Case ตัวอย่าง - เรื่องระยะเวลาการรับสินค้า


       ใน Case ตัวอย่างข้างล่างนี้ เป็นเหตุการณ์จริงทั้งหมดนะครับ ไม่ใช่การสมมติเหตุการณ์ขึ้นมาเพื่ออธิบายนะครับ  แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง / ภาพสินค้า และเมลล์ทุกอันที่บันทึกในเวบหน้านี้ ได้ถ่าย (ภาษาคอมฯ เขาเรียก Crop) มาจากต้นฉบับตัวจริงทั้งสิ้นครับ


(ภาพบน) สินค้าเป็นถุงมือ ราคาคู่ละ 19.50 เหรียญ + ค่าส่งอีก 2.59 เหรียญ
มาจากร้าน MMA One Stop Shop / ผู้ขายชื่อ mmaonestopshop



 
       (ภาพบน) ลูกค้า ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ (ขอปิดชื่อไว้นะครับ) ให้ทีมงาน Tuvagroup.com ซื้อสินค้าให้ / และทางทีมงาน Tuvagroup.com ได้ดำเนินการซื้อสินค้าให้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2556 ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่


 
       (ภาพบน) วันที่ 25 มี.ค.56 (คือ 18 วันหลังจากโอนเงินให้คนขาย) ลูกค้ายังไม่ได้รับสินค้า จึงถามถึงสินค้าชิ้นนี้


 
       (ภาพบน) เมื่อวันที่ 1 เม.ย.56 (คือ 25 วันหลังจากโอนเงินให้คนขาย) ลูกค้าขอเลข Tracking number หมายถึงเลขการตรวจสถานะจากคนขาย และมีข้อความที่น่าสนใจมาในเมลล์นั่นคือ ลูกค้าพูดว่า "เผื่อมันหาย จะได้ทำใจ" ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ / ซึ่งข้อความนี้มีความสำคัญตรงที่ว่า แสดงให้เห็นว่าลูกค้าคนนี้มีความใจกว้าง ยอมรับในเรื่องการสูญหาย ซึ่งทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ได้พยายามชี้แจงไว้ตั้งแต่ในเมลล์ฉบับโอนเงินแล้วว่า สินค้าทุกขิ้นมีสิทธิ์สูญหายได้  และถ้ามันหายจริง คามผิดพลาดนี้ ก็เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการบริหารจัดการใดๆ เพราะว่ามันเป็นการส่งสินค้าข้ามประเทศ ดังนั้น ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา / อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ที่อยากจะชี้แจงก็คือ (ดูตามรูปข้างล่างนี้นะครับ)


       (ภาพบน) ย้อนกลับไปดูที่เวบหน้าที่ขายสินค้า ก็จะเห็นได้ว่า (ดูตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่) ค่าส่งนี้คือ 2.59 เหรียญ ซึ่งเป็นการส่งแบบถูกที่สุด ,ซึ่งคำว่า การส่งแบบถูกที่สุดนี้ ก็หมายความว่า เป็นการส่งแบบไม่มีเลข Tracking number คือไม่สามารถเช็คเลขสถานะสินค้าได้ว่าตอนนี้สินค้าไปอยู่ที่ไหนแล้ว / คือ ถ้าจะให้คนขายส่งสินค้าแบบมีเลข Tracking number เราก็ต้องแจ้งคนขายตั้งแต่ก่อนส่งเลยว่า ขอให้ส่งแบบมีเลข Tracking number ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับค่าส่ง "อย่างต่ำ" 30 เหรียญ คือแทนที่เราจะจ่ายแค่ 2.59 เหรียญ เราก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 30 เหรียญ (เฉพาะค่าส่งอย่างเดียว) / ดังนั้น การที่เราสมัครใจให้ส่งแบบ 2.59 เหรียญตั้งแต่แรก นั่นก็หมายความว่า เราสมัครใจให้คนขายส่งแบบไม่มีเลข Tracking number ตั้งแต่แรกแล้ว 


