กลยุทธ์ที่ผู้ให้บริการเจ้าอื่นใช้กันทั่วไป


       จากการรับฝากซื้อสินค้าให้ลูกค้ามานาน ทำให้ทางทีมงาน Tuvagroup.com ได้รับประสบการณ์มามากมาย ก็เลยนำมาถ่ายทอดให้คุณลูกค้าได้ฟังน่ะครับ  ก่อนอื่น คุณลูกค้าต้องเข้าใจก่อนว่า การให้บริการรับฝากซื้อสินค้านั้น ทำได้ง่ายมาก  ใครๆก็ทำได้ ขอเพียงแค่มีบัตรเครดิตใบเดียว แล้วก็รับออร์เดอร์จากลูกค้า แล้วก็สั่งซื้อของให้ลูกค้า แล้วเจ้าตัวก็รับค่าบริการไป / แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละผู้ให้บริการก็คือ ประสบการณ์นั่นเองครับ / ใครๆก็พูดโกหกได้ว่าตัวเองมีประสบการณ์การซื้อที่ยาวนาน แต่จะมีสักกี่คนที่จะมีหลักฐานให้ดูล่ะครับ  และแน่นอนครับ สำหรับหลักฐานนั้น ทางทีมงาน Tuvagroup.com มีให้ท่านดูอยู่แล้ว ที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/stateindex.html ซึ่งสเตทเม้นท์นี้ มันทำขึ้นมาหลอกๆไม่ได้อยู่แล้วครับ ทุกรายการที่สั่งซื้อนั้นเกิดขึ้นจริง และมันโชว์ได้ว่าทางทีมงาน Tuvagroup.com ได้สั่งซื้อสินค้าให้กับลูกค้ามาตั้งแต่ต้นๆปี พ.ศ.2551 แล้วครับ

       ย้อนกลับมาที่เรื่องกลยุทธ์เวบรับฝากซื้อสินค้ากันต่อครับ  ข้างล่างนี้เป็นกลยุทธ์ที่เขาใช้กันครับ

1.ตัดช่องทางสื่อสารระหว่างลูกค้าที่ไม่ได้รับสินค้า กับลูกค้าหน้าใหม่ -  สมมติว่า มีเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้าหนึ่ง ทุ่มงบโปรโมทตัวเองเต็มที่ เช่นซื้อลิงค์กับ Google ไว้เลยว่า รับฝากซื้อสินค้าต่างประเทศ รับรองผลว่าได้รับสินค้าทุกราย แต่ขอคิดค่าบริการแพงหน่อย ฯลฯ / แล้ววันหนึ่ง ก็มีนาย ก. มาหลงเชื่อ และฝากซื้อสินค้ากับเวบเจ้านั้น แล้วปรากฏว่าไม่ได้รับของ  ไม่เหมือนกับคำโฆษณาที่เวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้านั้นให้ไว้  ผมขอเรียกนาย ก.ว่า เป็นลูกค้าในกลุ่มที่ไม่ได้รับสินค้านะครับ

       ต่อมาวันหนึ่ง มี นาย ข. มาอ่านโฆษณาในเวบ Google ( เพราะเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้านี้ เขาทุ่มงบโฆษณาตัวเองไว้ ) เขาก็เลยสนใจจะฝากซื้อสินค้า - ผมขอเรียกนาย ข.ว่า เป็นลูกค้าในกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่นะครับ

       ปัญหาที่เกิดคือ นาย ก. ซึ่งไม่ได้รับสินค้ามาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่สามารถเตือนนาย ข.ว่า อย่าหลงผิดมาฝากซื้อสินค้าเจ้านี้เลย เพราะตัวฉัน ( คือนาย ก. ) ก็โดนหลอกมาแล้ว

       เหตุที่เตือนไม่ได้ ก็เพราะไม่มีช่องทางการสื่อสาร เช่น เวบบอร์ด ,กระดานข่าว ,พื้นที่สำหรับตั้งกระทู้ เพื่อให้นาย ก.สื่อสารกับลูกค้ารายใหม่ ( คือนาย ข. ) ว่าอย่าหลงมาซื้อที่นี่นั่นเอง


       นั่นหมายความว่า ถ้าภายหลัง นาย ข.ก็ไม่ได้รับสินค้าเหมือนกัน  ทั้งนาย ก. และนาย ข. ก็ไม่สามารถเตือนคนอื่น ( คือ นาย ค. ,นาย ง. ฯลฯ ) ว่าอย่ามาใช้บริการกับผู้ให้บริการเจ้านี้ได้  อย่างนี้ ก็จะมีลูกค้าหน้าใหม่มาใช้บริการเวบรับฝากซื้อสินค้านี้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ  แล้วผู้ให้บริการเจ้านี้ก็จะรวยขึ้นเรื่อยๆ คุ้มกับงบโฆษณาที่ทุ่มไว้จริงๆ ฮ่า.. ฮ่า...

