|
ค่าใช้จ่ายในการฝากซื้อสินค้าค่ะ |
|
ค่าใช้จ่าย |
| อธิบายแบบสั้นๆ (มีอธิบายแบบยาวอยู่ด้านล่างค่ะ) เมื่อทางเวบได้สอบถามราคาสินค้าให้แล้ว ก็จะได้ราคาดิบมาจากเวบนั้นๆมา จากนั้นก็จะรวมค่าใช้จ่ายคร่าวๆเพิ่มดังนี้คือ 1.ค่าดำเนินการ 100 บาท 2.ค่าส่งไปรษณีย์ไปให้คุณที่บ้าน 3.เงิน 10% ของราคาสินค้า กรณีที่กรมศุลกากร เกิดเก็บเพิ่มจากคุณ (ถ้าไม่เก็บเราก็จะคืนไปให้พร้อมเงินทอนค่ะ) ทางเวบจะรวมเงินทั้งหมดคร่าวๆแล้วแจ้งให้คุณทราบทางเมลล์ จากนั้นก็ให้คุณโอนเงินเข้าธนาคารแล้วแจ้งเมลล์ให้เราทราบ ธนาคารที่ใช้โอนและวิธีแจ้งทางเมลล์ ดูรายละเอียดได้โดย คลิ๊กที่นี่ สรุปตรงส่วนนี้สั้นๆว่า ให้ในส่วนการคำนวณเงินเป็นหน้าที่ของทางเวบดำเนินการให้ค่ะ โดยทางเวบจะคำนวณเงินทั้งหมดคร่าวๆที่คุณต้องส่งมาให้ แล้วแจ้งให้ทราบทางเมลล์ค่ะ ซึ่งในส่วนของ 10% ของราคาสินค้าสำหรับค่าผ่านด่านศุลกากรนั้น โดยมากจะไม่เสีย และก็จะจัดคืนให้กับลูกค้าพร้อมเงินทอน ส่วนค่าส่งไปรษณีย์ก็หักเอาไว้ตามที่จ่ายจริงเท่านั้น ที่เหลือก็จะคืนให้พร้อมเงินทอนทุกครั้งค่ะ |
|
- END - |
| อธิบายแบบละเอียด ขั้นตอนที่ 1 เมื่อทางฝรั่งแจ้งราคาสินค้ามาเป็นเงินเหรียญสหรัฐ เราก็จะคำนวณเงินในส่วนนี้คร่าวๆก่อน เช่นราคาสินค้าที่ได้มาคือ 100.7 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 3,625.2 บาท (เหรียญละ 36 บาท) แต่ถ้าวันที่คิดเงินมันเหลือเหรียญละ 33 บาท ทางเวบก็จะคิดตามนั้น (33 บาท) ณ.วันที่ตัดเงินเลยค่ะ อันนี้มันจะโชว์ในเสตทเม้นท์บัตรเครดิตอยู่แล้ว โดยทางเวบจะไม่คิดเงินคุณเกินจากที่ตัดจริงจากบัตรเครดิตเลยค่ะ ขั้นตอนที่ 2 ถ้าคุณมารับสินค้าที่บ้านคุณวิษณุ ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลยค่ะ แต่ถ้าต้องการให้ส่งไปรษณีย์ก็จะชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ค่ะ ก.ค่ากล่องไปรษณีย์ - ตอนที่เราได้สินค้ามา เราก็จะจัดใส่กล่องพัสดุของไปรษณีย์ไทยให้ เพื่อจะจ่าหน้าเป็นภาษาไทย เพราะถ้าใส่กล่องเดิมที่ฝรั่งส่งมาให้ ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษก็จะมีปัญหาเรื่องการส่งว่าคนส่งไปรษณีย์อาจไม่แตกฉานภาษาอังกฤษแล้วจะทำให้ส่งผิดบ้าน โดยค่ากล่องนี้คิดตามจริง ซึ่งจะมีราคาบอกไว้ตามภาพข้างล่างนี้ค่ะ |
|
|
|
ค่ากล่องจะติดไว้ที่ข้างกล่องอยู่แล้ว |
| ข.ค่าจ้างห่อของ - ถ้าเป็นสินค้าธรรมดาก็จะห่อให้ฟรีเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นสินค้าขนาดยาว หรือต้องมีการต่อกล่องดังภาพข้างล่างนี้ |
