การเสียภาษีด้วยตัวเองคือวิธีที่ฉลาดที่สุด!


       ด้วยประสบการณ์การสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศให้ลูกค้าหลายปีมานี้  เราสรุปได้ว่าการที่ให้ลูกค้าเป็นผู้เสียภาษีสำหรับสินค้าที่สั่งซื้อด้วยตัวเองนั้น ประหยัดที่สุด และโปร่งใสที่สุด เพราะคุณไม่ต้องเสีย "เงินกินเปล่า" ให้กับผู้ใดเลย  เพียงแค่เดินทางไป ณ.ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้านคุณที่สุด พร้อมด้วยบัตรประชาชน 1 ใบ คุณก็รับของกลับบ้านได้แล้วครับ

       ในวงการนี้  หลายคนพยายามทำให้ลูกค้าเห็นว่า การเสียภาษีศุลกากรเป็นเรื่องยาก เหมือนกับกำลังเดินเข้าไปในแดนสนธยา  ทำไมต้องทำอย่างนั้น?
ก็เพื่อให้ลูกค้าเกิดความกลัว จนต้องว่าจ้างให้ผู้ให้บริการรับผิดชอบเรื่องการเสียภาษีให้ด้วย แต่ความจริงก็คือว่า ลูกค้ากำลังเสีย "เงินกินเปล่า"

       ทำไมถึงเรียกว่าเงินกินเปล่า? ดูคำตอบตามข้างล่างนี้เลยครับ
 

"ภาษีศุลกากร 782 บาท"


 

"ภาษีศุลกากร 332 บาท"


 

"เก็บค่าธรรมเนียมนำจ่ายพัสดุย่อย 7 บาท"


 

"เปิดตรวจแล้ว ด่านศุลกากร - ไปรษณีย์  ยกเว้นภาษี"


       จากประสบการณ์การซื้อสินค้าต่างประเทศให้ลูกค้าจะ 10 ปีแล้วนี้  เห็นได้ชัดเจนว่า "สินค้าชนิดเดียวกัน จำนวนเท่ากัน แต่สั่งซื้อเข้ามาไม่พร้อมกัน บางครั้งเสียภาษีศุลกากรถึง 782 บาท แต่บางครั้ง ไม่เสียแม้แต่บาทเดียว บางครั้งก็เสียแค่ 7 บาท"

       สมมติว่าผู้รับฝากซื้อสินค้า (
รายอื่น ) บอกมาว่า เขาจะดำเนินการเสียภาษีให้คุณด้วย โดยขอคิดค่าภาษีรวมเข้าไปในค่าจ้างด้วยเลย  รูปแบบธุรกิจที่เกิดขึ้นก็จะเป็นแบบนี้ครับ คือ สมมติว่าเก็บเงินค่าภาษีคนละ 782 บาทจากลูกค้า 10 คน  ที่สั่งสินค้าชนิดเดียวกัน จำนวนเท่ากัน ก็จะเห็นได้ว่าผู้ให้บริการถือเงินในส่วนที่ตกลงกันว่าจะไปจ่ายภาษีไว้ในมือถึง 7,820 บาท

       แต่เมื่อถึงเวลาที่สินค้าผ่านด่านศุลกากรเข้ามาจริงๆ ในสินค้าของลูกค้า 10 คนนั้น โดนภาษีจริงๆอยู่ประมาณ 3 คน  แต่ที่เหลืออีก 7 คนนั้น ไม่ได้เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว นั่นก็แสดงว่าผู้รับฝาก ได้ "เงินกินเปล่า" ไป 7,820 (
ยอดเต็ม ) - 2,346 ( ค่าภาษีของ 3 คน คือ 782x 3 ) = 5,474 บาท เข้ากระเป๋าเหนาะๆ มองภาพออกหรือยังครับ

