สินค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือน้ำหนักมาก
(
pay for large package)


มีแบบสรุปสั้นๆ กับอธิบายยาวๆนะคะ

อธิบายสั้นๆ


การสั่งซื้อสินค้าจะมีแบบเดียวเท่านั้นค่ะคือส่งทางไปรษณีย์

                           วิธีคำนวณค่าใช้จ่าย คือให้ดูตัวราคาที่อยู่ตรง "ใต้รูป" ของสินค้าแต่ละชิ้น ตรงที่เขียนว่า "ถ้าให้ส่งทางไปรษณีย์ คิดรวมเผื่อค่าส่งด้วยเป็นเงิน ....... บาท" (ถ้าฝากซื้อ 2 ชิ้นก็เอา 2 คูณเข้าไปค่ะ) (อธิบาย)


ขั้นตอนการซื้อแบบให้ส่งทางไปรษณีย์

               1.โอนเงินเข้าบัญชีของเวบก่อนค่ะ  มี 2 วิธีคือ

                           โอนทางธนาคาร (อธิบาย)

                           โอนทางธนาณัติ (อธิบาย)


               2.หลังจากโอนเงินแล้ว ให้เขียน วันและเวลาที่โอน และธนาคารที่โอน เป็นชื่อหัวข้อเมลล์ (ข.)  ส่วนเนื้อหาในเมลล์ก็เป็นสรุปรายการสั่งซื้อธรรมดา ว่าโอนเงินเข้าธนาคารอะไรเป็นเงินเท่าไร (ค. และ ง.)   สั่งซื้ออะไร และจะให้ส่งไปให้ที่ไหนค่ะ  และควรก๊อปปี้เมลล์ไว้ให้ตัวเองด้วย 1 ฉบับ (ก.) เผื่อเมลล์ตกหล่นจะได้ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ค่ะ  (เงินทอนที่เหลือนั้น ถ้าใส่กล่องพัสดุไม่ได้ ก็จะใช้วิธีโอนผ่านธนาคาร เสียค่าโอน 35 บาท โดยจะหักจากเงินทอนนะคะ) ตามภาพข้างล่างนี้
 


 

ยุ่งยากไปหรือเปล่า ? เรามีบริการฟรีสำหรับการคำนวณเงินยอดรวมให้ โดย คลิ๊กที่นี่


 

- END -


 

อธิบายยาวๆ

            ้าต้องการให้ส่งทางไปรษณีย์เป็นพัสดุถึงที่บ้านเลย  คุณก็จะเสียค่าใช้จ่ายคือ ค่าฝากซื้อสินค้า + ค่าไปรษณีย์ + ค่าจ้างรถให้ขนสินค้าไปจากโกดังไป ณ.จุดส่งของ 50 บาท (ในคราวเดียวกันนี้จะสั่งกี่ชิ้นก็ได้ค่ะ คิดเงิน 50 บาทครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ)

เปรียบเทียบค่าส่งกับเวบ
ทั่วไป

เวบทั่วไป - ใช้ระบบอัตโนมัติในการคำนวณ และใช้การคำนวณแบบ
Flat Rate หมายถึง "จ่ายเหมา" โดยการคำนวณจากระยะทางไกลที่สุดเท่าที่สินค้านั้นจะส่งไปได้น่ะ ราคาเท่าไร? แล้วบังคับให้ลูกค้าจ่ายเหมามาในราคานั้นเลย  นั่นหมายความว่าลูกค้าที่อยู่นนทบุรี ก็ต้องซื้อสินค้าในราคารวมค่าขนส่งเท่ากับลูกค้าที่อยู่เบตง หรือเชียงราย  ลูกค้าชอบวิธีนี้เพราะชำระเงินครั้งเดียวแล้วจบ ไม่เรื่องมาก คนขายก็ชอบเพราะคำนวณง่ายและได้กำไร

เวบ
TUVAGROUP.COM - ไม่ใช้ระบบอัตโนมัติเลย ใช้คนทำล้วนๆ ลูกค้าอาจจะรำคาเพราะต้องชำระเงินไปแล้วต้องรอเงินทอน แถมยังต้องจ่ายค่าโอนเงินคืนอีก แต่ ประหยัดเงินให้คุณได้ครั้งละ 500 - 2,000 บา หลักการก็คือ เราทำเหมือนกับว่าตัวคุณได้เป็นคนเดินทางมาซื้อสินค้าด้วยตัวเองยังสถานที่ขาย แล้วเดินทางไปที่ทำการไปรษณีย์เพื่อส่งของด้วยตัวเอง

