มันเป็นเรื่องของธุรกิจ


       เพื่อนสมาชิกอาจจะงง ในกรณีที่ถามผมมา ด้วยความสงสัยว่า ไอ้เจ้ากีฬา Body weight training คืออะไร? กีฬา Body combat คืออะไร? ฯลฯ แต่ผมดันขึ้นหัวข้อบทความนี้ไว้ว่า "มันเป็นเรื่องของธุรกิจ" ซะอย่างนั้น

       ไม่เป็นไรครับ รบกวนให้เพื่อนสมาชิกอ่านบทความนี้ก่อน แล้วจะมองภาพออก ว่าจริงๆแล้วไอ้พวกกีฬาอื่นๆ ( ที่ไม่ใช่เพาะกาย ) นั้น มันก็ไม่ได้เลิศหรูไปกว่าการเพาะกายแต่อย่างใด เป็นเป็นแค่เรื่องของธุรกิจ ที่ใช้การสร้างกระแสกันขึ้นมา เพื่อหวังจะขายสินค้าของตัวเองให้ได้ / ลองดูคำอธิบายที่ผมทำภาพประกอบให้เข้าใจง่ายๆดังข้างล่างนี้ครับ


       ( ภาพบน ) เมื่อร้อยปีก่อน กีฬาเพาะกาย ได้เกิดก่อนกีฬาในหมวดรักษาสุขภาพอื่นๆ / นั่นหมายความว่า เมื่อประชาชนพูดถึงการมีสุขภาพดี เขาก็จะนึกถึงเรื่องการเพาะกาย คือการเสริมสร้างความแข็งแรงให้มัดกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น และกระดูก ดังจะเห็นได้จากพระเอกหนังไทยยุคก่อนๆ จะมีกล้ามเป็นมัดๆทั้งนั้น เพราะแฟชั่นเรื่องการรักษาสุขภาพ สมัยก่อนเขาเป็นอย่างนั้น  ( คือ ใช้การเพาะกาย ในการทำให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี จนเป็นแฟชั่นว่าคนที่มีมัดกล้าม ก็คือคนที่แสดงให้เห็นว่าตัวเองมีสุขภาพดี )



       ( ภาพบน ) หลักการตลาดทั่วไปก็คือ เมื่อตลาดมีความต้องการ ก็จะมีพ่อค้าจัดหาสินค้ามาสนองความต้องการของตลาด / ดังนั้น จึง "เริ่ม" มีสินค้าเกี่ยวกับการเพาะกายขาย โดยผมใช้คำพูดแทนตัวสินค้าเหล่านั้น เป็น ตัวหนังสือสีแดง ว่า ร้านค้าที่ 1 ,ร้านค้าที่ 2 ,ร้านค้าที่ 3 และร้านค้าที่ 4 เรียงไปตามเส้นทางสู่เป้าหมาย ( เป้าหมายก็คือ "การมีสุขภาพดี" ) คือหมายความว่า เมื่อคุณจะเดินทางไปสู่เป้าหมาย ( คือการมีสุขภาพดี ) นั้น ข้างๆหนทางเดินของคุณ ก็จะมีพ่อค้า แม่ค้าเอาสินค้าที่เกี่ยวกับการเพาะกายมาขาย โดยตั้งเป็นร้านค้า วางขายอยู่ข้างทาง ( อันนี้ผมอธิบายแบบเป็นนามธรรมนะครับ อย่างง )

       คำว่า "เอาสินค้าเกี่ยวกับการเพาะกายมาขาย" ก็หมายถึงว่า ( ดูในรูปบนนะครับ ) ร้านค้าที่ 1 ก็เป็นการเปิดโรงยิมให้บริการแบบเก็บเงิน / ร้านค้าที่ 2 ก็เป็นการขายอุปกรณ์เพาะกาย / ร้านค้าที่ 3 ก็เป็นการขายอาหารเสริมสำหรับเพาะกาย / ร้านค้าที่ 4 ก็เป็นการขายเสื้อผ้าสำหรับนักเพาะกายโดยเฉพาะ ( เพราะใส่ขนาดเดียวกับคนทั่วไปไม่ได้ )