|
|
|
|
|
การต่อกล่อง
จะต้องจ้างทำ ส่วนค่ากล่องต้องคิดจำนวนเต็ม |
ถ้าเป็นสินค้าที่ต้องต่อกล่องหรือต้องมีการห่อแบบพิเศษอื่นๆ อันนี้ก็จำเป็นจะต้องจ้างคนห่อให้น่ะค่ะ และทางไปรษณีย์บางครั้งก็จะบังคับให้ติดเชือกเขียว โดยใช้เครื่องมือของไปรษณีย์เองอีก 20 บาทด้วย (ไม่รวมค่าห่อ ซึ่งค่าห่อจะประมาณ 20 - 30 บาทขึ้นกับความยากง่ายค่ะ) ค.ค่าส่งไปรษณีย์ - คิดตามจริงโดยเช็คราคาได้ที่หน้า http://www.thailandpost.co.th/search_ems.asp เมื่อชำระค่าไปรษณีย์แล้วก็จะได้ใบเสร็จตามภาพข้างล่างนี้ค่ะ |
![]() |
![]() |
|
เจ้าหน้าที่บางคนก็ระบุค่าห่อด้วย แต่บางคนไม่ระบุ |
|
จากใบเสร็จทั้งสองใบนี้ จะเห็นได้ว่าเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่คนละคน
หรือสาขาไปรษณีย์แต่ละที่ ก็ระบุในใบเสร็จไม่เหมือนกัน
บางที่ก็ระบุเฉพาะน้ำหนักแล้วคิดค่าส่ง ตามภาพที่มี
ลูกศรสีแดง ชี้ไว้ (แต่ความจริงคิดค่าห่อต่างหาก
แต่ไม่ได้ลงในใบเสร็จ) บางที่จะระบุค่าห่อ
รวมกับน้ำหนักที่จะคิดค่าส่งด้วย ตามภาพที่มี
ลูกศรสีเขียว ชี้ไว้ แต่ใบเสร็จทั้งสองแบบนี้จะมีที่เหมือนกันก็คือไม่ระบุค่ากล่องซึ่งต้องซื้อเองต่างหาก สรุปในส่วนนี้ก็เพื่อจะชี้แจงว่า "ต้องอาศัยความเชื่อใจเป็นหลัก" ค่ะ เพราะทางเวบก็ไม่สามารถโชว์ใบเสร็จราคาค่ากล่อง และค่าห่อ (ในบางกรณี) ได้ จากนั้น ทางเวบก็จะเอา ข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค. (ค่ากล่อง + ค่าห่อ + ค่าส่ง) มารวมเอง แล้วหักออกจากยอดเงินทั้งหมดที่คุณส่งมา แล้วทอนเงินให้ด้วยการโอนเข้าบัญชีธนาคารให้ค่ะ (ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯก็ไม่เสียค่าโอน แต่ถ้าโอนข้ามจังหวัดหรือข้ามธนาคาร (แม้จะอยู่ในจังหวัดเดียวกัน) ก็จะเสีย 25 บาทน่ะค่ะ) การโอนเงินทอน |
|
|
A คือ จำนวนเงินที่ทอน B คือ From Bank Bualuang หมายถึงเงินถูกโอนจากบัญชีธนาคารกรุงเทพของทางเวบ C คือ To Krung Thai Bank หมายถึง โอนไปเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของผู้รับเงินทอน D คือ ค่าธรรมเนียม 25 บาท จะเห็นได้ว่า การคิดค่าโอนเงินทอน 25 บาทนั้น ไม่ได้ทำให้ทางเวบมีกำไรมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียอยู่แล้วในกรณีที่มีการโอนข้ามธนาคาร หรือข้ามจังหวัด ซึ่งรายจ่ายยิบย่อยอย่างนี้ ทางเวบไม่ได้คิดเหมารวมเหมือนเวบอื่นๆ เพราะต้องการแจงรายละเอียดให้เห็นเพื่อความโปร่งใสค่ะ |
|
เราไม่รู้ค่าส่งล่วงหน้า เพราะจะต้องห่อของให้เรียบร้อยก่อน |