สรุปว่า กลยุทธ์นี้ คือผู้ให้บริการนี้  "ให้ความหวัง" ด้วยการโฆษณา ,ยกตัวอย่างกลุ่มลูกค้าที่เคยได้รับของแล้ว ( แต่ไม่พูดถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้รับของ ) เพื่อล่อลูกค้าหน้าใหม่เข้ามาให้เยอะๆ เพื่อรอรับค่าบริการ

หมายเหตุ - ทางทีมงาน Tuvagroup.com ก็ไม่มีเวบบอร์ด ไม่มีกระดานข่าวเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทีมงานแตกต่างจากเจ้าอื่นคือ ทีมงาน จะไม่ให้ความหวังลมๆแล้งๆเหมือนเจ้าอื่น แต่จะพูดแต่ความจริง และมีตัวอย่างของจริงของลุกค้าที่เคยพลาดก่อนหน้านี้ เอามาให้ดูครับ แม้ว่ามันจะทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไม่มาใช้บริการกับทีมงาน Tuvagroup.com ก็ไม่เป็นไรครับ ดีกว่าเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้าอื่น ที่เอาแต่ให้ความหวังลูกค้าเพื่อหวังเงินค่าบริการอย่างเดียว 


2.ใช้คำศัพท์ดูหรูๆ เช่น เอาสินค้ามาเป็นคาร์โก้ ฯลฯ

       ทีมงาน Tuvagroup.com ทำงานซื้อสินค้าให้ลูกค้ามาหลายปี ไม่เคยใช้คาร์โก้ คาร์เก้ออะไรนั้นเลย และ 99.9% ก็ได้รับสินค้าตามปกติ / และที่สำคัญ จากประสบการณ์การสั่งซื้อสินค้ามานานนั้น ระบบสั่งซื้อแบบ international ทั้งหลาย เขาใช้ระบบอัตโนมัติกันครับ และในระบบอัตโนมัติ เขากำหนดตัวเลือกการส่งสินค้าไว้แล้วว่า เป็น FedEx เป็น DHL เป็น Air mail เป็น First Class คือทางเราไม่สามารถไปกำหนดให้คนขายส่งแบบคาร์โก้ คาร์เก้ออะไรได้เลยครับ / มันเป็นเพียงคำพูดของเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้านั้นๆ เพื่อให้ดูแตกต่างจากเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้าอื่นเท่านั้นเอง


3.เบี่ยงประเด็นเรื่องผู้ให้รับบริการ เรียนอยู่ที่อเมริกา ,คิดค่าบริการเป็นกิโลกรัม ฯลฯ

       สำหรับสินค้าบางรายการที่ขายในเวบต่างประเทศนั้น เขาไม่มีบริการส่งไทย เพราะรู้ว่าส่งมาไทยก็ต้องโดนศุลกากรยึดแน่ๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณลูกค้าจะซื้อรถจักรยานยนต์ฮาเล่ เดวิดสัน สัก 1 คัน พอติดต่อมาที่ทีมงาน Tuvagroup.com ทีมงานก็บอกว่าคนขายไม่ยอมส่งไทย ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมส่งไทยนั้น ก็เพราะ.... บลา .. บลา.. บลา... ( คำอธิบายของทีมงาน Tuvagroup.com )

       แต่ความอยากได้รถจักรยานยนต์ฮาเล่คันนั้น ยังมีอยู่ในใจ  ก็ไอ้เจ้าร้านขายรถหน้าปากซอย มันยังมีรถฮาเล่ขายเลย  มันต้องมีวิธีสิน่า! / แล้วอยู่มาวันหนึ่ง คุณก็เปิดไปเจอโฆษณา ผู้ให้บริการรับฝากซื้อสินค้าเจ้าหนึ่ง บอกว่าผู้ให้บริการเรียนอยู่ที่อเมริกา และรับฝากซื้อสินค้าให้ทุกประเภทที่อเมริกา โดยคิดค่าบริการรวมกับค่าส่งเป็นกิโลกรัม ,กิโลกรัมละ 50 บาท ( สมมติ )

