เทียบการซื้อของที่เวบทางการ กับที่เวบอีเบย์


 

       สมมติว่าคุณลูกค้าเป็นสาวกผู้คลั่งไคล้ทีมฟุตบอล Southampton และอยากได้ผ้าพันคอของทีม แบบที่เห็นในรูปข้างบนนี้  สิ่งแรกที่คุณลูกค้าคิดถึง ก็คือเวบอย่างเป็นทางการของทีมนี้ ( หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Southamton FC Offical Website ) ดังภาพข้างล่างนี้


http://ssl.saintsfc.co.uk/home

       ( ภาพบน ) ตอนนี้ ทีมงานจะทดลองซื้อสินค้าผ้าพันคอของทีม Southampton ให้กับคุณลูกค้านะครับ เพื่อจะเอามาเปรียบเทียบกับการซื้อจากเวบอื่น แล้วมาดูว่ามันแตกต่างกันอย่างไร  เรามาเริ่มกันเลยครับ


http://ssl.saintsfc.co.uk/product/19400/40000/1

       ( ภาพบน ) ตอนที่เราเข้าไปเลือกซื้อผ้าพันคอในเวบทางการอันนี้ ( Southamton FC Offical Website ) สิ่งที่ทีมงานขอชม ( ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าชม "เพียงเรื่องเดียว" ) ก็คือการจัดภาพ การใช้สี การออกแบบหน้าตาเวบทำได้ดีมาก ( แต่ระบบการสั่งซื้อทั้งหมด จะเฮงซวยมาก ซึ่งจะได้ดูกันต่อไปครับ ) เหมือนที่เราเห็นในรูปข้างบนนี้  เหตุที่หน้าตาเวบทำได้ดีก็เพราะว่า พวกนี้เขาต้องจ้างพวกที่รับจ้างทำเวบเป็นอาชีพอยู่แล้ว ให้มาทำเวบไซท์ของทีม Southamton

       คราวนี้ ขึ้นชื่อว่ามืออาชีพที่รับทำเวบนี้ ก็คือคนอังกฤษใช่ไหมครับ และถ้าลูกค้า เป็นลูกค้าชาวอังกฤษด้วยกัน เวลาที่ลูกค้าชาวอังกฤษจะสั่งซื้อของจากเวบนี้ ก็จะได้รับความสะดวกสบาย เหตุก็เพราะคนที่รับจ้างทำเวบนี้เป็นคนอังกฤษ ก็เลยเข้าใจปัญหาเรื่องการสั่งซื้อที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษได้เป็นอย่างดี เขาเลยแก้ปัญหาระบบการสั่งซื้อทั้งหมด ( สำหรับลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษด้วยกัน ) ไว้ได้เป็นอย่างดี

       "แต่" เมื่อลูกค้าเป็นคนไทย  ไอ้เจ้า "ความเป็นมืออาชีพในการทำเวบ" ของคนอังกฤษคนนี้ ก็สูญค่าไปเลย เหตุก็เพราะคนอังกฤษที่เป็นมืออาชีพในการทำเวบนี้ "ไม่มีประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์น้อยมาก" ในการรับมือกับการสั่งซื้อสินค้าโดยลูกค้าที่ไม่ใช่คนอังกฤษ / แล้ววัดกันตรงไหนว่าคนอังกฤษที่ทำเวบคนนี้ มีประสบการณ์น้อยมาก / คำตอบก็คือ ให้เทียบเรื่องระบบการสั่งซื้อพื้นฐานของเวบ Offical Website นี้ เมื่อเอาไปเทียบกับระบบการสั่งซื้อพื้นฐานของเวบขายของอื่นๆ เช่นที่เวบอีเบย์ ( ซึ่งคนขายของที่เวบอีเบย์ ถ่ายรูปแบบห่วยๆ ออกหน้าแบบเวบแบบห่วยๆ แต่กลับมีประสบการณ์การขายของให้กับลูกค้าคนไทยได้ดีกว่าเวบ Offical Website ของ Southamton เป็นอย่างมาก ) และเพื่อไม่ให้เห็นว่าเป็นการใส่ร้ายเวบ Offical Website ของ Southampton มากเกินไป ทีมงานก็จะทดลองสั่งซื้อให้ดู แล้วเทียบกันให้คุณลูกค้าเห็นด้วยตาเลยครับ  

       เริ่มต้นด้วยการกดปุ่มสั่งซื้อ ( Add to Basket ) ผ้าพันคอที่เวบ Offical Website ของ Southampton ตามที่เห็นเป็น ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ ( ราคาผ้าพันคอนี้ ผืนละ 8 ปอนด์นะครับ ) เมื่อกดปุ่ม Add to Basket แล้ว ระบบก็เริ่มคำนวณราคาให้เห็นตามรูปข้างล่างนี้



 

       ( ภาพบน ) สิ่งแรกที่เห็นคือ เราต้องจ่ายค่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ( VAT ) ด้วย ( ตรงที่  ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพบน ) ซึ่งก็เป็นเงินจำนวน 1.33 ปอนด์ หรือประมาณ 16 % ของราคาสินค้า ( ราคาสินค้าคือ 8 ปอนด์ ) / ซึ่งคุณลูกค้าอาจคิดว่าไม่เห็นเป็นไรเลย แค่ 1.33 ปอนด์เอง "แต่" ถ้าคุณลูกค้าซื้อสินค้าราคาเป็นร้อยๆปอนด์ เช่นเสื้อสัก 2 ชุดล่ะ  อย่าลืมนะว่าภาษีมูลค่าเพิ่มพวกนี้ เขาคิดเป็น %  นั่นก็หมายความว่า ยิ่งเราซื้อสินค้าเป็นเงินมากขึ้น ก็จะทำให้เราจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ มากขึ้นตามไปด้วย

       เหตุที่ต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น จริงๆแล้ว การซื้อของทุกอย่างต้องมีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว แต่ต่างกันตรงที่ว่า เวบนี้ มันเป็นเวบแบบเป็นทางการ ( คือ Offical Website ของ Southampton ) มันจึงหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยพวกสรรพากร ( ของอังกฤษ ) เขาไม่ได้ ก็เลยจำเป็นต้องคิดภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปในตัวสินค้า เลยทำให้สินค้าแพงขึ้น