ที่เราไม่สามารถใส่ใบเสร็จค่าส่งไปรษณีย์ หรือเงินทอนไปในกล่องได้ก็เป็นเพราะว่าตัวเลขค่าส่งไปรษณีย์นั้น เราจะรู้ก็ต่อเมื่อต้องผนึกกล่อง ,ผูกเชือก ติดกาวให้แน่นหนาก่อน แล้วให้เจ้าหน้าที่คำนวณค่าส่งออกมา |
|
|
|
หลังจากเจ้าหน้าที่รับกล่องแล้ว เขาจะส่งต่อไปที่รถเข็นทันที |
หลังจากได้ราคารวมทั้งหมดแล้ว เราไม่สามารถขอกล่องกลับมาแกะเชือก แกะกาว เพื่อจะใส่เงินทอนหรือใส่ใบเสร็จลงไปได้ เพราะเงินทอนที่ใส่อาจเป็นเหรียญแล้วทำให้หนักขึ้น ซึ่งก็จะต้องทำให้เจ้าหน้ากลับไปชั่งน้ำหนักใหม่ แล้วคิดค่าส่งใหม่อีก อีกทั้งเขาออกใบเสร็จและแปะอากรให้เราไปแล้ว ดังนั้นทางออกทางเดียวก็คือต้องใช้การโอนเงินทอนที่เหลือ ให้เข้าบัญชีคุณค่ะ อีกประการหนึ่งคือ ที่เราไม่สามารถคิดเงินเต็มให้ได้ (เพื่อจะได้ไม่ต้องทอนให้ยุ่งยาก) ก็เพราะ 1.ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลล่าห์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน เราจึงไม่อยากเอาเปรียบคุณเหมือนที่เวบอื่นตีเหมาเลยว่าเป็น 40 บาทต่อ 1 เหรียญ โดยทางเวบจะยึดการตัดเงินจากบัตรเครดิต ซึ่งยุติธรรมที่สุด เพราะเป็นการตัดออกมาเป็นค่าเงินบาทด้วยธนาคารโดยตรงเลย ดังนั้นในส่วนนี้ก็คือต้องมีการรอวงรอบสเตทเม้นท์ของบัตรเครดิตให้ออกมาก่อนด้วย จึงจะทราบยอดเงินตรงนี้ 2.เงินที่ศุลกากรอาจเก็บเพิ่มถึง 8 - 10 % ซึ่งตรงส่วนนี้ไม่ทราบล่วงหน้าเลยว่าจะโดนเท่าไร จึงต้องให้เผื่อเงินมาให้ก่อน เงินที่ศุลกากรจะเก็บเพิ่มนี้ หน้าตาจะเป็นดังข้างล่างนี้ค่ะ |
|
|
|
|
|
|
|
ซึ่งบางครั้งก็จะมี บางครั้งก็จะไม่มี เอาแน่ไม่ได้เลยค่ะ
เพราะศุลกากรใช้ระบบสุ่มตรวจ ซึ่งถ้าสินค้าของคุณไม่โดน ทางเวบก็คืนเงินในส่วนนี้ให้เต็มจำนวนอยู่แล้ว
สรุปว่าค่าใช้จ่ายจริงๆสำหรับการฝากซื้อสินค้าจากต่างประเทศคือ 1.ราคาดิบจากฝรั่งเป็นเงินเหรียญ (ฝรั่งบางคนก็รวมค่าส่งมาให้ด้วยเลย บางคนก็ไม่รวม) คิดเป็นเงินไทยตามจริง โดยใช้การคำนวณค่าเงินบาทจากวงรอบสเตทเม้นท์บัตรเครดิต 2.ค่าห่อ ,ค่ากล่อง ,ค่าส่ง จากทางเวบส่งไปให้คุณ คิดตามจริง แต่ใบเสร็จมีแค่ค่าส่งอย่างเดียว และไม่สามารถใส่กล่องไปให้ด้วยได้ เพราะเขาให้ผนึกกล่องก่อนส่งให้เรียบร้อยก่อน จึงไม่สามารถสอดใบเสร็จเข้าไปได้ 3.ค่าดำเนินการ 100 บาทต่อ 1 เวบ (ในเวบนั้นจะเอากี่ชิ้นก็ได้ เสียค่าดำเนินการครั้งเดียว แต่เวบรับฝากซื้อสินค้า(ในไทย) เจ้าอื่นจะคิดต่อชิ้นเลย) 4.ค่าภาษีศุลกากร (อาจเสียหรือไม่ก็ได้) คิดตามจริง ประมาณ 8 - 10% มีใบเสร็จจากศุลกากรให้ |
|
- END - |