       บวกลบคูณหารแล้ว สมมติว่ารถฮาเล่ หนัก 700 กก. ก็เสียค่าบริการและค่าส่งเป็นเงิน 700 x 50  = 35,000 บาท  พอสู้ได้ ที่สำคัญ พอติดต่อคนขายแล้วว่าจะซื้อรถฮาเล่ รุ่นนั้นรุ่นนี้ คนขายก็ยืนยันว่าสามารถซื้อให้ได้ ไม่มีปัญหา และส่งเบอร์บัญชีธนาคารมาให้ โดยบัญชีธนาคารนั้น ก็เป็นของญาติผู้ให้บริการ ซึ่งมีนามสกุลเดียวกันกับผู้ให้บริการเจ้านี้ เพื่อยืนยันว่าหากผู้ให้บริการเจ้านี้โกง คุณสามารถดำเนินคดีกับญาติของเขาที่เป็นเจ้าของบัญชีนี้ได้เลย

       ทุกอย่าง ดูสวยหรู ช่องทางปลอดโปร่งไปหมด คุณจึงโอนเงินค่ารถไปให้เขาเป็นแสนๆ รวมทั้งค่าบริการอีก 35,000 บาท แล้วก็รอรับรถฮาเล่อยู่ที่บ้าน

       ผ่านไปสองเดือน มีเอกสารมาจากศุลกากร แจ้งว่า รถจักรยายนต์ฮาเล่ที่คุณสั่งซื้อมานั้น โดนยึดที่ศุลกากร ถ้าจะเอาออกก็ต้องเสียภาษี 200 เท่าของราคารถ ( ก็สรุปว่าโดนยึดนั่นแหละ เพราะคงไม่มีใครเอาเงิน 200 เท่าของราคารถไปเอาออกมานั่นเอง )

       คุณจึงต่อว่า หรือถึงขั้นฟ้องร้องกับผู้ให้บริการรายนี้ ว่าหลอกลวงคุณ ทำให้รถคนถูกยึด  สมมติว่าเรื่องนี้ขึ้นศาล และผู้พิพากษาถามคุณดังนี้

ผู้พิพากษาถาม - ผู้ให้บริการคนนี้ ( ที่อยู่เมืองนอก ) ได้สั่งซื้อรถฮาเล่คันนี้ให้คุณจริงไหม?

คุณตอบ - จริงครับ เพราะเขาส่งเอกสารการสั่งซื้อมาให้ผมดูเป็นหลักฐานแล้ว


ผู้พิพากษาถาม - ผู้ให้บริการคนนี้ ได้ส่งสินค้ามาให้คุณทางเครื่องบิน จริงไหม?

คุณตอบ - จริงครับ เพราะเขาส่งเอกสารการส่งของมาให้ผมดูเป็นหลักฐานแล้ว
 เช็คหมายเลขเครื่องรถ ก็ตรงกับเอกสารที่ทางสายการบินยืนยันให้ ( ว่าบรรทุกขึ้นเครื่องบินมาแล้วจริงๆ )


ผู้พิพากษาถาม - แล้วคุณว่าผู้ให้บริการรายนี้ โกงคุณยังไง

คุณตอบ - ก็เพราะผมไม่ได้รับของไงครับ โดนศุลกากรยึด  ผมเสียเงินไปหลายแสน แต่ไม่ได้รับของ อย่างนี้ใครจะรับผิดชอบครับ



ผู้พิพากษาถาม - ใครเป็นคนยึดของ  ผู้ให้บริการหรือเปล่า?

คุณตอบ - ผู้ให้บริการ เขาอยู่เมืองนอก จะมายึดของผมได้ยังไงล่ะ   คนที่ยึดก็คือศุลกากรบ้านเราไงครับ


ผู้พิพากษาถาม - ศุลกากรเขาทำตามหน้าที่ อีกอย่างก็เขาบอกแล้วไงว่าเอาภาษี 200 เท่าไปจ่ายเขา เขาก็คืนรถให้แล้ว เขาไม่ได้ยึดนี่นา ระวังโดนศุลกากรฟ้องหมิ่นประมาทนะ / ถ้าศุลกากรไม่เอารถไว้ ก็แสดงว่าเขาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เขาก็จะมีความผิดน่ะสิ