       ในขณะที่ถ้าเราไปซื้อสินค้าตัวเดียวกันนี้ จากคนขายของที่อื่น ซึ่งก็เป็นสินค้าตัวเดียวกันนั่นแหละ แต่ว่าเป็นการขายในร้านเล็กๆ ซึ่งพวกร้านเล็กๆนี้ มีโอกาสหลบเลี่ยงการตรวจสอบเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ดังนั้น คนขายของในร้านเล็กๆพวกนี้ จึงไม่ต้องบวกราคาภาษีมูลค่าเพิ่มลงไปในตัวสินค้า ก็เลยทำให้ขายของได้ถูกกว่าที่เวบ Offical Website ขาย ทั้งๆที่เป็นสินค้าตัวเดียวกัน

       และไอ้เจ้าร้านค้าเล็กๆที่ว่านี้ ก็คือคนขายของในอีเบย์นั่นเอง ซึ่งจะได้ยกตัวอย่างภาพมาให้ดูเปรียบเทียบกันตอนหลังนะครับ ตอนนี้ให้ดูไปทีละอันก่อน คือให้ศึกษาเฉพาะ Offical Website ของ Southampton นี้ให้จบก่อน จะได้ไม่งงครับ




 

       ( ภาพบน ) เป็นขั้นตอนการกรอกที่อยู่ของคนที่จะสั่งซื้อนะครับ ซึ่งชื่อและที่อยู่นี้จะต้องตรงกับข้อมูลที่บัตรเครดิตที่เราจะใช้สั่งซื้อของจากเวบนี้  โดยชื่อและนามสกุลบนบัตรเครดิต ก็คือคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ ( ตามที่เห็น ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ในภาพข้างบน ) - ถึงตรงนี้ คุณลูกค้าอาจคิดว่า "เยอะเกินไปหรือเปล่า" ที่ว่า ต้องอธิบายถึงขนาดว่าชื่อและนามสกุลคืออะไร มันสำคัญอะไรนัก? คำตอบก็คือ สำคัญสิครับ เพราะว่ามันจะเกี่ยวพันโดยตรงกับการสั่งซื้อครั้งนี้  ขอให้อดทนอ่านต่อไปครับ กำลังจะเข้าสู่ประเด็นที่ทีมงานจะพยายามอธิบายแล้ว



 

       ( ภาพบน ) จะเห็นได้ว่าที่อยู่บนบัตรเครดิตของ Webmaster คือ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 ถนนสวนหลวง ร.9 ฯ ถูกกำหนดให้เป็นที่อยู่สำหรับรับสินค้า ( คือ Delivery Address ) ไปเลย เหมือนที่ ลูกศรสองหัวสีแดง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้  แต่สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ ( ดูในภาพข้างล่างนี้นะครับ )



( ภาพบน ) ไม่ระบุชื่อและนามสกุลผู้รับ
นั่นหมายความว่า เราสามารถเปลี่ยนที่อยู่สำหรับรับของได้ก็จริง
แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนชื่อและนามสกุลของผู้รับของได้

       ( ภาพบน ) จะสังเกตุได้ว่า ระบบเวบมันออกแบบมาให้ส่งสินค้ามาหาเจ้าของบัตรเครดิตได้คนเดียวเท่านั้น โดยวิธีบังคับก็คือ ในส่วนของ Deliver Address เขาจะไม่ให้เราแก้ ชื่อ และนามสกุล ของผู้รับของ คือ ชื่อ และนามสกุล ของผู้รับของ จะต้องเป็นเจ้าของบัตรเครดิตคนเดียวเท่านั้น

       ด้วยเหตุนี้ ในภาพข้างบนนี้ มันจึงไม่โชว์ชื่อและนามสกุลของเจ้าของบัตร บนหน้าเวบ ( คือไม่โขว์ชื่อและนามสกุล บริเวณที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพบน )

       คือหมายความว่า ถ้าคุณจะ Add Address ซึ่งก็คือการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่นั้น คุณก็สามารถทำได้ แต่มันจะทำได้แค่การเปลี่ยนที่อยู่ ( คือเปลี่ยนที่อยู่ด้วยการ Add Address อันใหม่เข้าไป ) เท่านั้น แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนชื่อและนามสกุลได้

       เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น จะอธิบายแบบนี้นะครับ เวลาทีมงานจะสั่งซื้อของให้ลูกค้า ทีมงานจะใช้บัตรเครดิตของ Webmaster ซึ่งก็คือคุณวิษณุ  ตุวยานนท์  ซึ่งคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ มีที่อยู่บนบัตรเครดิตคือ บ้านเลขที่ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 ซอย 22 แยก 14 ฯ ตามที่เห็นในรูปข้างบน

       คราวนี้ สมมติว่า ลูกค้าชื่อ คุณนภาลัย  บุญเพียร อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 เขตจอมทอง กทม.10150 จะฝากซื้อผ้าพันคอชิ้นนี้  ดังนั้น เวลาสั่งซื้อ เราก็จะต้องเปลี่ยนที่อยู่สำหรับรับของใหม่ ( คือเปลี่ยน Dlevery Address ใหม่ ) ดังภาพข้างล่างนี้


 
( ภาพบน ) ลองกรอกชื่อและที่อยู่ของลูกค้า
คือคุณ นภาลัย  บุญเพียร ที่อยู่บ้านเลขที่ 11/171 เขตจอมทอง กทม.ดูนะครับ

       ( ภาพบน ) เราจะลองเปลี่ยนชื่อและที่อยู่ ด้วยการกดไปปุ่ม Add Address ดังที่เห็น ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนะครับ ซึ่งเมื่อไปแก้ไขแล้ว ผลก็ปรากฏออกมาเหมือนในภาพข้างล่างนี้



 

       ( ภาพบน ) จะเห็นได้ว่า มันเปลี่ยนให้แค่ที่อยู่อย่างเดียว แต่ไม่ได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลให้เรา  ถึงตรงนี้แล้ว มันจะเหตุการณ์ที่เป็นไปได้สามอย่างครับ คือ


       เหตุการณ์แบบที่ 1 - เราไม่สามารถเปลี่ยน ชื่อและนามสกุล ได้ เพราะว่าระบบเขากำหนดไว้ว่าให้เปลี่ยนได้เฉพาะที่อยู่สำหรับรับของเท่านั้น ส่วนชื่อและนามสกุล ห้ามเปลี่ยน ( เหมือนที่เห็นตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพบน )  นั่นก็หมายความว่า สินค้าที่ส่งออกมานั้น จะส่งไปที่บ้านคุณลูกค้า ( คือคุณนภาลัย ) ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ( ตามที่เห็นในรูปข้างบนนี้ ) ก็จริง  แต่ ชื่อและนามสกุล ของผู้รับ ( ที่คนขาย ระบุไว้บนกล่องพัสดุ ) ก็จะยังเป็น คุณวิษณุ  ตุวยานนท์ อยู่ดี