 
       (ภาพบน) ทั้งๆที่ทางทีมงาน Tuvagroup.com เองก็รู้ว่า การส่งครั้งนี้ไม่มีเลข Tracking number ซึ่งตามปกติ ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็จะไม่ตอบอะไรกลับไปถึงคุณลูกค้าคนนี้เลย / แต่เนื่องจากเห็นว่า คุณลูกค้าคนนี้ เป็นคนมีอัธยาศัยดี มีความใจกว้าง (โดยดูจากคำพูดที่ว่า "เผื่อมันหาย จะได้ทำใจ") ดังนั้น ทางทีมงานก็เลยส่งเลข LN418245441US (ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่) ไปให้ ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเลขดังกล่าว เป็นแค่เลขยืนยันว่าฝรั่งคนนี้ได้ส่งของออกจากอเมริกาแล้วจริงๆเท่านั้น  แต่เป็นเลขที่เช็คสถานะไม่ได้ (เพราะจ่ายเพียงแค่ 2.59 เหรียญ / ซึ่งต้องเป็นการส่งแบบ 30 เหรียญเท่านั้น จึงจะเช็คสถานะได้)

       อธิบายอีกครั้งนะครับ เมื่อคนขายรายนี้ ไปที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้านเขานั้น  เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็จะถามว่า จะเลือกการส่งแบบถูก (คือ 2.59 เหรียญ) ซึ่งเช็คสถานะสินค้าไม่ได้ หรือว่า จะเลือกการส่งแบบแพง (คือ 30 เหรียญ) ซึ่งเช็คสถานะสินค้าได้ / ซึ่งในเหตุการณ์นี้ เนื่องจากเราโอนค่าส่งให้คนขายเพียง 2.59 เหรียญ ดังนั้น คนขายก็ต้องบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เลือกการส่งแบบถูก (ซึ่งเช็คสถานะสินค้าไม่ได้)  เพราะนายคนขายคนนี้ คงไม่ใจดี ออกเงินในกระเป๋าตัวเองให้เรา 30 เหรียญ เป็นค่าส่งแบบแพงแน่ๆ

       พอดำเนินการเสร็จ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์คนนี้ ก็จะให้เลข LN418245441US นี้มา เพื่อแสดงหลักฐานทางธุรกรรมว่า ได้มีการส่งไปรษณีย์ ณ.ที่ทำการไปรษณีย์นี้จริงๆ แล้วก็จบแค่นั้น / ซึ่งไอ้เจ้าเลข LN418245441US นี้ มันเอามาเช็คสถานะอะไรไม่ได้เลยครับ / เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็เลยจะเปรียบเทียบกับเลขที่เช็คสถานะได้ให้ดูนะครับ (ดังข้างล่างนี้)


       (ภาพบน) ถ้าเป็นการส่งแบบแพงๆ (ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่) ก็มักจะเป็นการส่งที่สามารถเช็คสถานะ (Status) ของสินค้าได้ว่า ณ.ปัจจุบันนี้ สินค้าชิ้นนั้น อยู่ที่ไหนแล้ว / วิธีการเช็คก็คือ ให้ "คลิ๊ก" ไปที่ตัวเลขบริเวณที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่  ซึ่งเมื่อคลิ๊กไปแล้ว มันก็จะปรากฏเป็นภาพดังข้างล่างนี้


       (ภาพบน) จากการที่เราคลิ๊กที่หมายเลขข้างบน (ในภาพก่อนหน้านี้)  ระบบก็จะโชว์รายละเอียด "สถานะ" สินค้าตัวนี้ให้เราดูทันทีว่า สินค้าตัวนี้ มาถึงสนามบินเมื่อไร (หมายถึงสนามบินที่อเมริกา) ,กำลังอยู่ในขั้นตอนไหน (เช่นอาจจะตรวจสอบสินค้าว่ามียาเสพติดซ่อนอยู่หรือไม่) ,จะส่งออกจากอเมริกาเมื่อใด ฯลฯ


       (ภาพบน) ในทางกลับกัน ถ้าเป็นการส่งแบบถูก (ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่) ก็จะเป็นการส่งแบบที่ไม่สามารถเช็คสถานะสินค้าได้ / ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองคลิ๊กไปที่ตัวเลขที่เขาให้มา บริเวณที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่  / ซึ่งเลข LN418245441US นี้ ก็คือ "ตัวอย่างของจริง" ในเคสนี้นั่นแหละครับ  ซึ่งเมื่อคลิ๊กไปแล้ว มันก็จะปรากฏเป็นภาพดังข้างล่างนี้



       (ภาพบน) จากการที่เราคลิ๊กที่หมายเลขข้างบน (ในภาพก่อนหน้านี้)  จะเห็นได้ว่า ระบบไม่สามารถโชว์สถานะสินค้าอะไรได้เลย