คุณตอบ - อึกอัก.. อึกอัก.. ( พูดไม่ออก

       หลังจากเดินคอตกออกจากศาล คุณก็อยากเตือนลูกค้าเจ้าอื่นว่า อย่าหลงไปสั่งซื้อรถจักรยานยนต์ฮาเล่ เดวิสันจากต่างประเทศเลย ไม่อย่างน้้น ก็จะเสียเงินไปฟรีๆ ไม่ได้รถด้วย เจ็บใจด้วย สรุปว่างานนี้ มีได้คนเดียวคือ ผู้ให้บริการเจ้านี้ ( คือได้เงินค่าบริการพร้อมค่าส่งไป 35,000 บาท ) แต่แล้วคุณก็ไปติดเหตุการณ๋ที่ผมยกมาให้ดูในข้่อ 1. คือคุณไม่มีช่องทางไปเตือนลูกค้าหน้าใหม่คนอื่นได้

       ก็เลยสรุปว่า จะมีลูกค้าหน้าใหม่ ฝากผู้ให้บริการรายนี้ซื้อรถฮาเล่ ,ซูเปอร์โฟว์ ฯลฯ อีกทุกๆวัน  และผู้ให้บริการเจ้านี้ ก็ได้รับเงินไปรายละ 35,000 บาทเหนาะๆทุกๆรายไป

สรุปว่า แม้ว่าคุณจะเสียค่าบริการให้ทีมงาน Tuvagroup.com ซื้อรถฮาเล่คันนี้ให้ ทางทีมงานก็คิดแค่ 75 บาท เพราะมันก็มีผลเท่ากับการที่คุณเสีย 35,000 บาทให้กับผู้ให้บริการเจ้าอื่น ซึ่งก็คือ รถคันนี้ก็ต้องโดนยึดที่ศุลกากรอยู่ดี

       การบอกว่าตัวเองเรียนอยู่เมืองนอก โดยไปยืนถ่ายรูปคู่กับเทพีสันติภาพ และให้ดูวันที่ ,เดือน และปี ค.ศ.ใต้รูป เพื่อยืนยันว่าเขาอยู่ที่อเมริกา ในเวลาปัจจุบันจริงๆ สามารถสั่งซื้อสินค้าที่อเมริกาให้คุณได้จริง  มันคนละประเด็นกับการรับสินค้าถึงมือของคุณลูกค้านะครับ  เหตุก็เพราะว่า ไม่ว่าการซื้อสินค้าที่อเมริกา จะเกิดขึ้นด้วยวิธีใดก็ตาม สุดท้าย มันก็จะมาติดอยู่ที่ด่านศุลกากรทั้งสิ้น จึงไม่เกี่ยวว่าคุณจะมีเพื่อน หรือมีญาติสนิทอยู่ที่อเมริกาหรือเปล่า เพราะอย่างที่ผมบอก แม้ว่าเพื่อนสนิท หรือญาติของคุณคนนั้น จะซื้อของส่งมาให้จากอเมริกได้จริง แต่มันก็ต้องมาติดอยู่ที่ด่านศุลกากรอยู่ดีครับ


4.มีเส้นสายอยู่ที่ศุลกากร

       กลยุทธ์นี้ก็คือการยืนถ่ายรูปคู่กับใครก็ไม่รู้? ที่ใส่เครื่องแบบศุลกากร ( ใช่ญาติกันจริงๆหรือเปล่าก็ไม่รู้ ) แล้วก็ยืนถ่ายที่หน้าด่านศุลกากร โดยชูมือสองนิ้วทั้งคู่เพื่อแสดงความสนิทสนมกัน / จากนั้น ผู้ให้บริการเจ้านี้ ก็เอารูปดังกล่าวมานำเสนอ พร้อมกับบอกว่า หากฝากสั่งซื้อสินค้ากับเขาแล้ว  แล้วสินค้าไปติดที่ด่านจริง ก็จะสามารถเคลียร์สินค้านี้ออกมาได้  แต่ต้องจ่ายค่าบริการแพงหน่อย 