       นั่นหมายความว่า เวลาที่พนักไปรษณีย์ไปส่งพัสดุที่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ( ตามที่เห็นในรูปข้างบนนี้ ) พนักงานไปรษณีย์ก็จะหาตัวคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ มาเซ็นรับพัสดุไม่เจอ ( เพราะคุณวิษณุ นั้น อยู่ที่บ้านเลขที่ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 )  และคนอื่นก็มาเซ็นรับของแทนไม่ได้ เพราะคนละนามสกุลกัน อย่างหนึ่ง  อีกอย่างหนึ่งก็คือ พัสดุระหว่างประเทศ เขาเคร่งครัดเรื่องการเซ็นแทนกัน  มันจะไม่เหมือนการรับจดหมาย หรือพัสดุในประเทศไทยด้วยกันเอง ซึ่งการรับจดหมาย หรือพัสดุภายในประเทศไทยด้วยกันเองนั้น ใครก็ได้ในบ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 จะเซ็นรับแทนกันก็ได้

       สรุป สำหรับเหตุการณ์ที่ 1 ก็คือ ที่อยู่สำหรับรับของนั้น แม้ว่าจะเปลี่ยนไปเป็นบ้านของคุณนภาลัยแล้ว ( คือ บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ) แต่ชื่อบนกล่องพัสดุ ยังเป็นของคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ เจ้าของบัตรเครดิตอยู่ดี ทำให้ไม่มีใคร ( ในบ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14  ) สามารถเซ็นรับของนั้นได้ / รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตามอ่านได้ที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/samc-001001J-570228-1210.html 


       เหตุการณ์แบบที่ 2 - สมมติว่าเราดั้นด้น หาทางเปลี่ยนแปลงทั้งชื่อ และนามสกุล ทั้งที่อยู่ทั้งหมด ในฐานข้อมูลของเวบ Offical Website ของ Southampton ให้เป็นชื่อของ คุณนภาลัย  บุญเพียร อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 เขตจอมทอง กทม.10150 ได้ ซึ่งมันก็ป้องกันการเกิดเหตุการณ์แบบที่ 1 ได้ก็จริง คือหมายความว่า เวลาพนักงานไปรษณีย์มาส่งของที่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ก็จะมีคุณนภาลัย หรือคนที่มีนามสกุลเดียวกัน ( คือบุญเพียร ) มาเซ็นรับของได้ก็จริง

       แต่ความจริงแล้ว เวบ Offical Website ของ Southampton จะไม่สามารถตัดเงินจากบัตรเครดิตได้ เหตุก็เพราะคุณไปแก้ฐานข้อมูลแล้วว่า ชื่อและนามสกุล และที่อยู่สำหรับรับสินค้าคือ คุณนภาลัย  บุญเพียร อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 แต่ชื่อบนบัตรเครดิต ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณนภาลัย บุญเพียร เลย ( คือชื่อบนบัตร เป็นชื่อของคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ ไม่ใช่ชื่อของคุณนภาลัย  บุญเพียร ) และประเด็นก็คือ

       * * * ประเด็นแรก - เพราะคุณนภาลัย  บุญเพียร ไม่มีบัตรเครดิต จึงมาให้บริการกับทีมงาน Tuvagroup.com ( เพราะทีมงาน Tuvagroup.com มีบัตรเครดิต )

       * * * ประเด็นที่สอง - ที่ฐานข้อมูลของเวบ Offical Website ของ Southampton นั้นกำหนดว่า ชื่อและนามสกุล ที่จะซื้อของนั้น ต้องเป็นของเจ้าของบัตรเครดิตเท่านั้น  เพียงแต่อนุโลมให้เฉพาะที่อยู่เท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ( ไม่งงนะครับ ค่อยๆคิดตาม แล้วจะเข้าใจ ) / แต่ปรากฏว่า เราไปแก้ฐานข้อมูลให้เป็นว่า ชื่อและนามสกุล ( รวมไปถึงที่อยู่สำหรับรับของด้วย ) ให้เป็นของคุณนภาลัย  บุญเพียร ที่อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 "เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบที่ 1"

                ก็คือระบบของเวบ Offical Website ของ Southampton ให้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลของคุณนภาลัย ได้ก็จริง แต่เวลาตัดเงิน  ทางเวบ Offical Website จะไปตัดเงินจากบัตรเครดิตใครล่ะครับ เพราะจากประเด็นแรกนั้น ก็บอกไว้แล้วว่า  คุณนภาลัย ไม่มีบัตรเครดิต

       ถ้าพูดแบบสั้นๆง่ายๆก็คือ ถ้าเราป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ 1 ได้ มันก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ 2 แทน

       คำว่า "ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ 1 ได้" ก็คือ เราทำให้ชื่อและที่อยู่สำหรับรับสินค้าเป็นชื่อของคุณนภาลัย  บุญเพียร ที่อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ได้ ซึ่งมีผลทำให้คุณนภาลัย หรือญาติที่อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 สามารถเซ็นรับของได้

       ส่วนคำว่า "มันก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ 2 แทน" ก็คือหมายความว่า เมื่อเราไปแก้ฐานข้อมูล ให้ชื่อและที่อยู่ของผู้รับสินค้าคือคุณนภาลัย  บุญเพียร ที่อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14  ก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ 2 ก็คือ ทางเวบ Offical Website ของ Southampton จะไม่สามารถตัดเงินจากบัตรเครดิตของทีมงาน Tuvagroup.com ได้  เพราะชื่อบนบัตรเป็นของ คุณวิษณุ  ตุวยานนท์


       และถ้าพูดกลับกันแบบง่ายๆอีกคือ เมื่อเราป้องกันเหตุการณ์ที่ 2 ได้ มันก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ 1 แทน

       คำว่า "ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ 2 ได้" ก็คือเราสามารถใช้ชื่อคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ ซึ่งเป็นเจ้าของบัตรเครดิต เป็นผู้รับของ แต่ใช้ที่อยู่สำหรับรับของเป็นของคุณนภาลัย ( คือบ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 )  ได้ ( เพราะเวบ Offical Website ของ Southampton อนุญาตให้เราเปลี่ยนที่อยู่เป็นที่ไหนก็ได้ แต่ชื่อและนามสกุลของผู้รับ จะต้องเป็นเจ้าของบัตรเครดิต )