       ( ภาพบน ) เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า นานเข้า คือจะเป็นร้อยปีแล้ว สินค้าสำหรับกีฬาเพาะกายที่ขาย ก็แตกไลน์ออกไป เกิดเป็นร้านค้าใหม่ๆขึ้นมามากมาย ยกตัวอย่างเช่น โรงยิม ก็แยกเป็นโรงยิมที่มีเครื่องปรับอากาศ และโรงยิมที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ  / อุปกรณ์เพาะกาย ก็คิดค้นรูปแบบใหม่ๆ แล้วใส่ชื่อใหม่ๆเข้าไป เช่น อุปกรณ์ นอติลุส ... ( คำว่า .จุด จุด จุด.. ในที่นี้ ก็คือ ให้ใส่ชื่อท่าบริหารลงไป เช่น นอติลุส tricep extension บ้าง ,นอติลุส พูลโอเวอร์ บ้าง ฯลฯ ) ,อุปกรณ์ Hammer Streangth ... ( Seat rows บ้าง ,พูลโอเวอร์บ้าง ฯลฯ ) / อาหารเสริม ก็เพิ่มตัวใหม่ๆเข้ามา จากที่เคยเป็นอะมิโนแอซิดเพียวๆ ก็ถูกแยกออกมาขายเป็นเวย์โปรตีน ส่วนหนึ่ง ,อาร์จีนีน ส่วนหนึ่ง ,ครีเอทีน โมโนไฮเดรตส่วนหนึ่ง / เสื้อผ้านักเพาะกาย ก็แยกเป็นเสื้อผ้าตอนใส่ไปทำงาน ,ตอนใส่เป็นชุดลำลองอยู่บ้าน ,ตอนใส่ในโรงยิม ( โดยเฉพาะเรื่องแฟชั่นเสื้อผ้าในโรงยิมนี้ จะเห็นได้ชัดสำหรับ ผู้หญิง / เพราะคุณต้องไม่ลืมว่า ผู้ชายที่อยู่ในโรงยิมนั้น จะผลิตฮอร์โมนเทสทอสเตอโรน มากกว่าผู้ชายบนท้องถนนทั่วไป เพราะเขาออกกำลังบ่อยกว่า ดังนั้น เมื่อมีอะไรสวยๆงามๆเกี่ยวกับผู้หญิง ( ที่ผู้ชายมองเห็นผู้หญิงคนนั้นในโรงยิม )  หนุ่มๆพวกนี้ก็จะมองกันตาเป็นมันเลยทีเดียว ( เทสทอสเตอโรนของผู้ชาย ทำให้เกิดพฤติกรรมเหล่านี้ )  ,นักธุรกิจจับสังเกตุตรงนี้ได้ จึงมีแฟชั่นสำหรับนักเพาะกายหญิงออกมาเยอะมาก )

       ในภาพข้างบน ผมเขียนไว้บนสุดว่า เป็นร้านค้าที่ 4,000  ก็หมายถึงว่าผม "สมมติ" ว่ามีการ แตกไลน์สินค้าที่จับต้องได้ ( เช่น อาหารเสริม ,อุปกรณ์ )  ,แตกไลน์สินค้าที่จับต้องไม่ได้ ( เช่น บริการเทรนเนอร์ส่วนตัว ,บริการนวดให้นักเพาะกาย ) ,แตกไลน์สินค้าแบบเดียวกัน แต่แยกเป็นบริษัท ( เช่น เวย์โปรตีนเหมือนกัน แต่ก็จะมีบริษัท มัสเซิลเทค ,บริษัทไดมาไทซ์ ,บริษัท GNC ที่ทำเวย์มาเหมือนๆกัน ) / คือหมายความว่า จากการรวมทุกการแตกไลน์ที่ว่ามานี้ ผมสมมติว่า ให้เป็นการแตกไลน์ 4,000 รูปแบบ ( คือแทนด้วยคำว่า มีร้านค้า 4,000 ร้านแล้ว )




       ( ภาพบน ) ต่อมา ได้มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ ไฟแรง และเงินทุนหนา  ที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพแต่อย่างใดมาก่อนเลย  คือมีแต่เงินอย่างเดียว  ต้องการมองหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อจะเอาเงินของตนไปลงทุน

       นักธุรกิจคนนี้ ( ที่ผมสมมติเอา ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ ) จับกระแสได้ว่า ตอนนี้ ตลาดเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ กำลังไปได้ดี และมีอนาคตไกล  นักธุรกิจคนนี้ จึงเข้ามามองในตลาดรักษาสุขภาพนี้ แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อมองไปที่ตลาดดังกล่าว ก็เลยอุทานออกมาว่า " บ๊ะ ตูข้า มาช้าไปแล้ว ตลาดรักษาสุขภาพนี้ มีพวกเพาะกาย มันยึดหัวหาดไปหมดแล้ว มีร้านค้าตั้ง 4,000 ร้านแล้ว ถ้าตูข้าลงทุนลงไปในตลาดนี้ ( คือตลาดเพาะกาย )  กำไรคงจะได้น้อย เพราะคงทำได้แค่เข้าไปแบ่งส่วนแบ่งการตลาดกับเขาเท่านั้น "