ทำความเข้าใจเพิ่มอีกนิดนึงนะครับ

       1.ถ้าเราซื้อถุงมือ 1 คู่ ซึ่งมีขนาดน้ำหนักเบาๆ  การเสียค่าส่ง 30 เหรียญ นี้ จะทำให้เราได้การส่งแบบเช็คเลขสถานะได้ (เพราะถือว่าเป็นการส่งแบบแพง (เมื่อเทียบกับขนาดน้ำหนักของตัวสินค้า) )

       2.แต่ในการเสียค่าส่ง 30 เหรียญเท่ากันนี้ ถ้าเราจ่ายเป็นค่าส่งสินค้าชิ้นใหญ่ๆ เช่นอาหารเสริมเวย์โปรตีน ขนาด 10 ปอนด์ ก็จะกลายเป็นการส่งแบบเช็คเลขสถานะไม่ได้นะครับ เพราะถือว่าเป็นการส่งแบบ "ถูก" เมื่อเทียบกับขนาดน้ำหนักของตัวสินค้า

       ที่ต้องอธิบายไว้ก่อน ก็เพื่อให้คุณลูกค้าเข้าใจว่า "ค่าส่ง 30 เหรียญ" นั้น ไม่ได้แปลว่าจะเป็นการส่งแบบเช็คสถานะสินค้าได้เสมอไปน่ะครับ มันต้องพิจารณาองค์ประกอบเรื่องขนาดกว้างยาว และขนาดน้ำหนักของตัวสินค้าด้วยครับ



 
(ภาพบน) วันที่ 17 เม.ย.56 (41 วันหลังจากโอนเงินไปให้) ลูกค้าได้รับสินค้า!

       (ภาพบน) ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.56 หรือ 41 วันหลังจากโอนเงินไปให้คนขายแล้ว ปรากฏว่าลูกค้าคนนี้ได้รับสินค้านี้แล้ว

สรุปว่า เราได้อะไรจากการดูเคสตัวอย่างนี้บ้าง? คำตอบคือ เราได้รับความรู้ดังนี้คือ

       1.ถ้าคิดว่า ต้องการจะให้เช็คสถานะสินค้าได้ ก็ขอให้เลือกการส่งแบบแพงเท่านั้น

       2.ถ้าเลือกการส่งแบบถูก ก็ขอให้ทำใจกับเรื่องของหายไว้ด้วยนะครับ (ความจริงมันไม่หาย เพียงแต่เช็คสถานะสินค้าไม่ได้ เหมือนในเคสตัวอย่างนี้)

       3.การได้รับสินค้าช้าๆ คือ 41 วันเหมือนในตัวอย่างเคสนี้ ถือเป็นเรื่องปกตินะครับ


ทิ้งท้าย แล้วถ้าถามว่า ที่ถูกแล้ว ควรจะเป็นอย่างไร คำตอบก็เป็นอย่างนี้ครับ คือ

       ขั้นตอนแรก คือเมื่อครบ 1 เดือนแล้วยังไม่ได้รับของ ก็ให้ทางทีมงาน Tuvagroup.com ลองเมลล์ถามคนขายให้ก่อน 

       ขั้นตอนที่สอง ถ้าคนขายบอกว่าส่งของออกมาจากประเทศเขาแล้ว แต่ในเมื่อเรายังไม่ได้รับของ คุณลูกค้าอาจทำใจเผื่อไว้ก่อนว่า "หายคือหาย" (ซึ่งสุดท้าย ก็ได้รับถุงมือจริงๆ) มันก็จะทำให้ทีมงาน Tuvagroup.com มองว่าคุณลูกค้าเป็นคนใจกว้าง น่าทำธุรกิจต่อไปด้วยครับ / เพราะถ้าเราจะซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เราก็ต้องทำใจเรื่องความเสี่ยงต่างๆไว้ด้วย อย่ามองหา "ความสมบูรณ์แบบ" ในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเลยครับ เพราะแม้ว่า 99.9% จะได้รับของตามปกติ แต่ 0.1% มันก็ยังมีโอกาสพลาดได้ครับ (เคสที่เอามาให้ดูนี้ ไม่ได้เรียกว่าพลาด คือไม่ได้อยู่ใน 0.1% นี้นะครับ - เพราะเป็นแค่การรับของช้าเท่านั้น)


- END -