       ดังนั้น เมื่อเรา "ป้องกันเหตุการณ์ที่ 2 ได้" คือเราทำให้เวบ Offical Website ของ Southampton ตัดเงินจากบัตรเครดิตได้ ( เพราะเราทำตามเงื่อนไขของเวบ Offical Website ของ Southampton แล้ว นั่นคือใช้ชื่อและนามสกุล เป็นของเจ้าของบัตรเครดิต ซึ่งก็คือคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ ส่วนที่อยู่จะเป็นที่ไหนก็ได้ ซึ่งเราก็ใส่ไว้ว่าเป็นคือบ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ของคุณนภาลัย )  มันก็จะเกิดเหตุการณ์ที่ 1 แทน

       คำว่า "เกิดเหตุการณ์ที่ 1 แทน" ก็คือ เวลาพนักงานไปรษณีย์ เอาของมาส่งที่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ก็จะไม่เจอคนชื่อ วิษณุ  ตุวยานนท์ ( เพราะคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 ) ดังนั้น จึงไม่มีใครในบ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ของคุณนภาลัย หรือญาติ สามารถรับของได้

       คือ ระหว่างเหตุการณ์ที่ 1 และเหตุการณ์ที่ 2 มันจะเป็น งูกินหาง วนไปวนมา อย่างนี้ล่ะครับ / เอาล่ะ เรามาดูเหตุการณ์ที่เหลืออีก 1 เหตุการณ์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งก็คือเหตุการณ์ที่ 3 ดังข้างล่างนี้ครับ


       เหตุการณ์แบบที่ 3 - เมื่อเราแก้ไขข้อมูลเป็นว่า ให้ส่งของมาหาคุณวิษณุ  ตุวยานน์ ( ซึ่งเป็นเจ้าของบัตรเครดิต ) โดยใช้ที่อยู่ของลูกค้า ( ซึ่งก็คือที่อยู่ของคุณนภาลัย ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ฯ  ) เราก็จะไปแก้ในฐานข้อมูลของเวบ Offical Website ของ Southampton ถูกไหมครับ

       ซึ่งฐานข้อมูลของเวบ Offical Website ของ Southampton นี้ มันบันทึกไว้ว่า ข้อมูลในบัตรเครดิตนั้น คุณวิษณุ  ตุวยานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 ซึ่งเมื่อเวบ Offical Website ของ Southampton เอาข้อมูลนี้ไปตรวจสอบกับธนาคารไทยพาณิชย์ในไทยแล้วถูกต้อง ธนาคารไทยพาณิชย์จึงอนุญาติให้เวบ Offical Website ตัดเงินจากบัตรเครดิตได้ ถูกต้องไหมครับ?

       คราวนี้ พอเราไปแก้ข้อมูลเป็นว่า วิษณุ  ตุวยานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ( ซึ่งก็คือที่อยู่ของคุณนภาลัย ที่เป็นลูกค้าที่มาใช้บริการกับเวบ Tuvagroup.com ) พอเวบ Offical Website ของ Southampton เอาข้อมูลนี้ไปตรวจสอบกับธนาคารไทยพาณิชย์ในไทย ข้อมูลมันก็ไม่ตรงกัน ( เพราะข้อมูลที่คุณวิษณุ  ตุวยานนท์ ให้ไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์ คือคุณวิษณุ อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 )

       เมื่อข้อมูลชื่อและที่อยู่ไม่ตรงกันอย่างนี้  ทางธนาคารไทยพาณิชย์ก็ไม่อนุญาตให้ เวบ Offical Website ของ Southampton นี้ตัดเงินจากบัตรเครดิตได้ / เมื่อเวบ Offical Website ของ Southampton ตัดเงินจากบัตรเครดิตไม่ได้  ก็ทำให้การสั่งซื้อครั้งนี้เป็นโมฆะ คือไม่มีการสั่งซื้อเกิดขึ้น

       เมื่อไม่มีการสั่งซื้อเกิดขึ้น เวบ Offical Website ของ Southampton ก็ไม่ส่งผ้าพันคอนี้ให้เรา / เมื่อเวบ Offical Website ของ Southampton ไม่ส่งผ้าพันคอให้เรา ทางคุณนภาลัยก็นั่งรอเหงือกแห้งไปเลย เพราะคิดว่ามีการสั่งซื้อเกิดขึ้นแล้ว ( ซึ่งความจริง มันไม่ได้เกิด ) ก็รอสินค้าเป็นเดือน เป็นปี

- - - - - - - - -

       ดังนั้น วิธีที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ก็คือ ต้องมีการส่งทางไปรษณีย์สองต่อ คือ คุณลูกค้าต้องเสียค่าไปรษณีย์สองต่อ ดังนี้ครับ


       ไปรษณีย์ต่อแรก คือ ต้องให้เวบ Offical Website ของ Southampton ส่งสินค้ามาที่ชื่อและที่อยู่ ของเจ้าของบัตรเครดิต ซึ่งก็คือ ต้องส่งสินค้ามาที่คุณวิษณุ  ตุวยานนท์ ที่บ้านเลขที่ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 ซึ่งก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเมื่อพนักงานไปรษณีย์มาที่บ้านเลขที่ 30 หมู่บ้านเคหะนคร 1 ก็จะเจอคุณวิษณุ หรือญาติ มาเซ็นรับของไปตามปกติ

       ไปรษณีย์ต่อที่สอง คือคุณวิษณุ  ตุวยานนท์ ก็ต้องเอาพัสดุนั้นมาจ้างลูกน้อง ให้ห่อใหม่ แล้วใส่ชื่อภาษาไทยไปที่หน้ากล่อง ( คือใส่ชื่อ คุณนภาลัย และใส่ที่อยู่ของคุณนภาลัย คือบ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14ฯ ไปที่หน้ากล่อง )  แล้วก็จ้างวินมอเตอร์ไซค์ ขับเอาไปส่ง ณ.ที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่ง 1.ค่าจ้างลูกน้องที่ห่อ 2.ค่าวัสดุในการห่อ ( เช่นกระดาษห่อ หรือกล่องไปรษณีย์ ) 3.ค่าจ้างวินมอเตอร์ไซค์ขับเอากล่องพัสดุไปไปรษณีย์ และ 4.ค่าส่งไปรษณีย์ ที่จะให้ส่งไปให้คุณนภาลัย  ที่อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14  ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ทางคุณนภาลัยฯ จะต้องรับผิดชอบเองนะครับ  คือคุณวิษณุ เขาไม่ได้ออกให้นะครับ เพราะค่าบริการ 75 บาทนั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายอันนี้  ( เรื่องการส่งพัสดุไปให้คุณลุกค้าอีกต่อหนึ่ง ที่เรากำลังพูดอยู่นี้ )