naldzgraphics.net

       ลักษณะพิเศษของนักธุรกิจ คือ มีเงินหนา ,มีการทำงานเป็นทีม ,มีผลตอบแทนในด้านต่างๆให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น นักธุรกิจ จึงใช้ข้อได้เปรียบเหล่านี้  เอาไป สร้าง ตลาดที่เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ อันใหม่ๆขึ้นมา  ไม่ให้ซ้ำกับตลาดเพาะกายที่ยึดหัวหาดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว 

       โดยการสร้างตลาดใหม่ๆที่ว่านี้ ไม่ใช่เพราะนักธุรกิจพวกนี้ หวังดีต่อสุขภาพของคนอื่นหรอกครับ ( เพราะมันมีการเพาะกายทำหน้าที่นี้อยู่แล้วในตลาด ) แต่ที่เขาสร้างตลาดใหม่ๆขึ้นมา ก็เพื่อหวังผลทางธุรกิจเท่านั้น / ซึ่งนักธุรกิจนี้ ก็ดำเนินตามแผน ด้วยการประชุมกันเป็นทีม ,การโหมโฆษณา ,การประชาสัมพันธ์ออกสื่อต่างๆ ,การให้สปอนเซอร์ รายการวิทยุ รายการเกมโชว์ต่างๆ ,การให้ผลตอบแทนกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ให้เงินแก่นักวิชาการที่พูดเชียร์สินค้าให้  หรือให้ทุนสนับสนุน นักวิจัย ที่วิจัยออกมาว่า ของข้าฯดี .. ,ของคนอื่นไม่ดี... ฯลฯ




       ( ภาพบน ) ผมขอใช้ภาพแทนคำอธิบาย ดังภาพข้างบนนี้นะครับ / ภาพข้างบนนี้ ก็อธิบายถึงว่า พอนักธุรกิจรวยทรัพย์  ที่ต้องการสร้างตลาดใหม่ๆผู้นี้ ( นักธุรกิจคนนี้ คือคนที่ผมใช้ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ใน 2 ภาพข้างบนนก่อนหน้านี้  ซึ่งโดยที่ส่วนตัวนั้น นักธุรกิจผู้นี้ ไม่มีความพิสมัยในเรื่องการออกกำลังกายแต่อย่างใดเลย แต่ทำไปเพื่อหวังผลทางธุรกิจเท่านั้น ) เห็นว่าไม่สามารถสู้ในตลาดเพาะกายได้แน่ๆแล้ว  เขาจึงต้อง ขุดราก ถากถางทาง สร้างถนนหนทางขึ้นมาใหม่ โดยสมมติว่าถนนเส้นนั้น เป็น ถนนสีม่วง ตามที่เห็นในรูปภาพข้างบนนี้




       ( ภาพบน ) หลังจากสร้างถนนเส้นสีม่วงเส้นใหม่นี้เสร็จแล้ว เขาก็ตั้งชื่อถนนเส้นใหม่นี้ว่า "การมีสุขภาพดี ด้วย Fitness"

       การทำทางขึ้นมาใหม่ที่ผมพูดถึงนี้ ก็คือการโหมประชาสัมพันธ์ ว่าฟิตเนส ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ,เป็นการค้นพบใหม่ๆ ,ดีกว่าเพาะกาย ,รูปร่างเหมือนมนุษย์ ไม่เป็นยักษ์ปักหลั่นแบบนักเพาะกาย ( ทั้งๆที่จริงๆแล้ว การเพาะกาย มันก็มีให้เลือกแบบ Hardcore คือแบบแข่งขัน ,กับแบบ Non Hardcore คือหุ่นแบบนายแบบธรรมดา ตัวไม่ใหญ่มาก - แต่พวกนักธุรกิจพวกนี้มันฉลาด มันทำให้คนเข้าใจว่า Fitness ให้ผลดีกว่าการเพาะกาย  )




       ( ภาพบน ) และก็เป็นไปดังคาด คือเมื่อนักธุรกิจ ( ผู้ไม่ได้รักสุขภาพ แต่รักเงินที่จะได้จากธุรกิจเท่านั้น ) ผู้นี้ ได้ทำทางใหม่เสร็จแล้ว ( ที่เรียกว่า "การมีสุขภาพดี ด้วย Fitness"  )  ก็มีร้านค้าเกิดขึ้นเพื่อรองรับตลาดใหม่นี้  ( คือตลาด Fitness ) เกิดขึ้นราวดอกเห็ด ทำให้พ่อค้าและนักธุรกิจต่างๆ พากันรวยกันเป็นแถว เพราะไม่ต้องไปง้อตลาดเพาะกายอีกแล้ว เหมือนที่ผมอธิบายไว้ที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/4Bdbdarticle-001001G-560615-1637.html 