       ตัวอย่างสมมติคือ คุณฝากซื้อสินค้ากับผู้ให้บริการเจ้านี้ ( ที่อ้างว่ามีญาติอยู่ศุลกากร ) เป็นผ้าเช็ดหน้า Kitty จำนวน 48 ผืน เป็นเงิน 1,000 บาท ทาง Ebay.com แล้วต่อมา ก็ถูกศุลกากรยึด ( มันก็แหงอยู่แล้วครับ เพราะการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศนั้น เขาอะลุ้มอะล่วย แค่ให้แบบ "นำมาใช้เอง" เท่านั้น การที่ซื้อตั้ง 48 ผืน ก็เล็งเห็นได้แล้วว่าเป็นการซื้อมาเพื่อทำการค้าขาย ก็ต้องโดนยึดอยู่แล้ว )  เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมีสองทางเท่านั้นคือ

       1.ผู้ให้บริการเจ้านี้ ไม่ได้มีเส้นสายอยู่จริงตั้งแต่แรก - เขาก็จะเงียบหายไปเลย พร้อมกับใช้กลยุทธ์ข้อ 1 คือ ตัดช่องทางไม่ให้คุณไปบอกลูกค้าหน้าใหม่คนอื่นได้

       2.สมมติว่าผู้ให้บริการเจ้านี้ มีเส้นสายในศุลกากรจริง - คุณคิดว่าศุลกากรคนนี้ จะยอมเอาตำแหน่ง เอาหน้าที่การงานมาเสี่ยงให้คุณด้วยเงินไม่กี่ร้อยหรือครับ?  ไม่มีทางครับ ค่าดำเนินการครั้งนี้ คุณต้องจ่าย ( จ่ายผ่านผู้ให้บริการ ) ไปให้เส้นสายศุลกากรคนนี้ อย่างต่ำก็สองถึงสามพันบาทขึ้นไป  แล้วผ้าเช็ดหน้า Kitty ราคารวมทั้งหมด 1,000 บาท แต่ต้องเสียค่าเส้นสายสามพัน มันคุ้มกันหรือเปล่า

สรุปว่า แม้ว่าผู้ให้บริการเจ้านี้ จะมีเส้นสายอยู่ที่ศุลกากรจริง แต่ถ้าจะให้ศุลกากรคนนี้เอาของออกให้คุณ ( ในกรณีที่ของติดที่ด่าน ) คุณต้องเสียเงินอย่างน้อย สองถึงสามพันบาทครับ
 สู้คุณไปใช้วิธีอื่น ยกตัวอย่างเช่น เชื่อคำแนะนำของทีมงาน Tuvagroup.com ว่าให้ซื้อด้วยการใช้เพื่อนหลายๆคนร่วมกันซื้อ โดยให้ใช้รหัสไปรษณีย์คนละอัน ฯลฯ จะดีกว่า เสียค่าบริการเพียง 75 บาทเท่านั้น ไม่ต้องมาเจ็บใจทีหลัง


5.มีตัวเลือก การให้บริการแบบหวังผล แต่เสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้น

       กลยุทธ์นี้ ก็คือว่า ถ้าฝากซื้อสินค้าทั่วไปคิด 75 บาท ( เท่ากับทีมงาน Tuvagroup.com ) แต่ถ้าเอาแบบหวังผล ว่าต้องรับสินค้าแน่นอนถึงมือ ก็คิด 500 บาท

       กลยุทธ์นี้ ที่บอกว่า คิดค่าบริการแบบหวังผลคือ 500 บาทนั้น ก็บอกว่า เงิน 500 บาทนี้ เอามาใช้กับ ข้อ 2 ยันข้อ 4 ( ที่อ่านมาข้างบนนั่นแหละ )

       บวกลบคูณหารแล้ว คุณลูกค้าบางคนก็ต้องคิดว่าคุ้ม คือถ้าซื้อเสื้อเกาหลีสัก 500 ตัว ยัดมาในกล่องเดียว แล้วเสียแค่ 500 บาทเป็นค่าบริการ คุ้มจะตาย  ก็เลยฝากซื้อกับผู้ให้บริการเจ้านี้กันใหญ่

       สุดท้ายก็โดนศุลกากรยึดเสื้อทั้ง 500 ตัวนั้นที่ด่าน!

