิจออนไลน์ตัวอื่นอยู่ด้วย ทำให้พอจะอยู่รอดมาได้บ้าง  และแม้จะถึงวันนี้ ดิฉันก็ยังยืนยันว่าการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ  "เขี้ยว" กว่าที่คุณคิดเยอะมากๆเลยค่ะ มันไม่ใช่แค่การโอนเงินไปให้คนขายเฉยๆแล้วก็จบหรอกนะคะ

       จากประสบการณ์ที่ว่ามา ทำให้ดิฉันปรับปรุงการทำงานได้ดีขึ้น และยังคิดค่าบริการกับคุณอย่างแสนถูกกว่าเวบอื่นๆ เพราะอยากให้คุณได้ของที่ต้องการ ใน "ราคาที่เป็นไปได้"  อีกทั้งไม่อยากให้คุณโดนโกงโดยผู้ขายต่างชาติจนเป็นเงินหลายหมื่นแบบดิฉัน

       และข้างล่างนี้คือภาพรวมของเวบรับฝากซื้อของดิฉันค่ะ


 

อย่าคิดว่าฝรั่งจะใจดี แมน สุภาพบุรุษ จริงๆแล้วไม่ใช่อย่างที่คิดเลย

       ล่าสุดที่ฉันโดนคือ เงินขาดไป 20 บาท (เพราะคำนวณค่าเงินผิด) แทนที่มันจะเมลล์มาบอกว่า ให้ส่งเงินที่ขาดไปให้หน่อย ปรากฏว่ามันฟ้องร้อง (Dispute) ดิฉันเลย ผลที่ตามมาคือไอดีที่ใช้ในการซื้อของต้องถูกระงับ พอไอดีถูกระงับ ก็ส่งผลถึงบัตรเครดิตที่ผูกไว้กับไอดีนั้นอีก กว่าจะแก้เรื่องได้ ก็ต้องใช้ "ภาษาอังกฤษ" ชี้แจงกับบริษัทที่รับเรื่องการฟ้องร้องอยู่เป็นเดือน และบอกตามตรงว่า ภาษาที่ใช้เกี่ยวกับการฟ้องร้องนั้น มันไม่ใช่ภาษาพูด ฟังแล้วแปลยาก อธิบายกลับก็ยาก

       และยังมีที่ดิฉันและสามีโดนฝรั่งโกงอีกหลายตัวอย่างมาก ลองแวะอ่านแค่ส่วนหนึ่งก่อนก็ได้ โดยคลิ๊กที่นี่ เรียกได้ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ ก็ต้องเสียเงินซื้อประสบการณ์ไปเยอะ

       คนทั่วไป เมื่อพูดถึงการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ จะกลัวว่าการนำสินค้าเข้าประเทศเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ,ถูกยึด ฯลฯ ส่วนเรื่องการชำระเงินเป็นเรื่องที่ง่าย เพราะคนขาย (คือฝรั่ง) ก็ต้องอยากได้เงินของเราอยู่แล้ว ย่อมบริการเราเต็มที่  แต่ความจริง มันกลับข้างกันเลยค่ะ ก็ที่ดิฉันหมดเงินเพื่อซื้อประสบการณ์ลองผิดลองถูกมานั้น เกิดจากตอนโอนเงินให้คนขาย (คือฝรั่ง) ต่างหาก มีโกงกันทุกรูปแบบ ต้องดูต้องอ่าน นโยบาย
(Policy) องเวบนั้นให้ดี ,ต้องระวังเรื่องโดนแฮ็กบัตรเครดิตด้วย ,ต้องดูว่าเมื่อโดนโกงแล้วจะไปฟ้องเอาเงินคืนได้จากที่ไหนบ้าง ฯลฯ ซึ่งดิฉันคิดว่าประสบการณ์ของดิฉันจะเป็นประโยชน์กับคุณมากค่ะ