       ส่วนการที่ว่าคุณลูกค้าจะอยู่ในกลุ่มของ 3 คนแรกที่โดนภาษี หรืออยู่ในกลุ่ม 7 คนหลังที่ไม่โดนภาษี ก็เป็นเรื่องของ "ดวง" ล้วนๆเลยครับ ผมพูดตรงนี้ได้เพราะมีประสบการณ์นะครับ ไม่ใช่คิดอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมา  เหตุที่ว่าเป็น "ดวง" ก็เพราะระบบศุลกากรเขาไม่สามารถตรวจพัสดุทุกห่อได้หรอกครับ มันเยอะมาก ดังนั้น จึงใช้ "ระบบสุ่มตรวจ" เอา ใครเจอตรวจก็โดนภาษีไป



jenaragon.com

(ภาพบน) เคซีนโปรตีน

       (ภาพบน) สินค้าสุดฮิตที่ทางทีมงานซื้อให้กับลูกค้ามาหลายร้อยขวดแล้ว ก็คือเคซีนโปรตีน ดังที่เห็นเป็นขวดสีฟ้าในภาพข้างบนนี้ ซึ่งตามปกติแล้ว ในขนาดขวดละ 1.8 กก.หรือ 4 ปอนด์นี้ ก็จะเสียภาษี 820 บาท / และก็มีลูกค้าหลายคน กลัวเรื่องการไปจ่ายภาษี เพราะคิดว่ามันยุ่งยาก  ( ซึ่งความจริง มีแค่บัตรประชาชนใบเดียว และเดินทางไปรับของ ณ.ที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้าน และชำระเงิน ก็ได้ของกลับบ้านแล้วครับ ) ก็เลยชำระแบบเหมาจ่ายให้ทีมงาน คือหมายความว่าให้ช่วยไปรับสินค้าและเสียภาษีให้ด้วย

       ( ขอแทรกนิดนึงครับ - จิตวิทยาของลูกค้าจะเป็นดังนี้ครับ  ราคาเคซีนโปรตีน จากต่างประเทศ เมื่อคิดรวมค่าส่งแล้ว ก็จะประมาณ 2,700 บาท / คราวนี้ พอทีมงานฯบอกว่าต้องเสียภาษีอีก 820 บาท   ลูกค้าก็จะคิดในใจว่า ราคารวมทั้งหมดนี้คือ 2,700 + 820 =  3,520 บาท ก็ เป็นราคาที่รับได้ เพราะราคาเวย์ในไทยก็ 4,000 บาท แล้ว  ก็เลยตัดใจ โอนเงินทั้งหมด 3,520 บาท มาให้ทีมงานสั่งซื้อและให้ช่วยเสียภาษีให้ด้วยเลย เพราะลูกค้าหลายคนไม่เดือดร้อนเรื่องเงินเท่าไร แต่ที่อยากให้ทีมงานทำให้ทั้งหมด ก็เพราะไม่อยากยุ่งยากเรื่องการไปเสียภาษี (เพราะคิดว่ามันยุ่งยากไงครับ แต่ความจริงมันไม่ยุ่งยากอะไรเลย) )

       ลองคิดดูเล่นๆนะครับ ถ้าทีมงานตีเรทค่าภาษีไว้ขวดละ 820 บาท โดยลูกค้าเต็มใจที่จะจ่ายเงินค่าภาษี 820 บาทนี้ให้ทีมงาน ด้วยการเหมาจ่าย คือจะเสียภาษีค่าเคซีนนี้หรือไม่ เขาก็ยินดีจ่าย 820 บาทให้ทีมงาน เพื่อวานให้ทีมงานเอาไปชำระภาษีให้ด้วย 

       แล้วปรากฏว่าในเคซีน 400 ขวดนั้น มีที่ไม่เสียภาษีเลยถึง 200 ขวด คิดดูว่าทีมงานจะได้กำไรเท่าไร  ก็เอา 820 บาท "คูณด้วย" 200 ก็เป็นเงิน 164,000 บาท / ไอ้เจ้า เงิน 164,000 บาท นี่แหละครับคือ "เงินกินเปล่า" โดยที่คุณลูกค้าแต่ละคนก็ไม่รู้เลยว่าทีมงานจะได้เงินกินเปล่าเป็นหลักแสนขนาดนี้ เพราะแต่ละคนก็แค่เหมาจ่ายให้ทีมงานไปเสียภาษีให้ คนละ 820 บาท