       และแล้ว วัฏจักร ก็กลับไปที่เดิม คือมีร้านค้าเกิดขึ้นจนเต็มอีก ( โดยผมสมมติว่ามีร้านใหม่สำหรับเส้นทาง Fitness นี้ ถึง 10,000 ร้านแล้ว ) แต่ปัญหาก็คือ ยังมีนักธุรกิจใหม่ๆไฟแรงๆคนอื่นๆ  ที่พึ่งกู้เงินจากธนาคารได้เป็นร้อยๆล้าน กำลังมองหาลู่ทางทำธุรกิจใหม่ๆ เพื่อจะได้เอาเงินที่กู้มาจากธนาคาร เอาไปลงทุน  ได้เข้ามามองหาช่องทางการตลาด ในตลาดการรักษาสุขภาพ

       แต่แล้ว นักธุรกิจใหม่ๆ ไฟแรงๆ ผู้นี้ ก็เห็นว่าในตลาดรักษาสุขภาพนี้ มันมีสองตลาดใหญ่ๆอยู่แล้ว คือ ตลาดของกีฬาเพาะกาย และตลาดของกีฬาฟิตเนส ซึ่งแต่ละตลาด ก็มีร้านค้าอยู่เต็มเหยียดทั้งหมดแล้ว ถ้าลงไปแย่งส่วนแบ่งการตลาด ก็คงจะทำให้ได้ผลกำไรน้อย  "อย่ากระนั้นเลย ตูสร้างถนน ( หมายถึง สร้างตลาดอันใหม่ ) ขึ้นมาดีกว่า" 





       ( ภาพบน ) ว่าแล้ว นักธุรกิจใหม่ๆ ไฟแรงๆ ที่พึ่งกู้เงินมาจากธนาคารได้ รายนี้ ก็ให้ลูกน้องทำการถางถางทาง สร้างถนนเส้นใหม่ขึ้นมา โดยผมสมมติในภาพว่าเป็นการสร้าง ถนนสีน้ำเงิน ดังภาพข้างบนนี้





       ( ภาพบน ) เมื่อสร้างถนนเส้นสีน้ำเงินนี้เสร็จแล้ว เขาก็ตั้งชื่อถนนเส้นนี้ว่า " การมีสุขภาพดี ด้วย Natural Bodybuilding "

       เมื่อทำถนนใหม่เสร็จอย่างนี้แล้ว ที่เหลือก็คือการรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากร้านค้าต่างๆ ที่จะมาตั้งร้านขายที่ข้างทางของถนนเส้นนี้ ( ถนนที่ชื่อว่า "การมีสุขภาพดี ด้วย Natural Bodybuilding" ) / อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Natural Bodybuilding ได้ที่ลิงค์  http://www.tuvayanon.net/N-ep6-001001A-570623-2230.html 

       และรูปแบบวัฏจักร มันก็จะเกิดซ้ำๆกันอย่างนี้  จะมีผู้ที่พยายาม "สร้างภาพ" ว่าตัวเองนั้น เป็นผู้ค้นพบรายแรกในเรื่องต่างๆ เช่น ค้นพบกีฬา Body weight training ,เป็นผู้นำเอากีฬาเมื่อพันปีที่แล้วมาใช้ประโยชน์ เช่น โยคะ ,เป็นผู้ค้นพบกีฬา Body Combat ฯลฯ เพื่อหวังผลทางธุรกิจ คือหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองทั้งนั้น / เพราะการโหมประชาสัมพันธ์อย่างหนัก ก็จะทำให้ลูกค้า ที่เหมือนแมงเม่าเข้ามา เสียเงินเพื่อทดลองฝึก แล้วพอเห็นว่าฝึกไม่ได้ผล ก็เลิกไป / เพียงแต่ว่า แค่การ ทดลองฝึกดู แค่นี้ ก็ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ธุรกิจนั้นๆ มากมายมหาศาลแล้ว  เหมือนกับการโหมโฆษณาหนังอย่างหนัก ซึ่งแม้ว่าหนังนั้นจะไม่สนุก แต่ว่า แค่คนเข้าไปดูหนังคนละรอบ ( ตามแรงโหมของโฆษณา ) ก็ทำให้เจ้าของหนัง รวยเละแล้ว ไม่ว่าหนังนั้นจะห่วยขนาดไหนก็ตาม