       โอเคล่ะว่า ลูกค้าบางรายก็ผ่านด่านศุลกากรได้  และก็แน่นอนว่า ลูกค้ารายนี้ ( ที่ผ่านด่านศุลกากรได้ ) ก็จะถูกยกเป็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จของผู้ให้บริการรายนี้ตลอดไป  โดยที่ผู้ให้บริการรายนี้จะไม่พูดถึงรายที่ทำไม่สำเร็จเลย

สรุปว่า เพราะทางทีมงานรู้อยู่เต็มอกว่า การซื้อสินค้าจากต่างประเทศมันทำได้รูปแบบไหนบ้าง ทางทีมงานจึงคิดค่าบริการราคาเดียวมาตลอด  เพราะถ้ามันทำได้จริง ( คือถ้าจ่ายแพงกว่า ก็จะได้รับสินค้าถึงมืออย่างแน่นอน ) นั้น ทางทีมงานก็คงจะเปิดตัวเลือกนี้ไว้ให้ลูกค้าแล้วล่ะครับ แต่เพราะทีมงานรู้ว่ามันคือการหลอกลวง ( ที่ว่าถ้าจ่ายแพงกว่า ของถึงมือแน่นอน ) ทางทีมงานจึงไม่มีบริการแบบตัวเลือกแบบนี้

       วิธีดัดหลังพวกเวบรับฝากซื้อสินค้าแบบที่ให้ความหวังนี้คือ คุณจะต้องยังไม่จ่ายเงิน จนกว่าจะได้รับของถึงมือ คือหมายความว่า คุณก็ให้ผู้ให้บริการเจ้านี้ ( ที่บอกว่าต้องจ่ายแพง จึงจะได้รับของ 100% ) นี้ ออกเงินซื้อสินค้าจากต่างประเทศให้คุณไปก่อน แล้วพอได้รับของแล้ว คุณก็จะไปรับของที่บ้านของผู้ให้บริการรายนี้ด้วยตัวเอง

       ถ้าพูดไปอย่างนี้แล้ว ผู้ให้บริการรายนี้อึกอัก ก็แสดงว่าเขาหลอกคุณแล้วล่ะ ก็ในเมื่อผู้ให้บริการนี้ยืนยันกับคุณเองว่ายังไงก็ต้องได้รับของ 100% อยู่แล้วหากยอมจ่ายแพง   ก็ฉัน ( หมายถึงคุณลูกค้า ) ก็จะยอมจ่ายแพงแล้วไง แต่ขอให้ได้เห็นของกับตาตัวเองก่อน ดังนั้น คุณ ( หมายถึง ผู้ให้บริการรายนี้ ) ก็จะไปกลัวทำไมล่ะ ก็ออกเงินซื้อของมาให้ฉัน ( หมายถึงคุณลูกค้า ) ก่อนสิ


       มันยังมีประสบการณ์อีกหลายๆเรื่อง ที่ผู้ให้บริการเจ้าอื่น เขาไม่แนะนำคุณ เพราะกลัวว่าคุณจะไม่ใช้บริการรับฝากซื้อสินค้าจากเขา ยกตัวอย่างเช่น อย่าใช้บริการส่งฟรีกับไปรษณีย์
China Post Air Parcel ( พูดง่ายๆก็คือการขนส่งไปรษณีย์ของประเทศจีน ) เพราะของหายร้อยละ 50 แล้วก็ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่มาจากประสบการณ์การซื้อสินค้าจากต่างประเทศมายาวนาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผู้ให้บริการเจ้าอื่นจะมีประสบการณ์เท่ากับทีมงาน Tuvagroup.com หรือเปล่า หรือจะมีแค่คำโฆษณา แต่ไม่มีหลักฐานอื่นๆ ( เหมือนที่ทีมงาน Tuvagroup.com มีหลักฐานมาแสดงให้คุณดู )

       ก็อย่างที่บอกไงครับ ธุรกิจนี้ ( ให้บริการรับฝากซื้อสินค้า ) ใครๆก็กระโดดเข้ามาทำได้ง่าย มีแค่บัตรเครดิตใบเดียวก็ทำได้แล้ว  แต่ จะโกงหรือเปล่า?  มีประสบการณ์หรือเปล่า? ไม่มีใครตอบได้ ต้องสุดแล้วแต่วิจารณญาณของคุณลูกค้าเอง  อย่าให้ความหน้ามืดในการอยากได้สินค้าของคุณ มาทำให้คุณละเลยคำเตือนของทีมงาน Tuvagroup.com  คำว่าละเลยในที่นี้ก็คือ เมื่อทีมงานแนะนำว่าโอกาสเสี่ยงมีสูง คุณก็เลยไปใช้บริการกับเวบรับฝากซื้อสินค้าเจ้าอื่น สุดท้ายก็เจ็บตัวครับ


- END -