       เอาล่ะ เรามาดูเรื่องสุดท้ายของเวบ Offical Website ของ Southampton กัน ดังข้างล่างนี้



( ภาพบน ) ค่าส่งผ้าพันคอ 1 ผืนนี้มาไทย ก็คือ 7.50 ปอนด์ ราคาเดียว

       ( ภาพบน ) ก็ไม่มีอะไรครับ  แค่ให้ดูว่าค่าส่งผ้าพันคอ จำนวน 1 ผืนอันนี้ มาประเทศไทยก็คือ 7.50 ปอนด์ ราคาเดียว ( ที่รู้ว่าราคาเดียว ก็เพราะทีมงานกดปุ่มไปที่ Drop Down menu ตรงที่ลูกศรสีเขียวชี้อยู่ แล้วมันก็โชว์มาแค่ราคาเดียว ก็คือ 7.50 ปอนด์ นั่นเอง )

- - - - - - - - -  

       เอาล่ะครับ  หายใจลึกๆ ตั้งสมาธิ แล้วเรามาเริ่มคุยเรื่องใหม่กัน  ให้วางเรื่องเก่าที่ผมพูดมาข้างบนนี้ทั้งหมดไว้ก่อน

       ก็คือ ขอย้อนกลับไปตรงความคิดเดิมนะครับ ที่ว่าคุณลูกค้าอยากได้ผ้าพันคอ ทีมฟุตบอล Southampton โดยคราวนี้ เราจะไปซื้อกันที่เวบอีเบย์กันครับ  คือให้คุณลืมเรื่อง Offical Website ของ Southampton ไปก่อน คือให้คุณเปิดใจกว้าง รับฟังเรื่องของเวบอีเบย์กันก่อนนะครับ โดยจะเรียงลำดับให้ดูดังนี้

       ประการแรก - เวบอีเบย์ มีความน่าเชื่อถือมากครับ และขายแต่ของแท้เท่านั้น

       เวบอีเบย์ มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากเรื่องการขายของมือสอง คือของใช้แล้ว "แต่" ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชิ้นที่ขายในเวบอีเบย์เป็นของมือสองนะครับ ( เพียงแต่ว่าดังเพราะมีของมือสองมาขายเยอะเท่านั้นเอง )


       และเมื่อพูดถึงเรื่องของมือสองนั้น มันก็ไม่ได้หมายถึง ของปลอม ของผิดลิขสิทธิ์นะครับ มันคนละเรื่องกัน  ยกตัวอย่างเช่น สินค้าที่ทีมงาน Tuvagroup.com เคยซื้อให้ลูกค้าก็คือกางเกงยีนส์มือสอง "ตัวละ 95,000 บาท" เก้าหมื่นห้าพันบาทครับ ผมพิมพ์ตัวเลขไม่ผิดหรอก  เห็นไหมครับว่ามันก็เป็นของมือสอง แต่มันเป็นของแท้ไงครับ เป็นกางเกงยีนส์รุ่นวินเทจ  แล้วทำไม ลูกค้ารายนี้ ถึงกล้าฝากซื้อสินค้าราคาเฉียดแสนได้ โดยที่ดูเพียงแค่รูปภาพที่โพสท์ไว้ที่หน้าเวบของอีเบย์เท่านั้น โดยที่ ไม่ได้หยิบกางเกงมาจับคลำด้วยมือก่อนลงมือซื้อเลย   คำตอบก็คือ เพราะว่าอีเบย์เขามีระบบตรวจสอบที่ดีมากครับ ผู้ขายไม่สามารถเอาของเก้ ของผิดลิขสิทธิ์มาขายได้  ถ้าเอามาขาย ทางอีเบย์เขาสามารถบังคับคืนเงินให้ลูกค้าได้เลย

       และด้วยระบบการตรวจสอบที่ดีมากๆนี้เอง ก็เลยทำให้ลูกค้ามั่นใจ กล้าที่จะซื้อของเฉียดแสน ( เหมือนกางเกงยีนส์นี้ ) ที่อีเบย์นี้ได้โดยที่ไม่ต้องขอจับต้องตัวสินค้าด้วยมือของตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อเลย


taladnadthai.blogspot.com

( ภาพบน ) พอบอกว่าเวบอีเบย์ เป็นเวบที่ขายของมือสอง
คนก็มักเข้าใจผิดว่า คงจะเหมือนกับตลาดขายของมือสองห่วยๆในบ้านเรา ซึ่งไม่ใช่นะครับ

       ( ภาพบน ) พอบอกว่าเวบอีเบย์ เป็นเวบที่ขายของมือสอง คนก็มักเข้าใจผิดว่า คงจะเหมือนกับตลาดขายของมือสองห่วยๆ ของที่ผิดลิขสิทธิ์ ในบ้านเรา

       คราวนี้ พอมีคนมาบอกสาวกของทีม Southampton ว่าให้ไปซื้อผ้าพันคอของทีมนี้ได้ที่เวบอีเบย์  พวกสาวกก็พากันเบ้ปาก เพราะมองเห็นภาพเวบอีเบย์นั้น เหมือนตลาดแบกะดินที่ขายของมือสอง เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้

       ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดนะครับ ตลอดหลายปีมานี้ ทีมงานซื้อสินค้าให้กับลูกค้ามาหลายเวบ และยืนยันได้ว่าสินค้าที่ซื้อจากเวบอีเบย์นั้น เชื่อใจได้ครับ  ในขณะที่การซื้อของจากเวบอื่น ( เช่นเวบคล้ายๆเวบ Offical Website ของ Southampton ที่เล่ามาข้างบนนี้ ) กลับมีปัญหามากมาย ( ในขณะที่เวบอีเบย์ ไม่มีปัญหาจุกจิกแบบนี้เลย ) และสินค้าที่ซื้อไป ก็เป็นของแท้ ทั้งนั้นครับ คือมีให้เลือกทั้งของมือหนึ่ง และของมือสองนะครับ แล้วแต่เราจะเลือกเองตามชอบใจ 