       เพื่อนสมาชิกอาจจะคิดว่า การคิดค้นกีฬารูปแบบใหม่ๆต่างหาก ที่น่าจะ "ดีกว่าการเพาะกาย"  แต่ผมขอให้ทำความคิดเสียใหม่  เพราะถ้าการค้นพบใหม่ๆนั้นดีกว่าของเก่าจริงล่ะก็  ของเก่าทั้งหลายก็จะหายไปจากตลาด ยกตัวอย่างเช่น การค้นพบทีวีสี ( ซึ่งเป็นของใหม่ ) ก็จะทำให้ทีวีขาวดำ ( ซึ่งเป็นของเก่า ) หายไปจากตลาด

       แต่ปรากฏการณ์กลับตรงข้าม เพราะกีฬาเพาะกาย กลับอยู่ยงคงกระพันมาเป็นร้อยปี เพราะถ้าการค้นพบกีฬาใหม่ๆ เช่นฟิตเนส ,Natural Bodybuilding ,Body weight training
,Body Combat  มันดีกว่าการเพาะกายจริง การเพาะกาย ก็คงจะหายไปจากตลาด เหมือนทีวีขาวดำไปแล้ว

       ผมจะไม่ขัดใจ หากเพื่อนสมาชิกจะทดลองเล่นกีฬาใหม่ๆ  เพราะอย่างไรเสีย สุดท้ายแล้ว คุณก็จะได้รู้ด้วยตัวเองอยู่ดีแหละว่า กีฬาเพาะกายนั้นเหมาะสมกับคุณที่สุดแล้ว / แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียเวลาไปเรียนรู้อย่างนั้น ( คือการเรียนรู้ ที่ว่า ท้ายที่สุดแล้ว การเพาะกายนั้นดีที่สุดแล้ว )  คุณก็อย่าใช้เวลาไปคิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับกีฬาพวกนั้นเลยครับ  อยู่แต่ในแวดวงของเรา คือกีฬาเพาะกาย น่ะดีที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นกีฬาที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว ได้รับการพิสูจน์ จากรุ่น สู่รุ่น จากปู่ สู่พ่อ จากพ่อ สู่ลูก มาเป็นร้อยๆปีแล้วครับ ว่าประหยัดค่าใช้จ่าย ,เห็นผลการฝึกได้จริง ,สร้างบุคลิคภาพ และจะได้มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นด้วย ( เพราะเล่นที่บ้านได้ ) / อีกทั้งจะได้มีเวลา ใช้หัวคิดไปในเรื่องอื่นๆ เช่นทำอย่างไรจะหาเงินเข้าบ้านได้มากขึ้น ( เพราะไม่ต้องใช้เวลาหมดไปกับการปั่นจักรยาน หรือเดินบนสายพาน วันละชั่วโมง อาทิตย์ละ 5 วัน เหมือนกีฬาฟิตเนส )

       และถ้าสังเกตุให้ดี ในภาพทั้งหมดที่ผมทำสื่อออกมาให้เห็นนั้น หนทางสู่การเพาะกาย ผมได้ทำเป็น เส้นสีดำ "ตรงๆ" ไปสู่เป้าหมาย ( คือการมีสุขภาพดี ) / ส่วนเส้นทางอื่นๆ มันเป็นเส้นทางแบบอ้อมๆ คดเคี้ยวไปมาทั้งนั้น ไม่ใช่เส้นทางตรง และเป็นทางลัด ( คือเร็วกว่าวิธีอื่น ) เหมือนการเพาะกายเลยครับ

       เชื่อผมเถอะครับ  เริ่มเล่นเพาะกายเสียตั้งแต่วันนี้ พอคุณอายุมาก เส้นเอ็นตามข้อเข่าของคุณก็จะแข็งแรงกว่าคนวัยเท่าๆกับคุณที่ไม่ได้เพาะกายเลย ,ในขณะที่ถ้าคุณเล่นแต่กีฬาบาส หรือแบตตอนหนุ่มๆล่ะก็  ท้ายที่สุด หัวเข่าของคุณก็จะเสียตั้งแต่วัยกลางคนกันแล้ว ไม่ต้องรอให้แก่เลย  ดังนั้น กีฬาเพาะกายน่ะ ดีที่สุดแล้วครับ เหมือนที่ผมเขียนไว้ที่บทความที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/4Bdbdarticle-001001F-5602091843.html


- END -