หมายเหตุ - วิธีการจัดการกับเหตุการณ์ที่ถูกโกงเหล่านี้ ถือเป็นเคล็ดลับทางการค้า และจะดูแลให้เฉพาะลูกค้าที่ใช้บริการเท่านั้นนะคะ  ไม่สามารถเปิดเผยได้ค่ะ  เพราะมีหลายคนก็เมลล์ถามมาตรงๆเสียอย่างนั้น มันก็เหมือนเราขายข้าวมันไก่ ที่มีน้ำจิ้มอร่อยมาก อยู่ๆจะมาถามสูตรการทำน้ำจิ้ม ก็คงให้กันไม่ได้หรอกค่ะ


 

หิมะก้อนเล็กๆ เมื่อกลิ้งไปบนพื้นหิมะ มันก็จะเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ
 

จนในที่สุดก็เป็นลูกหิมะยักษ์!

ทฤษฏีลูกกลิ้งหิมะ

       เมื่อมีลูกค้าฝากดิฉันซื้อของจากเวบใดเวบหนึ่ง แล้วบังเอิญว่าเวบนั้น มีส่วนลดหรือคะแนนสะสม เมื่อซื้อนานเข้า นานเข้า มีคนซื้อผ่านดิฉันหลายคนเข้า คะแนนสะสมก็จะเริ่มมากขึ้น เหมือนกับลูกกลิ้งหิมะ ที่ตอนแรกก็เป็นก้อนเล็กๆ แต่เมื่อมันกลิ้งไปเรื่อยๆ ขนาดของมันก็ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆจนน่าตกใจ เปรียบได้กับคะแนนสะสม หรือส่วนลด หรืออะไรก็ตามที่เวบผู้ขายของนั้นพยายามดึงดูดลูกค้าไว้นั่นเอง

       เมื่อคุณสวมสิทธิ์ดิฉัน คุณจะได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ทันที
! นั่นหมายความว่าการสั่งซื้อสินค้าครั้งนี้ของคุณ ไม่ใช่แค่ซื้อชิ้นนั้นชิ้นเดียว (เหมือนที่คุณซื้อด้วยตัวคุณเอง) แต่มันคือการซื้อสินค้าชิ้นที่ร้อย ชิ้นที่พันไปแล้วต่างหาก (เพราะคะแนนสะสมที่ดิฉันทำไว้ก่อนหน้านี้นั่นเอง) ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการตอบรับในฐานะลูกค้าชั้นดี ,ส่วนลด ,โบนัส ทุกๆอย่าง จะเป็นของคุณทั้งหมด ซึ่งดิฉันได้ยึดเป็นนโยบายอยู่แล้วว่าจะไม่ยุ่งกับส่วนลด ,โบนัส หรืออะไรของลูกค้าทั้งสิ้นเลยค่ะ

       แม้ว่าในตอนแรกๆคะแนนสะสมยังไม่มี เพราะดิฉันอาจพึ่งเข้าซื้อของในเวบนี้ให้คุณเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหายไม่ใช่หรือคะ คุณไม่ได้เสียอะไรเพิ่มมากขึ้น แต่อีกหน่อยเมื่อมีลูกค้าท่านอื่นสนใจและบวกกับคำแนะนำจากดิฉันให้ซื้อที่เวบนี้บ่อยเข้า ลูกหิมะนี้ ก็จะกลายเป็นลูกหิมะยักษ์จนได้ และเมื่อคุณได้เข้ามาซื้อสินค้านี้อีกครั้งหนึ่งผ่านดิฉัน คุณก็ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ ไม่มีอะไรเสียเลยค่ะ


 

ไปเข้าคิว (อันแสนน่าเบื่อ) ที่ธนาคารแทนคุณ

       มีการซื้อสินค้าหลายตัว ที่ไม่สามารถโอนเงินทางบัตรเครดิตได้ เพราะทางผู้ขายกำหนดมาว่าต้องเป็นการโอนเงินแบบธนาคาร ถึงธนาคารเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นการโอนเงินทาง Western Union หรือการโอนเงินสดเข้าบัญชีผู้ขายโดยตรง ซึ่ง ผลที่ตามมาก็คือ ต้องมีการเดินทางไปทำธุรกรรมนี้ที่ธนาคาร