ตัวอย่าง

เวบทั่วไป - แผ่นบาร์เบลล์ใหญ่ 1 แผ่น 600 บาท คิดค่าส่งแบบ
Flat Rate (จ่ายเหมา) คือ 400 บาทต่อชิ้น นั่นหมายความว่า ถ้าคุณซื้อบาร์เบลล์ 4 แผ่น คอมพิวเตอร์ก็คำนวณออกมาว่าคุณต้องเสียค่าใช้จ่ายคือ 2,400 (ค่าบาร์เบลล์) + 1,600 (ค่าส่งแบบ Flat Rate จำนวน 4 ชิ้น)  นั่นหมายความว่าคุณจ่ายเงินครั้งเดียว 4,000 บาท แล้วจบ ไม่ยุ่งยาก และสมมติว่าค่าส่งจริงคือ 500 บาท ผู้ส่งก็จะได้กำไรในส่วนเงินค่าส่งไป 1,100 บาท

เวบ
TUVAGROUP.COM - คุณซื้อแผ่นบาร์เบลล์เท่ากับข้างบนคือ 4 แผ่นเป็นเงิน 2,400 บาท คุณจ้างเรา 50 บาทเพื่อไปส่งของที่ไปรษณีย์ จากนั้นเราจะทำหน้าที่แทนคุณทุกอย่างคือให้เจ้าหน้าที่ชั่งน้ำหนัก ,ถามเขาว่าดิฉันจะส่งบาร์เบลล์ 4 แผ่นนี้ไปนนทบุรี คิดราคาเท่าไร จากนั้นก็ซื้อกล่อง ,ห่อ และเสียค่าส่งไปรษณีย์จริง 500 บาท(เท่ากับแบบข้างบน)  จากนั้นเราก็หักค่าโอนเงินข้ามจังหวัด หรือข้ามธนาคาร (30 บาท) แล้วทอนเงินที่เหลือคืนเข้าบัญชีคุณ (ถ้าไม่ข้ามจังหวัดและไม่ข้ามธนาคารก็ไม่หัก) ทั้งหมดนี้ดูเหมือนคุณต้องเสียเงินหลายครั้ง แต่เรามาดูกันว่าคุณประหยัดไปได้เท่าไร

      สมมติว่าคุณโอนเงินมา 4,000 บาทเท่ากับแบบแรก (คือแบบเวบทั่วไป) คุณจะได้เงินทอนคือ 4,000 - 2,400 (ค่าแผ่น) - 50 (ค่าจ้างเด็กไปส่งของ) - 500 (ค่าไปรษณีย์และกล่องที่เกิดขึ้นจริงๆ) -
30 (ค่าโอนเงินคืนข้ามจังหวัด) = 1,020 บาท (นี่คือเงินที่คุณจะได้ทอนคืนจากการที่คุณส่งเงินมา 4,000 บาทเท่ากับแบบแรก (เวบทั่วไป))

วิธีคำนวณค่าไปรษณีย์

                           ก.ค่ากล่องไปรษณีย์ - ค่ากล่องนี้คิดตามจริง ซึ่งจะมีราคาบอกไว้ตามภาพข้างล่างนี้ค่ะ
 

ค่ากล่องจะติดไว้ที่ข้างกล่องอยู่แล้ว


 

                           ข.ค่าจ้างห่อของ - ถ้าเป็นสินค้าธรรมดาก็จะห่อให้ฟรีเลยค่ะ  แต่ถ้าเป็นสินค้าขนาดยาว หรือต้องมีการต่อกล่องดังภาพข้างล่างนี้ ก็จะต้องจ้างทำ

การต่อกล่องห่อของ จะต้องจ้างทำ ส่วนค่ากล่องคิดแยกต่างหาก โดยต้องคิดจำนวนเต็ม
(สินค้าบางอย่างใช้ 2.5 กล่อง ก็ต้องขอคิดเป็น 3 กล่องนะคะ เพราะเขาไม่ขายครึ่งกล่องให้เรา เราต้องซื้อจำนวนเต็ม)