 
ทิป : ทีมงานมีเทคนิคการตรวจสอบสินค้าที่อีเบย์ให้นะครับ ตามไปอ่านที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/3Hpatic-001001D-560424-2128.html



       ดังนั้น ข้อสรุปของประการแรกที่ทีมงานพูดนี้ก็คือ ขอให้คุณลูกค้าเชื่อใจได้ว่าการซื้อสินค้าที่อีเบย์นั้น คุณจะได้ของแท้ และของดีครับ เพราะเวบอีเบย์เขามีระบบการตรวจสอบที่เข้มข้น 

       เอาล่ะ เรามาดูประการต่อไปกัน ( ย้ำอีกทีนะครับ ว่าตอนนี้เรากำลังเลือกหาซื้อผ้าพันคอของทีม Southampton กัน เพียงแต่ว่าจะเปลี่ยนจากการซื้อที่ Offical Website ของ Southampton มาเป็นการซื้อที่อีเบย์แทน )


*** BRITISH MADE *** Southampton Retro Deluxe Bar Scarf
http://www.ebay.com/itm/BRITISH-MADE-Southampton-Retro-Deluxe-Bar-Scarf-/380782391973?pt=UK_SportsMemorabilia_Football_Memorabilia_ET&hash=item58a86632a5

( ภาพบน ) ภาพถ่ายสินค้าสุดห่วย ซึ่งเป็นข้อเสียเพียงประการเดียวของอีเบย์

       ( ภาพบน ) ลองย้อนขึ้นไปดูที่เวบนี้ ที่ด้านบนนะครับ ตรงที่ผมชมไว้ว่า เวบ  Offical Website ของ Southampton นั้น มีภาพถ่ายสินค้าที่สวยมาก และจัดหน้าตาเวบได้ดี ( ซึ่งก็เป็นข้อดีเพียงข้อเดียว ของเวบ Offical Website นั่นแหละครับ )

       แล้วเอามาเปรียบเทียบกับภาพสินค้าที่อีเบย์นี้ ก็จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ภาพถ่ายสินค้าในอีเบย์ ( ตามที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพบน ) นั้น มันต่างกันราวกับฟ้ากับดินเมื่อเทียบกับภาพสินค้าที่ เวบ  Offical Website ของ Southampton และนี่แหละครับ คือการเข้าสู่ประการที่สอง ของการซื้อของที่เวบอีเบย์ที่เราจะพูดกัน นั่นคือ


       ประการที่สอง - คนขายของที่เวบอีเบย์ แม้ไม่มีประสบการณ์ ในการทำหน้าเวบ ( เลยถ่ายภาพห่วย ) แต่เขามีประสบการณ์ในการขายสินค้าให้คนไทย ดังนั้น เขาจึงรู้ปัญหาได้ดีกว่า ( หมายถึงรู้ปัญหาในด้านต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเวลาที่ขายของให้คนไทย ) และเมื่อเขารู้ปัญหาได้ดีกว่า เขาจึงแก้ไขป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้าได้ดีกว่า เวบ Offical Website ของ Southampton

       ก็อย่างที่ทีมงานเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นว่า คนออกแบบหน้าเวบ  Offical Website ของ Southampton  นั้น เป็นมืออาชีพในการออกแบบหน้าเวบ และก็เป็นมืออาชีพในการขายของให้คนในประเทศอังกฤษด้วยกัน  แต่พอจะต้องขายของให้คนไทย ก็ปรากฏว่าระบบหลายๆอย่างไม่รองรับเอาเสียเลย เหมือนที่อธิบายมายืดยาวในส่วนต้นๆของเวบหน้านี้

       ในขณะที่คนขายของอีเบย์นั้น ถ้าคนขายคนไหน ไม่มีประสบการณ์การขายของให้คนไทย เขาก็จะบอกเลยว่าเขาไม่ขายให้คนไทยนะ  ส่วนคนขายคนไหน มีประสบการณ์การส่งไทย เขาก็จะบอกว่า เขายินดีขายให้คนไทยนะ  คือจะแบ่งคนขายกันชัดเจนแบบนี้เลย


 
ทิป : วิธีดูว่าคนขายที่อีเบย์คนไหน ส่งสินค้ามาไทยบ้าง ให้อ่านที่ลิงค์ http://www.tuvagroup.com/LA001001h5308150746.html



       นั่นก็หมายความว่า เมื่อเราเลือกซื้อกับพ่อค้าในอีเบย์ ที่ยอมส่งสินค้ามาไทยนั้น เราก็จะได้ทำธุรกรรม ( หมายถึงการซื้อขาย ) กับคนที่มีประสบการณ์ในการขายสินค้าให้กับคนไทย  ดังนั้น พวกความขัดข้องทางเทคนิค หรือความผิดพลาดอื่นๆ ก็จะไม่มี  ซึ่งจะต่างกับการทำธุรกรรมกับเวบ  Offical Website ของ Southampton ซึ่งมีแค่ประสบการณ์แค่การถ่ายรูปสินค้าให้สวย และการจัดหน้าเวบให้ดี และก็ขายของกับคนอังกฤษด้วยกันเท่านั้น แต่พอมาขายให้กับคนไทย กลับบริหารจัดการระบบในเวบแบบไม่ได้เรื่อง

       ดังนั้น ข้อสรุปของประการที่สองที่ทีมงานพูดนี้ก็คือ คุณลูกค้าจะได้เจอกับคนขาย ( หมายถึงคนขายในอีเบย์ ) ที่มีประสบการณณ์การขายของให้กับคนไทย ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ


       ประการที่สาม - สินค้าส่วนมากในอีเบย์ ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม



( ภาพบน ) จะมีค่าใช้จ่ายแค่ค่าสินค้า ( Price ) และค่าส่ง ( Shipping ) เท่านั้น

       เพราะว่า คนขายสินค้าในเวบอีเบย์ ก็คล้ายๆคนขายของในตลาดนัด คือเป็นแค่ร้านค้าเล็กๆ ดังนั้น พวกสรรพากร ก็เลยไม่ค่อยเพ่งเล็งเท่าไร ( คือ กฏหมายบอกไว้ว่าการขายของจะต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เสมอ ซึ่งเวบ Offical Website ของ Southampton เป็นเวบที่ดัง จึงถูกเพ่งเล็งโดยสรรพากร ( เพ่งเล็งคือ ต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มไปในตัวสินค้าด้วย ) )