       ถ้าบังเอิญมีธนาคารที่คุณสามารถทำธุรกรรมได้อยู่ใกล้กับที่ทำงานของคุณ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ "การเข้าคิว" ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และถ้าต้องรอคิวนาน จนกินเวลาทำงานแล้ว คุณก็อาจโดนเจ้านายเพ่งเล็งได้

       จะดีกว่าไหม? ที่จะให้ดิฉันทำหน้าที่รอคิวแทนคุณ  แล้วให้คุณเอาเวลาที่จะต้องรอคิวนี้ ไปทำอย่างอื่นที่น่าจะมีประโยชน์กว่า


 

นั่งเฝ้าหน้าจอแทนคุณ

       เวลาที่ต่างประเทศ เขากลับด้านกับเรา  การทำธุรกรรมกับฝรั่ง ถ้าจะให้ชัวร์ก็ต้องทำตอนฝรั่งเขาตื่น ซึ่งก็อาจเป็นตีสอง ตีสามของบ้านเรา ให้ดิฉันซึ่งต้องทำงานดึกอยู่แล้ว ทำหน้าที่แทนคุณดีกว่า

       อีกอย่างคือ เวลาเราประมูลสินค้า (เช่นที่อีเบย์) ต้องนั่งรอจนกว่าจะปิดประมูล 7 วันบ้าง 10 วันบ้าง ส่วนมากพอถึงวันประมูลก็ลืมเข้าร่วมประมูลเสียอย่างนั้น  ซึ่งการประมูล จะพลาดกันไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว มีหลายครั้งที่เหลือเพียง 10 วินาที คู่ต่อสู้ก็โผล่ขึ้นมาเอาชนะราคาเราแค่ 0.01 เหรียญ ก็มีเป็นประจำ  อีกทั้งยังต้องใช้ประสบการณ์อื่นในการประมูลร่วมด้วย ดังนั้น จึงคิดว่าให้ดิฉันดำเนินการแทนคุณจะดีกว่า เพราะด้วยประสบการณ์ และระบบงานที่ดิฉันวางไว้ เป็นประโยชน์กับคุณได้มากกว่า

       ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ทั้งการเสียค่าน้ำมันเดินทางไปธนาคาร  เสียเวลาต่อคิวทำธุรกรรมที่ธนาคาร ,การนั่งเฝ้าหน้าจอแทนคุณ  รวมถึงการใช้ประสบการณ์ในการประมูลของบนอีเบย์ ดิฉันไม่ได้คิดเงินเพิ่มจากค่าบริการเลยค่ะ


 


เงินที่จะฝากซื้อ เป็นเงินมิใช่น้อย จะแน่ใจอย่างไรว่าดิฉันไม่ใช่มิจฉาชีพที่จะเชิดเงินคุณหนี

       มีเวบรับฝากซื้อสินค้าหลายเวบ ที่คิดค่าบริการถูกๆเพื่อหลอกล่อแมงเม่าให้บินเข้ามาหา พอได้เงินแล้วก็ปิดเวบหนีไปเลย  แล้วคุณจะเชื่อใจดิฉันได้อย่างไรว่า จะไม่ทำเช่นนั้นกับคุณ (เพราะดูเหมือนกว่าค่าบริการจะถูกเกินเหตุ) ดิฉันมีคำตอบให้ดังนี้ค่ะ