                           ถ้าเป็นสินค้าที่ต้องต่อกล่องหรือต้องมีการห่อแบบพิเศษอื่นๆ อันนี้ก็จำเป็นจะต้องจ้างคนห่อให้น่ะค่ะ และทางไปรษณีย์บางครั้งก็จะบังคับให้ติดเชือกเขียว โดยใช้เครื่องมือของไปรษณีย์เองอีก 20 บาทด้วย (ไม่รวมค่าห่อ ซึ่งค่าห่อจะประมาณ 20 - 30 บาทขึ้นกับความยากง่ายค่ะ)

                           ค.ค่าส่งไปรษณีย์ - เมื่อชำระค่าไปรษณีย์แล้วก็จะได้ใบเสร็จตามภาพข้างล่างนี้ค่ะ

เจ้าหน้าที่บางคนก็ระบุค่าห่อด้วย แต่บางคนไม่ระบุ

               จากใบเสร็จทั้งสองใบนี้ จะเห็นได้ว่าเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่คนละคน หรือสาขาไปรษณีย์แต่ละที่ ก็ระบุในใบเสร็จไม่เหมือนกัน บางที่ก็ระบุเฉพาะน้ำหนักแล้วคิดค่าส่ง ตามภาพที่มี ลูกศรสีแดง ชี้ไว้ (แต่ความจริงคิดค่าห่อต่างหาก แต่ไม่ได้ลงในใบเสร็จ)  บางที่จะระบุค่าห่อ รวมกับน้ำหนักที่จะคิดค่าส่งด้วย ตามภาพที่มี ลูกศรสีเขียว ชี้ไว้

               แต่ใบเสร็จทั้งสองแบบนี้จะมีที่เหมือนกันก็คือไม่ระบุค่ากล่องซึ่งต้องซื้อเองต่างหาก  สรุปในส่วนนี้ก็เพื่อจะชี้แจงว่า "ต้องอาศัยความเชื่อใจเป็นหลัก" ค่ะ เพราะทางเวบก็ไม่สามารถโชว์ใบเสร็จราคาค่ากล่อง และค่าห่อ (ในบางกรณี) ได้

               จากนั้น ทางเวบก็จะเอา ข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค. (ค่ากล่อง + ค่าห่อ + ค่าส่ง) มารวมเอง แล้วหักออกจากยอดเงินทั้งหมดที่คุณส่งมา แล้วทอนเงินให้ด้วยการโอนเข้าบัญชีธนาคารให้ค่ะ

การโอนเงินทอน


               A คือ FROM A/C (จากบัญชี) SCB (Siam Commercial Bank) หมายถึงเงินถูกโอนจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของทางเวบ

               B คือ TO A/C (จากบัญชี) BBLA (Bank Bualuang) หมายถึง โอนไปเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพของผู้รับเงินทอน

               C คือ ค่าธรรมเนียม 35 บาท

               จะเห็นได้ว่า การคิดค่าโอนเงินทอน 35 บาทนั้น  ไม่ได้ทำให้ทางเวบมีกำไรมากขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียอยู่แล้วในกรณีที่มีการโอนข้ามธนาคารในจังหวัดเดียวกัน  หรือโอนธนาคารเดียวกันแต่ข้ามจังหวัด  

หมายเหตุ บางธนาคารก็คิดค่าโอนทางเอทีเอ็มแค่ 25 บาท ,บางธนาคารก็คิด 35 บาท  และในบางกรณีก็ต้องโอนผ่านเคาน์เตอร์ (เป็นพนักงาน) ก็คิด 30 - 35 บาท  รวมไปถึงการที่ทางเวบ มีธนาคารให้คุณเลือกทำธุรกรรมถึง 7 ธนาคาร จึงยากต่อการระบุค่าโอนเงินทอนดังกล่าวให้ตายตัวได้  ดังนั้น เพื่อความยืดหยุ่นในการทำธุรกรรม จึงขออนุญาตคิดในเรทสูงไว้ก่อนคือ 35 บาทนะคะ


 

ทำไมไม่ใส่เงินทอนมาในกล่องเลย จะได้ไม่ต้องเสียค่าโอน?