       เมื่อร้านค้าเล็กๆ ( คือคนขายในอีเบย์เหล่านี้ ) ไม่ถูกเพ่งเล็งโดยสรรพากร ก็เลยไม่บวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปในตัวสินค้า / ก็เลยเป็นที่มาว่า การซื้อสินค้าที่อีเบย์ ส่วนมาก ลูกค้า ( หมายถึงเรา ) จะไม่มีรายจ่ายเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย คือจะมีแค่รายจ่ายค่าสินค้า และรายจ่ายค่าส่ง เหมือนที่เห็นตรงที่ ลูกศรสีแดง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้เท่านั้น

       ดังนั้น ข้อสรุปของประการที่สาม ก็คือ ส่วนมาก การซื้อสินค้าที่อีเบย์ ลูกค้าจะไม่ต้องจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งต่างกับการซื้อของที่เวบ Offical Website ของ Southampton ซึ่งลูกค้าจะต้องโดนภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปเต็มๆ


       ประการที่สี่ - ค่าส่งนั้น ส่วนมากที่อีเบย์จะถูกกว่า และเปลี่ยนรูปแบบการส่งได้



( ภาพบน ) ค่าส่งที่เวบ Offical Website ของ Southampton
ราคา 7.5 ปอนด์ และมีราคาเดียว




( ภาพบน ) ค่าส่งที่อีเบย์จะถูกว่า คือเพียงแค่ 4.50 ปอนด์
และเราอาจต่อรองให้ส่งแบบแพงขึ้นได้ ( คือขอให้ส่งแบบ EMS ได้ )

       ( ภาพบนทั้งสองภาพ ) จะเห็นได้ว่าค่าส่งผ้าพันคอ จำนวน 1 ผืน ซึ่งมีขนาดน้ำหนักพอๆกันนั้น ถ้าซื้อกับเวบ  Offical Website ของ Southampton เขาจะคิดเราตั้ง 7.5 ปอนด์  แต่ถ้าซื้อกับอีเบย์นั้น คนขายจะคิดเราแค่ 4.5 ปอนด์ ทำให้ประหยัดไปได้เกือบ 168 บาทเ ลยทีเดียว 

       อีกทั้ง ถ้าเราอยากได้ของด่วน เราก็สามารถคุยกับคนขายอีเบย์ได้ว่า ขอให้ส่งแบบด่วน ( ซึ่งค่าส่งก็จะแพงขึ้นไป ) ในขณะที่ ถ้าเราจะบอกกับเวบ Offical Website ของ Southampton เขาจะไม่มีตัวเลือกให้เรา คือใช้การส่งแบบเดียวคือ 7.5 ปอนด์  ซึ่งเราไม่สามารถต่อรองกับเวบ Offical Website ของ Southampton ได้เลย เพราะมันเป็นสมองกล คือเป็นระบบคำนวณแบบคอมพิวเตอร์ที่ทางเวบ Offical Website ของ Southampton ตั้งไว้ ( เพราะเวบ Offical Website ของ Southampton เป็นเวบขนาดใหญ่ จึงต้องตั้งระบบตอบรับกับลูกค้าด้วยสมองกล เนื่องจากไม่สามารถรับมือกับลูกค้าทั่วโลกได้ )

      
ในขณะที่คนขายของอีเบย์ ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ( เมื่อเทียบขนาดกับ Offical Website ของ Southampton ) เวลาที่เราคุยทางเมลล์กับเขา เราจะได้คุยกับมนุษย์ได้เลย ( คือคุยกับคนขายได้โดยตรง ) ไม่ต้องคุยกับสมองกลเหมือนตอนที่เราคุยกับ Offical Website ของ Southampton  ทำให้เราสามารถบอกให้คนขายส่งของแบบเร็วขึ้น โดยคิดค่าส่งแพงขึ้นได้

       ดังนั้น ข้อสรุปของประการที่สี่ ก็คือ การซื้อสินค้าที่อีเบย์ ส่วนมาก เราจะได้ค่าส่งที่ถูกกว่าที่เวบ Offical Website ของ Southampton  และเราสามารถบอกให้คนขายส่งแบบเร็วขึ้น ( เช่นให้เปลี่ยนเป็นส่งแบบ EMS ) ได้ ในขณะที่เวบ Offical Website ของ Southampton ไม่มีตัวเลือกการส่งช้าหรือเร็วเลย  และไม่สามารถต่อรองใดๆได้  เพราะว่าเราไม่ได้คุยกับคนขายตรงๆเหมือนกับการคุยกับคนขายที่อีเบย์ 


       ประการที่ห้า - ไม่ต้องเสียค่าส่งไปรษณีย์สองต่อ เหมือนกับการซื้อที่ Offical Website ของ Southampton



( ภาพบน ) แบบฟอร์มการกรอกชื่อและที่อยู่ของอีเบย์

       ( ภาพบน ) ข้างบนนี้ คือแบบฟอร์มการกรอกชื่อและที่อยู่ของลูกค้าที่จะซื้อของที่อีเบย์นะครับ และเพื่อจะให้เห็นภาพการเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น ทีมงานก็จะเอาชื่อ และนามสกุล และที่อยู่ของลูกค้า ที่ทีมงาน ทดลองสั่งซื้อที่เวบ Offical Website ของ Southampton ก่อนหน้านี้นั้น เอามากรอกที่แบบฟอร์มการสั่งซื้อของอีเบย์นี้นะครับ ( นั่นก็คือ ชื่อ คุณนภาลัย  บุญเพียร อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 เขตจอมทอง กทม.10150 ) ซึ่งเมื่อกรอกเสร็จแล้ว ก็จะหน้าตาเหมือนข้างล่างนี้ครับ


( ภาพบน ) กรอกชื่อคุณนภาลัยเรียบร้อยแล้ว

      


( ภาพบน ) เมื่อกรอกเสร็จแล้วก็กดปุ่ม Ship to this address

      




( ภาพบน ) เวบอีเบย์ก็แสดงชื่อ และนามสกุล และที่อยู่ออกมาครบถ้วน
ไม่เห็นจะต้อง "ท่ามาก" เหมือนเวบ Offical Website ของ Southampton เลย
( คำว่าท่ามาก คือทำเป็นอวดภูมิฉลาด ว่าให้โชว์แต่ที่อยู่ เพื่อจะแก้ชื่อและนามสกุลไม่ได้ ฯลฯ )