       1.ให้ดูรายการชำระเงินซื้อสินค้าให้ลูกค้าที่ผ่านมา โดยดูได้จากเสตทเม้นท์บัตรเครดิตของสามีดิฉัน โดยดูที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/stateindex.html  จะเห็นได้ว่าสินค้าที่ดิฉันซื้อให้ลูกค้า มีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาท จนถึงสองหมื่นบาท และที่ว่าเงินหลักหมื่นนั้น บางเดือนก็ซื้อหลายรายการเสียด้วย  อีกทั้งสิ่งที่เวบเจ้าอื่นเลียนแบบไม่ได้ ก็คือรายการสเตทเม้นท์ที่ย้อนหลังไปจนถึงปีที่แล้ว อันเป็นการยืนยันได้ว่า ดิฉันได้ทำธุรกิจตัวนี้มาตลอด  ไม่ใช่พึ่งเปิดเวบมาเมื่อวานแล้วก็จะมาหลอกเอาเงินคุณไป

       2.ยืนยันความมีตัวตนของดิฉัน ดังนี้ค่ะ


       ดิฉันชื่อวิชุดา   ตุวยานนท์ (ชื่อเล่น "รุ้ง") กับสามี คือพันตำรวจโท วิษณุ   ตุวยานนนท์ ได้ทำธุรกิจเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการขายของจำพวกอุปกรณ์การเล่นกล้ามและอาหารเสริม มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 โดยการซื้อสินค้านั้น ลูกค้ามารับสินค้าที่บ้านพักได้เลยตามแผนที่ข้างล่างนี้
 


       ถึงปีนี้ ก็เข้าปีที่ 6 แล้ว (ขายอุปกรณ์ออกกำลังมา 6 ปีแล้ว แต่พึ่งมารับฝากซื้อสินค้าเมื่อปีที่แล้ว) ซึ่งการที่เปิดเผยบ้านพักอย่างนี้ ก็แสดงถึงความมีตัวตนจริง  มีที่อยู่จริง ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคุณลูกค้าไม่ต้องเป็นห่วงในจุดนี้เลยนะคะ  ซึ่งคุณอาจจะเริ่มจากการฝากซื้อสินค้าราคาไม่สูงมากก่อนก็ได้นะคะ เพื่อจะได้ดูระบบบริหารการฝากซื้อสินค้าของเราว่ามีลูกเล่น หรือตุกติกอะไรหรือเปล่าน่ะค่ะ


 

 

สเตทเม้นท์ตัวจริง ที่ยืนยันว่าได้มีการสั่งซื้อให้ลูกค้าจริงๆ
บางรายการ (เช่นที่ลูกศรชี้) รายการเดียว ราคาถึงสองหมื่นกว่าบาท


       4.มีผลงานแสดงอยู่ในสเตทเม้นท์ -  เมื่ออ่านข้อความในข้อที่ 3  (ที่ยืนยันว่าดิฉันมีตัวตน และมีสามีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ) กลับกลายเป็นยิ่งคิดว่า ทำธุรกิจกับเมียตำรวจ ถ้าโดนโกงคงจะตามเรื่องได้ยาก  ดังนั้นดิฉันจึงยืนยันความมีตัวตนด้วยวิธีนี้อีกวิธีหนึ่ง คือ โชว์หลักฐานเป็นสเตทเม้นท์ดังรูปข้างบนนี้ ซึ่งไม่มีการเสกสรรปั้นแต่งใดๆ (ยกเว้นการปกปิดหมายเลขบัตร และใส่ลูกศรสีแดงชี้จุดที่สำคัญ)  ซึ่งจากหลักฐานสเตทเม้นท์นี้ คุณจะเห็นได้ว่าดิฉันได้ดำเนินการซื้อของให้ลูกค้าท่านอื่นๆเป็นประจำอยู่แล้ว  บางท่านก็ให้ซื้อของให้ในราคาสองหมื่นกว่าบาท (ตามที่ลูกศรชี้) และดิฉันก็คิดค่าบริการเพียง 75 บาทเท่าเดิม  ซึ่งถือได้ว่า เวบ tuvagroup.com ของดิฉันมีความน่าเชื่อถือกว่าเวบรับฝากซื้อสินค้าอื่นๆมากค่ะ ทุกอย่างจะชัดเจนโปร่งใส  มีหลักฐานเป็นสเตทเม้นท์บัตรเครดิตให้ดูชัดเจนค่ะ