เราไม่รู้ค่าส่งล่วงหน้า เพราะจะต้องห่อของให้เรียบร้อยก่อน


               ที่เราไม่สามารถใส่ใบเสร็จค่าส่งไปรษณีย์ หรือเงินทอนไปในกล่องได้ก็เป็นเพราะว่าตัวเลขค่าส่งไปรษณีย์นั้น เราจะรู้ก็ต่อเมื่อต้องผนึกกล่อง ,ผูกเชือก ติดกาวให้แน่นหนาก่อน แล้วให้เจ้าหน้าที่คำนวณค่าส่งออกมา

หลังจากเจ้าหน้าที่รับกล่องแล้ว เขาจะส่งต่อไปที่รถเข็นทันที
ทำให้เราไม่สามารถขอกล่องกลับมา เพื่อใส่เงินทอนหรือใบเสร็จลงไปในกล่องได้

               หลังจากได้ราคารวมทั้งหมดแล้ว เราไม่สามารถขอกล่องกลับมาแกะเชือก แกะกาว เพื่อจะใส่เงินทอนหรือใส่ใบเสร็จลงไปได้ เพราะเงินทอนที่ใส่อาจเป็นเหรียญแล้วทำให้หนักขึ้น ซึ่งก็จะต้องทำให้เจ้าหน้ากลับไปชั่งน้ำหนักใหม่ แล้วคิดค่าส่งใหม่อีก อีกทั้งเขาออกใบเสร็จและแปะอากรให้เราไปแล้ว ดังนั้นทางออกทางเดียวก็คือต้องใช้การโอนเงินทอนที่เหลือ ให้เข้าบัญชีคุณค่ะ

ต้องเขียนอะไรมาในเมลล์สั่งซื้อบ้าง?

ที่ต้องปรากฏในเมลล์ก็มีดังนี้ค่ะ

      ก.- พิมพ์อีเมลล์ของตัวคุณเองไว้ตรงนี้ เพื่อเก็บเมลล์ไว้กับตัวเอง 1 ฉบับ ที่ต้องให้ก๊อปปี้เก็บไว้ในเมลล์ของคุณ (โดยใช้คำสั่ง Cc: หรือ Bcc: ก็ได้) ฉบับหนึ่งก็เพราะ ช่วงหลังนี้มีอีเมลล์หลายฉบับที่อ่านไม่ออกเลย อาจจะต้องเมลล์กลับไปหาคุณ แล้วให้คุณก๊อปปี้ข้อความเดิมแล้วแปลงไฟล์เป็น word แล้ว Attach ไฟล์มาให้ทีหลัง (คนที่ใช้เมลล์ไม่ค่อยคล่อง ไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะส่วนมากจะอ่านได้เกือบทุกฉบับ)

      ข.- ใส่ข้อความ วันเวลา และธนาคารที่โอนเงิน ที่ต้องใส่ไว้ที่ Subject ก็เพราะในที่เก็บอีเมลล์นั้นมีอยู่หลายเรื่อง ดิฉันจึงจะเลือกเปิดดูเฉพาะที่มีหัวข้อนี้ เพราะบ่งบอกได้ว่ามีการโอนเงินเข้ามาในเวบแล้ว จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษน่ะค่ะ  

      ค.และ ง. - ธนาคารที่โอนเข้าและจำนวนเงินที่ส่งมา อันนี้สำคัญมากนะคะ เพราะเวลาไปเช็คที่ธนาคารมันจะต้องสัมพันธ์กัน 4 อย่างคือ วัน ,เวลา ,ธนาคารที่โอนเข้า และจำนวนเงินค่ะ

      เงินทอนที่เหลือนั้น ถ้าใส่กล่องพัสดุไม่ได้ ก็จะใช้วิธีโอนผ่านธนาคาร โดยถ้าบัญชีธนาคารของคุณอยู่นอกเขตกรุงเทพ ก็เสียค่าโอน 35 บาท โดยจะหักจากเงินทอนนะคะ

      หากเป็นกรณีที่คุณสั่งของทั้งแบบที่ใส่กล่องไม่ได้ และใส่กล่องได้ รวมกัน ก็จะเสียค่าจ้างรถไปส่ง 50 บาทเพียงครั้งเดียว ส่วนเมลล์ที่ส่งมา ก็เขียนรวมกันได้เลย ตามตัวอย่างข้างล่างนี้ค่ะ

 

- END -