      



( ภาพบน ) ภาพขยาย

       ( จากภาพย้อนขึ้นไปทั้งหมด 5 ภาพ ) จะเห็นได้ว่ารูปแบบการกรอกข้อมูล รูปแบบการแสดงผล ของเวบอีเบย์นั้น คนออกแบบระบบการกรอกชื่อและที่อยู่ มีประสบการณ์ดีมาก คือ ง่าย - ชัดเจน - ใช้การได้จริง 

       ในขณะที่คนออกแบบระบบการกรอกชื่อและที่อยู่ของลูกค้าที่เวบ Offical Website ของ Southampton นั้น คนออกแบบระบบ มัวแต่จินตนาการเอาว่า ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ เสร็จแล้ว ก็ไม่ Work กับลูกค้าที่เป็นคนไทยอย่างเราเลย ก็คือมันใช้การไม่ได้จริงตามที่คนคิดระบบคิดไว้

       จากภาพตัวอย่างข้างบนนี้ จะเห็นได้ว่า เราสามารถกรอกชื่อที่อยู่ของผู้รับสินค้า  ( สำหรับการซื้อของที่อีเบย์ ) ให้เป็นชื่อของคุณนภาลัย  บุญเพียร อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 เขตจอมทอง กทม.10150 ได้เลย

       มันก็เลยไม่ต้องเสียค่าไปรษณีย์สองต่อ เพราะว่าทางด้านการตัดเงิน ก็ตัดเงินจากบัตรเครดิตคุณวิษณุ ไป / ส่วนทางด้านการส่งของ ทางคนขายที่อีเบย์ก็ส่งไปให้คุณนภาลัย  บุญเพียร ที่อยู่บ้านเลขที่ 11/171 ซอยจอมทอง 14 ได้โดยตรงเลย แล้วตัวคุณนภาลัย หรือญาติของคุณนภาลัย ก็สามารถเซ็นรับของได้เลย เพราะมีชื่อปรากฏอยู่บนกล่องพัสดุนั้นอยู่แล้ว

       ในขณะที่คนออกแบบระบบที่เวบ Offical Website ของ Southampton ต้องทำให้คุณลูกค้าเสียเงินค่าไปรษณีย์สองต่อ เพราะต้องส่งของมาให้เจ้าของบัตรเครดิตก่อน แล้วเจ้าของบัตรเครดิต ถึงจะส่งต่อไปให้คุณนภาลัย (
ซึ่งเป็นลูกค้า )  อีกทีหนึ่ง

       ขอเน้นว่า คำแนะนำทั้งหมดในเวบหน้านี้ ไม่ได้เป็นเพราะทีมงานเกลียดเวบ Offical Website ของ Southampton และพอใจเวบอีเบย์เป็นพิเศษหรอกนะครับ

       เพราะไม่ว่าทีมงานจะสั่งซื้อสินค้าจากเวบไหน (
คือซื้อจากเวบ Offical Website ของ Southampton หรือซื้อจากเวบอีเบย์ ) ทีมงานก็ได้ค่าบริการเท่ากันคือ 75 บาทอยู่ดีแหละครับ จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ทีมงานจะจงเกลียดจงชังเวบหนึ่ง แล้วไปเข้าข้างอีกเวบหนึ่งจนไม่ลืมหูลืมตา   คือทีมงานใช้การอธิบายเวบหน้านี้แบบพูดไปตามเนื้อผ้าเลยครับ


สรุปว่า

       ถ้าซื้อผ้าพันคอที่เวบ  Offical Website ของ Southampton นั้น ข้อดีคือ คุณจะได้เจอเวบที่ออกแบบมาสวยงาม ,ภาพสินค้าก็สวย น่าซื้อน่าจับต้อง "แต่" ข้อเสียคือ คุณต้องเจอ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 16% ของตัวสินค้า / คุณต้องเสียค่าไปรษณีย์สองต่อ โดยต่อแรกคือค่าไปรษณีย์มาที่บ้านเจ้าของบัตรเครดิต ( คือบ้าน Webmaster ) ก่อน  แล้วต่อที่สองก็คือค่าไปรษณีย์ ( รวมค่าดำเนินการและค่าจ้างวินมอเตอร์ไซค์ ) ที่จะส่งของจากบ้าน Webmaster มาให้คุณอีกทีหนึ่ง

       ถ้าซื้อผ้าพันคอที่อีเบย์ นั้น ข้อเสียคือ คนขายถ่ายภาพสุดห่วยมาลงในหน้าขายสินค้า จัดองค์ประกอบภาพไม่ดี ,การให้แสงแย่สุดๆ ดูแล้วเหมือนดูหนังผีเกรดต่ำ "แต่" ข้อดี คือ ส่วนมากลูกค้าจะไม่ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม / ค่าส่งถูกกว่า / ต่อรองเรื่องต่างๆได้ เพราะเราได้คุยกับคนขายโดยตรงเลย ไม่ต้องคุยกับระบบคอมพิวเตอร์ /  และลูกค้าก็เสียค่าไปรษณีย์ต่อเดียว คือค่าไปรษณีย์ที่ส่งตรงจากคนขายที่อีเบย์  มาหาตัวคุณลูกค้าที่บ้านเลย  ส่วนเรื่องการกลัวว่าผ้าพันคอที่ซื้อมาจากอีเบย์จะเป็นของก๊อปนั้น ให้หายห่วงได้เลยครับ ทางอีเบย์มีระบบตรวจสอบ และมีระบบการฟ้องร้องที่เคร่งครัดมากครับ และเรายังเช็คประวัติคนขายได้อีกด้วย ว่าเคยโดนตำหนิเรื่องอะไรมาบ้าง  ในขณะที่ ถ้าเป็นเวบ Offical Website ของ Southampton เขาก็จะมีกำลังเงิน ที่ลงทุนจ้าง "หน้าม้า" สัก 100 -200 คน ให้ไปเขียนทางด้านบวก แบบชื่นชมเวบ Offical Website ของ Southampton นี้ ตามกระดานข่าวที่ดังๆได้ครับ ก็เลยทำให้เราไม่เห็นข้อเสียของเวบ Offical Website ของ Southampton ตามสื่อต่างๆได้เลย - เก็บเอาไปคิดนะครับ คุณลูกค้า



- END -