 


ซื้อของต่างประเทศ ต้องใช้แบบ "เช็คสถานะ" ได้เท่านั้น

       นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันเรียนรู้จากประสบการณ์  ซึ่งก่อนหน้านี้ ดิฉันพยายามประหยัดเงินให้ลูกค้า ด้วยการเลือกวิธีการส่งแบบถูกสุด คือแบบ First Class ข้อเสียคือไม่สามารถเช็คสถานะได้ (คำว่าเช็คสถานะ หมายถึงว่า เช็คดูได้ว่าตอนนี้สินค้าไปถึงไหนแล้ว) ซึ่งประหยัดเงินให้ลูกค้าไปได้ประมาณร้อยกว่าบาท

       เมลล์ที่ให้ดูตัวอย่างข้างบนเป็นของจริง คือปรากฏว่า "ของหาย" ดิฉันได้เมลล์ไปถาม เขาตอบกลับมาตามเมลล์ข้างบนว่า เนื่องจากดิฉันใช้บริการการส่งแบบ
First Class ทำให้เช็คสถานะไม่ได้ 

       หมายความว่า ด้วยความหวังดีที่จะประหยัดเงินให้ลูกค้าร้อยกว่าบาท แต่ปรากฏว่าสินค้าดังกล่าวราคาเฉียดสองพันบาทหายไป เหตุก็เพราะเช็คสถานะไม่ได้ (จริงๆแล้ว อาจจะอยู่ที่ด่านศุลกากรอยู่ก็ได้ แต่ดิฉันไม่มีเลขเช็คสถานะ จึงเข้าไปตรวจสอบอะไรไม่ได้น่ะค่ะ)  ดังนั้น จึงเป็นหลักปฏิบัติเลยว่า ถ้าใช้บริการจากดิฉัน ดิฉันจะขอเลือกการส่งแบบที่เช็คสถานะสินค้าได้เท่านั้น แม้ว่าอาจจะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้ากระเป๋าดิฉันน่ะค่ะ  ข้อดีคือมันช่วยทำให้ตามสินค้าไม่ให้หายได้ค่ะ

ทิ้งท้าย - ขอพูดถึงขอบเขตความรับผิดชอบนิดนึงนะคะ  ขอบเขตความรับผิดชอบของดิฉันคือ การแสดงหลักฐานให้คุณลูกค้าดูว่า ได้ดำเนินการโอนเงินไปให้กับทางฝรั่งผู้ขายแล้ว  ส่วนที่เหลือ ลูกค้าจะต้องดำเนินการต่อเอง ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรหนักหนานะคะ เพียงแค่รอรับสินค้าอยู่ที่บ้าน หรือบางครั้ง ทางไปรษณีย์ก็จะแจ้งให้คุณนำบัตรประชาชน ไปติดต่อขอรับของ ณ.ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้านก็แค่นั้นเอง

       ที่กล่าวมาข้างบนนี้ ก็คิดว่าเพียงพอที่จะทำให้คุณลูกค้าเห็นภาพรวมแล้วนะคะ ส่วนสองลิงค์ข้างล่างนี้ จะอ่านหรือไม่ก็ได้ เป็นลิงค์เก่าที่เคยทำอธิบายไว้นานแล้ว  เอาไว้อ่านเล่นๆแล้วกันค่ะ

มีบัตรเครดิตอยู่แล้ว หรือยืมบัตรคนอื่นก็ได้ แล้วสั่งซื้อด้วยตัวเองไม่ดีกว่าหรือ?

ทำไมควรใช้บริการจากเวบนี้?

ระบบทำงานแบบทีม เป็นระบบที่ดีมาก


 

- END -