       แรกๆทางคุณลูกค้าก็ค่อนข้างจะฉุน ที่ทางทีมงานไม่ยอมรับการเหมาจ่าย ( คือไม่ยอมรับเงินแบบเหมาจ่าย ที่จะให้ทีมงาน Tuvagroup.com ไปเสียภาษีให้ ) แต่เมื่อทางทีมงานให้เขาทดลองจ่ายภาษีด้วยตัวเองกันแล้ว ก็มีเมลล์มาบอกดังข้างล่างนี้ครับ



(ภาพบน) เมลล์ตัวจริงที่ลูกค้าส่งมาให้อ่าน

        "ความซื่อสัตย์" เป็นสิ่งสำคัญ หากทีมงานไม่บอกลูกค้าเลยว่า เคซีนนั้น บางครั้งก็ไม่ต้องเสียภาษีล่ะก็  ก็จะทำให้ทีมงานได้เงินกินเปล่าไปเรื่อยๆเป็นแสนๆบาท เพราะลูกค้าจะไม่มีทางรู้ได้เลย ( เพราะลูกค้าเหมาจ่ายให้ทีมงานฯ ไปเป็นผู้เสียภาษีให้ )

       แต่แทนที่จะเลือกเงินเกือบสองแสน ( คือเงินกินเปล่า ) ทางทีมงานกลับเลือกที่จะบอกความจริงกับคุณลูกค้า ( ว่าควรไปเสียภาษีเองดีกว่า ) แล้วกินค่าบริการแค่ 75 บาท ก็พอ

       "ความซื่อสัตย์" ก็เลยทำให้ทีมงาน Tuvagroup.com ผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้ จนจะสิบปีแล้วน่ะครับ 

       สำหรับวิธีไปรับของนั้น ผมได้ทำอธิบายละเอียดไว้ให้แล้วครับ ที่ลิงค์  http://www.tuvagroup.com/3Hpatic-001001M-570722-0726.html

สรุปว่า การเสียภาษีด้วยตัวเอง ทั้งง่าย ทั้งโปร่งใส และไม่ต้องเสียเงินกินเปล่าให้ใคร  ทางเวบจึงเลือกวิธีนี้มาใช้กับการซื้อสินค้าจากต่างประเทศให้กับลูกค้าน่ะครับ

แถมท้าย - ข้างล่างนี้ก็เป็นตัวอย่างเมลล์ของจริงอีกอันหนึ่ง ซึ่งเป็นของลูกค้าอีกท่านหนึ่ง ที่สั่งซื้อเคซีนโปรตีนอันเดียวกัน ,ขนาดเดียวกัน ( คือ 1.8 กก. ) ,ปริมาณเท่ากัน ( คือ 1 ขวด ) และซื้อจากเวบเดียวกันกับลูกค้าท่านข้างบน ( คือซื้อจากเวบ Bodybuilding.com )  ลองดูนะครับว่าแตกต่างกันอย่างไร



       (ภาพบน) มีรายละเอียดดังนี้คือ

ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ - บอกว่าเป็นวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 ก็หมายความว่า เป็นการรับสินค้าหลังจากลูกค้ารายแรก ( ซึ่งรับสินค้าเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2556 ) แค่ 9 วัน ( เดี๋ยวดูต่อครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น จากการที่รับสินค้าต่างกันแค่ 9 วัน )

ตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ - ให้รายละเอียดเราได้ว่า

       - ลูกค้าท่านนี้ เคยฝากทีมงาน Tuvagroup.com  "ซื้อเคซีน" ให้ 2 ครั้งแล้ว

       - แต่การสั่งซื้อครั้งที่แล้ว  เสียภาษีไปแค่ 500 บาท

       - แต่การสั่งซื้อครั้งนี้ กลับเสียภาษีถึง 1,000 บาท


       ดังนั้น จากตัวอย่างเมลล์ตัวจริง ของคุณลูกค้าสองท่านข้างบนนี้ จึงได้ข้อมูลว่า

       1.ลูกค้าทั้งสองท่านข้างบนนี้ ได้ซื้อสินค้าตัวเดียวกัน ,ปริมาณเท่ากัน โดยฝากทีมงาน Tuvagroup.com ให้สั่งซื้อ เคซีนโปรตีน จากเวบ Bodybuilding.com เหมือนกัน ( ก็คือมีแหล่งซื้อจากที่เดียวกัน ก็คือเวบ Bodybuilding.com ) ในเวลาไล่เลี่ยกัน ( หมายถึง ช่วงเวลาที่ฝากซื้อสินค้า ก็ไล่เลี่ยกัน

       2. เมื่อสินค้ามาถึงมือลูกค้าคนที่หนึ่ง ( คือคุณ pramote - ในเมลล์ก่อนหน้านี้ ) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2556  ปรากฏว่าคุณ pramote ไม่ต้องเสียภาษีเลยแม้แต่บาทเดียว 

       3.หลังจากนั้น เวลาห่างกันแค่ 9 วัน ลูกค้าคนที่สอง ( คือคุณ Attapong - ในเมลล์ข้างบนนี้ ) ก็ได้รับของ คือรับเคซีนไว้เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 แต่ปรากฏว่า คุณ Attapong ต้องเสียภาษีถึง 1,000 บาท

       4.และคุณ Attapong ยังพูดให้ฟังอีกด้วยว่า ครั้งที่แล้ว เสียภาษีแค่ 500 บาทเอง


       เมื่อเอารายละเอียดทั้งหมด มาสรุป จึงได้ว่า

       สถานที่รับสินค้าที่เดียวกัน ( คือบ้านของคุณ Attapong ) ซึ่งสั่งซื้อสองครั้ง แต่ปรากฏว่า ในการได้รับสินค้าทั้งสองครั้งนั้น กลับเสียภาษีไม่เท่ากัน คือครั้งที่ 1 เสียแค่ 500 บาท แต่ครั้งที่สอง เสียถึง 1,000 บาท

       ตัวสินค้าเป็นตัวเดียวกัน ปริมาณเท่ากัน สั่งซื้อจากที่เดียวกัน ( คือซื้อจากเวบ Bodybuilding.com ) แต่เมื่อสินค้ามาถึงมือลูกค้าสองคน ในเวลาไล่เลี่ยกัน  ปรากฏว่าลูกค้าคนหนึ่ง ไม่ต้องเสียภาษีเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ลูกค้าอีกคนหนึ่งเสียภาษีถึง 1,000 บาท

       นั่นแปลว่า ไม่มีใครบอกได้ล่วงหน้าว่า ในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศนั้น จะเสียภาษีอากรเท่าไร? เพราะขนาดสินค้าตัวเดียวกัน ปริมาณเท่ากัน สั่งซื้อจากที่เดียวกัน และรับของในเวลาไล่เลี่ยกัน กลับยังเสียภาษีต่างกันเป็นพันบาท เหมือนตัวอย่างของจริง ในการสั่งซื้อเคซีนโปรตีนให้คุณลูกค้าสองท่าน ในเมลล์ข้างบนนี้

       ดังนั้น เราจึงไม่ควรให้ "เงินกินเปล่า" กับผู้ให้บริการรับฝากซื้อสินค้า ด้วยการเหมาจ่ายค่าสินค้าด้วยและค่าภาษีด้วย / ที่ถูกคือ เราควรจะไปเสียภาษีด้วยตัวเอง เพราะมันคือวิธีที่ฉลาดที่สุดแล้วครับ และวิธีการเสียภาษีก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดด้วยครับ ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียว กับเอกสาร 1 ใบ ที่ทางไปรษณีย์เขาส่งมาให้เราที่บ้านนั่นเองครับ 

 


 

- END -